- 03 พ.ค. 2560
สุดสะเทือนใจ!!! เปิดใจทั้งน้ำตา ครูสาวรักศิษย์หนุ่มวัย16 และการสูญเสียที่ ไม่มีวันกลับมา...ความจริงอยู่ตรงนี้แล้ว!!!(รายละเอียด)
จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Rassamimarn Thanasap" ได้โพสต์อัลบั้มรูปภาพพร้อมกับข้อความเกี่ยวกับเรื่องราวความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นจนเกิดเป็นความรักระหว่างตน ซึ่งเป็นครูอาสาสอนนักเรียนไทยในประเทศอินเดีย และลูกศิษย์ที่มีอายุต่างกันถึง 6 ปี โดยแม้ว่าเรื่องราวของความรักจะดำเนินไปได้ด้วยดี แต่สุดท้ายแฟนหนุ่มของเธอก็ได้จบชีวิตไปก่อนวัยอันควร ที่ประเทศอินเดีย โดยได้มีการตั้งข้อสังเกตว่า แฟนของเธอนั้นน่าจะเสียชีวิตเพราะแก๊สพิษภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ขณะแฟนเธอกำลังพักอยู่ อย่างไรก็ตาม โพสต์ดังกล่าวยังได้เรียกร้องขอยุติธรรมให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยซึ่งเมื่อเรื่องราวดังกล่าวถูกโพสต์ออกไป ทำให้ผู้ใช้สื่อออนไลน์ต่างพากันแชร์เรื่องราวจนเกิดเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้
โดยโพสต์ข้อเธอนั้นมีข้อความว่า
คนตายนั้นไม่มีเสียงอีกแล้ว อะไรที่เกิดขึ้นกับเขา เขาไม่สามารถลุกขึ้นมาพูดหรือต่อสู้เพื่อตัวเองได้ แต่คนเป็น.. คนที่อยู่ต่างหากที่จะต้องสู้เพื่อคนที่เขาสูญเสียไปไม่มีวันหวนกลับ..
ก่อนอื่นเราขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ทุกๆคนมีให้เราและครอบครัวของเบส ขอบคุณจริงๆนะคะ หลายคนเห็นโพสของเราและถามเราว่า "เบสเสียเพราะอะไรคะ".... พูดตรงๆเราไม่เคยโกรธเคืองใครที่ถามเข้ามาเลย เราอยากตอบให้ครบทุกคนด้วยซ้ำ ... วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังนะคะ ว่าเบส หรือนายชินบัญชร เกิดศิริกุลวงษ์นั้น เสียชีวิตด้วยเหตุอะไร...
เบสได้เข้าพักที่โรงแรม Cochrane place เมือง Kerseong ประเทศอินเดียในวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมาพร้อมกับเด็กนักเรียนไทยอีก4คน และผู้ปกครองทั้งหมด7คน. เราเองได้มีโอกาสคุยกับผู้ปกครองที่อยู่ในเหตุการณ์วันที่เบสเสียชีวิตเนื่องจากเราและแม่ของเบสบินไปรับศพเบสกลับมาประเทศไทยด้วยตัวเอง. ผู้ปกครองผู้อยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่าเขาและนักเรียนไทยผู้ชายอีกสองคนมีอาการเวียนหัว คล้ายจะเป็นลม หมดแรง มีอาการเหมือนมึนเมามาตั้งแต่ช่วงแรกของการเข้าพัก บางท่านได้กลิ่นเหมือนแก๊ส และได้ขอร้องให้ทางโรงแรมตรวจสอบความเรียบร้อยของต้นเหตุของกลิ่นน่าสงสัย...แต่ทางโรงแรมไม่สนใจจะมาดูแลใดๆ. ผู้ปกครองจึงตัดสินใจที่จะนอนหลับไปพร้อมกับหน้าต่างที่เปิดระบายอากาศเพียงบานเดียวเท่านั้น.. เช้าวันต่อมา ผู้ปกครองและนักเรียนสองคนดังกล่าวยังคงมีอาการเหมือนเดิม คือลักษณะเหมือนมึนเมา เวียนหัว หมดแรง หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม จึงเรียกให้ผู้ปกครองที่พักอยู่อีกห้องหนึ่งมาช่วยดูอาการของตนและลูกชาย. ในขณะนั้น เบสที่เพิ่งตื่นนอนตอนเช้าเพื่อเตรียมตัวขึ้นไปเรียนหนังสือวันแรกก็ปิดประตูห้องน้ำมิดชิดเพื่ออาบน้ำ และไม่ได้กลับออกมาอีกเลย...
