แกะรอยมหาอำนาจสั่งสมอาวุธ เข้าสู่ยุทธศาสตร์ แบ่งขั้วสู่ “สงครามโลก ครั้งที่ 3” (มีคลิป)

วันนี้ (21 เม.ย.60) ทางรายการทีนิวส์ สด ลึก จริง ได้นำเสนอข่าวสหรัฐส่งฝูงบินรบ F-35A เพื่อซ้อมรบร่วมพันธมิตร


        วันนี้ (21 เม.ย.60) ทางรายการทีนิวส์ สด ลึก จริง ได้นำเสนอข่าวจากต่างประเทศ โดยสหรัฐฯ ได้ส่งฝูงบินรบ F-35A ของกองทัพสหรัฐฯเดินทางถึงสหราชอาณาจักรแล้ว โดยที่ฝูงบิน F-35A จากฐานทัพอากาศฮิลล์ในยูทาห์ ลงจอดที่ฐานทัพอากาศลาเคนฮีท โดยที่ทางด้านกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร ได้แจ้งว่าจะมีการซ้อมรบร่วม ระหว่างกองทัพสหราชอาณาจักรกับลูกเรือและเครื่องบินรบของสหรัฐฯ และจากพันธมิตรอื่นๆในองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต
       
        พลเอก.ทอด ดี.วอลเตอร์ส ผู้บัญชาการกองทัพอากาศสหรัฐฯประจำภาคพื้นยุโรประบุในถ้อยแถลงว่าสหรัฐฯและพันธมิตรของสหรัฐฯนำ F-35 เข้าสู่คลังอาวุธยุทธภัณฑ์ มันจำเป็นที่เราต้องร่วมฝึกฝนด้วยกันเพื่อผสมผสานทีมงานอย่างไร้รอยต่อ ทีมที่มีศักยภาพปกป้องอำนาจอธิปไตยของเหล่าประเทศพันธมิตร 

ด้านกองทัพอากาศสหรัฐฯระบุว่าการส่ง F-35A เข้าประจำการครั้งนี้ก็เพื่อสนับสนุนทางทหารแก่พันธมิตรยุโรป หลังรัสเซียผนวกไครเมียของยูเครนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดน
       
            เครื่องบินรบF-35A  ถือเป็นเครื่องบินรบของกองทัพอากาศสหรัฐฯล่าสุด ที่ถูกส่งเข้าประจำการในยุโรปภายใต้โครงการ European Reassurance Initiative โดยเครื่องบินรุ่นอื่นๆก่อนหน้านี้มีทั้ง F-22s, F-16s, F-15s และ A-10s. การส่งฝูงบิน F-35A เข้าประจำการในยุโรป ยังเป็นการแสดงศักยภาพของเครื่องบินขับไล่รุ่นต่างๆของสหรัฐฯ แก่พันธมิตรยุโรปที่มีเครื่องบินเหล่านั้นไว้ในครอบครองแล้ว หรือไม่ก็มีแผนจัดหาเข้าประจำการในกองทัพของตนเอง ในนั้นรวมถึงสหราชอาณาจักร, อิตาลี, นอร์เวย์, เบลเยียม, เดนมาร์กและตุรกี

           ขณะที่ สำนักงานความมั่นคงด้านนิวเคลียร์แห่งชาติของสหรัฐฯ หรือเอ็นเอ็นเอสเอส ประสบความสำเร็จในการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ ระเบิดแรงโน้มถ่วง B61-12 ในรัฐเนวาดาประเทศสหรัฐอเมริกา  โดยทางสำนักงานความมั่นคงด้านนิวเคลียร์แห่งชาติของสหรัฐฯ และกองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ดำเนินการทดสอบคุณสมบัติการทำงานของระเบิดชนิดนี้เป็นครั้งแรกเมื่อวันอังคาร ที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมาโดยระเบิดชนิดนี้ ไม่ได้เป็นอาวุธนิวเคลียร์และสามารถใช้เครื่องบิน F-16 ในปฏิบัติการทิ้งระเบิดได้ 

           ระเบิดแรงโน้มถ่วง B61-12 เป็นระเบิดรุ่นใหม่ที่พัฒนาต่อยอดมาจากระเบิดแรงโน้มถ่วง B61 ซึ่งเป็นอาวุธประเภทเทอร์โมนิวเคลียร์ขั้นต้น ที่ถูกเก็บไว้ในคลังสรรพาวุธของสหรัฐฯ มาตั้งแต่สิ้นสุดยุคสงครามเย็นโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ได้ให้กองทัพอากาศสหรัฐฯให้เดินหน้าพัฒนาระเบิดแรงโน้มถ่วง B61-12  และเตรียมนำมาใช้แทนระเบิด B61 ในอนาคต 
สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการทดสอบพัฒนาการด้านการบินของระเบิดชนิดนี้ 3 ครั้งในปี 2558 และเตรียมทบทวนการออกแบบครั้งสุดท้ายในเดือนกันยายน ปี 2561 และจะผลิตครั้งแรกในปี 2563

           ทางด้านรัสเซีย ก็มีขยับต่อเนื่องเช่นเดียวกัน เริ่มจาก กองเรือรบบอลติกของกองทัพเรือรัสเซียออกเดินทางไปทางตอนเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก โดยกลุ่มเรือรบบอลติกประกอบด้วยเรือลาดตระเวน Boikiyและ Soobrazitelnyรถบรรทุกเรือ MB-123 และเรือบรรทุกน้ำมัน Kola ได้เดินทางไปทางเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกโฆษกของกองทัพเรือ กล่าวกับทาสส์นิวส์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