ในขณะที่เบสอยู่ในห้องน้ำนั้น มีคนเอะใจว่าเบสอาบน้ำนานเกินไปไหม จึงได้รีบวิ่งลงไปดู เนื่องจากมีอาการตงิดใจเพราะผู้ปกครองและเด็กอีกสองคนมีอาการไม่ค่อยจะดี และสิ่งที่อยู่หลังประตูห้องน้ำที่คนได้ช่วยกันพังเข้าไปนั้น คือร่างของเบสที่นอนไร้ลมหายใจอยู่บนพื้นห้องน้ำนั่นเอง.... ผู้ปกครองที่พังเข้ามาช่วยเบสได้ทำการ CPR หรือการผายปอดให้เบส ในขณะนั้นผู้ปกครองดังกล่าว กล่าวว่าเมื่อทำการผายปอด มีควันเหม็นพุ่งออกมาจากปากของเบสเป็นจำนวนมาก เมื่อดมเข้าไปก็มีอาการเวียนหัวไปตามๆกัน.. พวกเขาตัดสินใจพาเบสไปส่งโรงพยาบาล ในขณะนั้นเองน้องสองคนที่อาการไม่ดีมาตั้งแต่แรกก็หมดสติไป และได้ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลพร้อมกับเบสในเวลาเดียวกัน
เหตุการณ์คร่าวๆเป็นแบบนี้ค่ะ แต่น่าแปลกนะคะ ที่โรงแรมปฏิเสธที่จะรับผิดชอบแม้แต่ค่าโรงศพของเบส เจ้าของโรงแรมดังกล่าวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเรื่องแก๊ส พร้อมทั้งให้การกับตำรวจในทางที่ว่าเบสแพ้อาหารแล้วเสียชีวิตไปเอง...ได้ยินมาว่าวิเคราะห์กันไปว่าเบสเสพยาเกินขนาดจนเสียชีวิตด้วยนะคะ..
ขณะนี้โรงแรมได้ถูกปิดแล้วค่ะ แต่แค่ชั่วคราวเท่านั้น.. เพราะอะไรหรอคะ? เพราะมีคนตายต่อจากเบสอีก1คนในเวลาต่อมาไม่ถึง1อาทิตย์ ในห้องน้ำของโรงแรมเดิมและยังมีอาการเดียวกันค่ะ..
ทางเราไม่ขอกล่าวหาโรงแรมใดๆทั้งสิ้น แต่อยากให้คดีเป็นไปอย่างยุติธรรม.. เพื่อที่ชีวิตหนึ่งชีวิตที่กำลังจะมีอนาคตที่สดใสได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินคดี ไม่ใช่ตายฟรีแล้วคดีเงียบไปค่ะ
มายสู้เพื่อเบสมาตลอด และจะทำต่อไปจนกว่าเบสจะได้รับความยุติธรรม....
หากไม่เป็นการรบกวน แชร์โพสนี้ต่อให้หน่อยนะคะ เพื่อเป็นอีก1เสียงในการช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตให้ได้รับความเป็นธรรมค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ
*ขอเพิ่มเติมข้อมูลค่ะ*
เหตุที่โพสขอความเป็นธรรม เป็นเพราะผลชัณสูตรทางอินเดียออกมาเบื้องต้นแล้วว่าไม่ใช่แก๊สและโรงแรมไม่มีความผิด... เท่าที่ทราบมาเจ้าของโรงแรมเป็นผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น เราไม่รู้เลยว่าเขามีกระบวนการยุติธรรมที่แฟร์แค่ไหน. แต่เรามั่นใจว่าถ้าเราหลายๆคนช่วยกัน ชีวิตคนหนึ่งคนจะได้รับความเป็นธรรมที่แท้จริงไม่มีปิดบัง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 60 น.ส.รัศมิมานท์ ฐานาทรัพย์ อายุ 22 ปี ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ได้เปิดเผยว่า "เราไม่ใช่ครูของโรงเรียนไหนทั้งนั้นนะคะ.. เป็นแค่นักศึกษาอายุ 22 ปี ที่ไปอาสาสอนภาษาอังกฤษให้นักเรียนไทยที่เรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศอินเดียเท่านั้นค่ะ ... ถ้าการแสดงความรักของเรากับเบส ทำให้ใครไม่พอใจหรือรู้สึกไม่โอเค..ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ"
น.ส.รัศมิมานท์เล่าว่า ได้ใช้เวลาอยู่ที่ประเทศอินเดียประมาณ 1 เดือน เมื่อเปิดเทอมจึงได้กลับมาประเทศไทย ซึ่งเป็นเวลาไล่เลี่ยกันกับที่น้องเบสกลับมาไทยช่วงปิดเทอม จึงพูดคุยกันมาโดยตลอด
จนเมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา น้องเบสได้กลับไปเรียนที่ประเทศอินเดียอีกครั้ง ตนจึงได้ไปส่งที่สนามบิน ซึ่งวันนั้นในช่วงกลางคืนได้คุยแชทไลน์กันเป็นครั้งสุดท้าย ตนบอกให้น้องเบส ตั้งใจเรียน และให้กำลังใจกัน
ต่อมาในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้นตนได้รับข่าวร้าย เมื่อได้ทราบว่า น้องเบสเสียชีวิตภายในโรงแรมที่พัก โดยตอนแรกมีผู้ปกครองที่ไปด้วยกันกับน้องแจ้งว่า เสียชีวิตจากการสูดดมกลิ่นแก๊ส เพราะช่วงที่เข้าที่พักได้กลิ่นแก๊ส และรู้สึกมึนศีรษะ แต่ทางโรงพยาบาลกลับแจ้งว่า และผลการชันสูตรเบื่องต้นไม่พบสารพิษใดๆ ซึ่งก่อนนั้นก็ได้นำศพน้องเบสกลับไทย และฌาปนกิจไปเรียบร้อยแล้ว แต่ทางคดีความกลับไม่คืบหน้า ตอนนี้ต้องรอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการจากประเทศอินเดียอีกครั้ง จึงจะเดินเรื่องต่าง ๆ ได้
ส่วนกรณีที่โพสต์ข้อความพร้อมเรื่องราวของตนและน้องเบสลงในเฟซบุ๊ก น.ส.รัศมิมานท์ กล่าวทั้งน้ำตาว่า เพื่อเก็บเป็นความทรงจำที่เคยเกิดขึ้นด้วยกัน ซึ่งเหตุผลที่ตนตกลงคบกับคนที่อายุน้อยกว่า เพราะไม่ได้คิดว่าอายุสำคัญ เพราะน้องเบสเป็นคนมีความคิดดี ตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อแม่
ทั้งนี้ กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องครูคบลูกศิษย์ ตนอยากบอกว่า ตัวเองไม่ได้เป็นครู เพียงแค่อาสาเข้าไปสอนเท่านั้น แต่ก็ไม่อยากห้ามความคิดใคร และน้อมรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยวันนี้ อยากบอกน้องเบสว่า ตนจะสู้เพื่อน้องเบส
ขอบคุณคลิปจากรายการ ทุบโต๊ะข่าว AMARIN TVHD และ เฟซบุ๊ก "Rassamimarn Thanasap"