            ในระหว่างการเดินทางของพวกลูกเรือจะฝึกยุทธวิธีทางน้ำ และการช่วยเหลือในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางน้ำ เรือรบยังจะมีการฝึกซ้อมร่วมกันและการซ้อมรบเพื่อการสื่อสารในการก่อตัว ทีมงานสู้รบลาดตระเวนจะบรรลุภารกิจในการค้นหาเรือผิวน้ำและเรือดำน้ำของข้าศึกและแนะนำการเปิดตัวอาวุธจำลองกับเป้าหมายที่จำลองจากของจริง


             ส่วนกองทัพอากาศของรัสเซียได้รับขีปนาวุธ สำหรับต่อสู้อากาศยานพิสัยกลาง อากาศสู่อากาศ จำนวน 91 ลูก ในปีพ. ศ. 2560 และอีก 109 รายการ จะถูกส่งมอบในปลายปีนี้ โดยข่าวดังกล่าวนั้นถูกเปิดเผยจากรองประธานอาวุโส ของบริษัท Vympel State Design กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับทางช่อง TV Rossiya- 24


             "บริษัทได้ผลิตและส่งขีปนาวุธพิสัยกลาง อากาศสู่อากาศขนาด 91 ลูก ไปยังกองทัพอากาศรัสเซียในปี พ. ศ. 2560 ขีปนาวุธเหล่านี้ได้ผ่านการทดสอบทุกประเภทที่กำหนดไว้ในเอกสารทางเทคนิคและเงื่อนไขของสัญญารัฐและได้รับการยอมรับจากทางการทหารแล้ว ส่วนการส่งมอบอีก 109 รายการสำหรับขีปนาวุธประเภทเดียวกันนี้ มีการวางแผนไว้จะส่งมอบสิ้นปีนี้"
ขีปนาวุธเหล่านี้สามารถใช้งานได้จากเครื่องบินทุกประเภทของกลุ่ม MiGและ Su และได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สามารถยิงเป้าอากาศได้ตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดทุกมุมทั้งบริเวณพื้นผิวโลกและทางน้ำรวมไปถึงการผสมผสานความสามารถเข้าด้วยกันได้อีกด้วย

             ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ได้พูดถึงศักยภาพทางอาวุธนิวเคลียร์ ของสหรัฐฯ ว่าปัจจุบันนี้สหรัฐฯ ยังคงล้าหลังกว่าประเทศอื่นอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มพันธมิตรหรือไม่ก็ตาม พร้อมกับย้ำว่าโลกนี้ไม่ควรจะมีอาวุธนิวเคลียร์ แต่เมื่อจำเป็นจะต้องมีสหรัฐฯ ก็ต้องเป็นอันดับ 1 ที่จะมีไว้ในครอบครอง
โดยรายงานของสมาคมควบคุมอาวุธ ( เอซีเอ ) ประเมินให้รัสเซีย เป็นประเทศที่มีหัวรบนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก 7,300 ลูก ส่วนสหรัฐฯ นั้นมีอยู่จำนวน 6,790 ลูก

             นอกจากนั้นนายโดนัลด์ทรัมป์ ยังได้ พูดถึง สนธิสัญญาสันติภาพระดับทวิภาคีฉบับปี 2553 ที่ผู้นำสหรัฐฯ และรัสเซียในเวลานั้น ลงนามร่วมกัน ซึ่งสนธิสัญญากำลังจะหมดอายุในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 โดยมีสาระสำคัญให้ทั้งสองประเทศต้องลดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ ให้เหลือเท่ากัน ว่าข้อตกลงดังกล่าวที่มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่านิว สตาร์ท ให้ประโยชน์กับฝ่ายเดียว และจำเป็นต้องมีการแก้ไข

             เวลานี้สถานการณ์สงครามใกล้เข้ามาทุกขณะ เพราะประเทศมหาอำนาจต่างแย่งชิงกันสะสมอาวุธกันอย่างหนัก สถานการณ์คล้ายกับก่อนเกิดสงครามโลกครั้ง ที่ 2 ไม่มีผิดเพี้ยน อยู่ที่ว่า มันจะประทุขึ้นมาเมื่อใด เมื่อนั้นสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็คงจะเกิดขึ้น
 

แกะรอยมหาอำนาจสั่งสมอาวุธ เข้าสู่ยุทธศาสตร์ แบ่งขั้วสู่ “สงครามโลก ครั้งที่ 3” (มีคลิป)

แกะรอยมหาอำนาจสั่งสมอาวุธ เข้าสู่ยุทธศาสตร์ แบ่งขั้วสู่ “สงครามโลก ครั้งที่ 3” (มีคลิป)

แกะรอยมหาอำนาจสั่งสมอาวุธ เข้าสู่ยุทธศาสตร์ แบ่งขั้วสู่ “สงครามโลก ครั้งที่ 3” (มีคลิป)

แกะรอยมหาอำนาจสั่งสมอาวุธ เข้าสู่ยุทธศาสตร์ แบ่งขั้วสู่ “สงครามโลก ครั้งที่ 3” (มีคลิป)

แกะรอยมหาอำนาจสั่งสมอาวุธ เข้าสู่ยุทธศาสตร์ แบ่งขั้วสู่ “สงครามโลก ครั้งที่ 3” (มีคลิป)

ชมคลิป