ประกาศราชกิจจาฯ!!โปรดเกล้าฯจัดระเบียบราชการ การบริหารงานบุคคลในพระองค์

ประกาศราชกิจจาฯ!!โปรดเกล้าฯจัดระเบียบราชการ การบริหารงานบุคคลในพระองค์

วันที่ 10 พ.ค.60 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๕๑ ก ลงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐ เผยแพร่พระราชกฤษฎีกา จัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ.๒๕๖๐ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๕ วรรคสอง มาตรา ๑๗๕ และมาตรา ๑๘๓
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและ
การบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บงคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ส่วนราชการในพระองค์มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้
(๑) สํานักงานองคมนตรี
(๒) สํานักพระราชวัง
(๓) หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

ส่วนราชการในพระองค์ตามวรรคหนึ่งให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อปฏิบัติภารกิจ
ราชการในพระองค์ถวายองค์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ตามพระราชอัธยาศัยขึ้นตรงต่อ
พระมหากษัตริย์

มาตรา ๔ สํานักงานองคมนตรีมีหน้าที่สนับสนุนภารกิจขององคมนตรีในการปฏิบัติหน้าที่
ถวายพระมหากษัตริย์และการอื่นตามพระราชอัธยาศัย โดยมีเลขาธิการองคมนตรีซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
โปรดกระหม่อมแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัยเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการปฏิบัติราชการ
ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการองคมนตรีเป็นผู้แทนของสํานักงานองคมนตรี
เลขาธิการองคมนตรีหรือข้าราชการในพระองค์ในสํานักงานองคมนตรีซึ่งทรงกําหนดโดยประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษา จะมอบอํานาจให้บุคคลอื่นซึ่งเป็นข้าราชการในพระองค์กระทําการแทนก็ได้
มาตรา ๕ สํานักงานองคมนตรีมีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้
(๑) สํานักงานเลขาธิการองคมนตรี
(๒) กองนิติการ
(๓) ส่วนราชการอื่นตามที่กําหนดโดยประกาศสํานักงานองคมนตรี
หน้าที่ของส่วนราชการ การกําหนดตําแหน่งในส่วนราชการ และการแต่งตั้งหัวหน้าส่วนราชการ
ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กําหนดโดยประกาศสํานักงานองคมนตรี
การรวม การโอน การปรับปรุง การเปลี่ยนชื่อ หรือการยุบเลิกส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง
ให้ทําเป็นประกาศสํานักงานองคมนตรี
มาตรา ๖ สํานักพระราชวังมีหน้าที่เกี่ยวกับราชการในพระองค์ทั่วไป การเลขานุการในพระองค์
การจัดการพระราชวังและงานพระราชพิธี การดูแลรักษาทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์และการอื่น
ตามพระราชอัธยาศัย โดยมีเลขาธิการพระราชวังซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง
ตามพระราชอัธยาศัยเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการปฏิบัติราชการ
ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการพระราชวังเป็นผู้แทนของสํานักพระราชวัง
เลขาธิการพระราชวังหรือข้าราชการในพระองค์ในสํานักพระราชวังซึ่งทรงกําหนดโดยประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา จะมอบอํานาจให้บุคคลอื่นซึ่งเป็นข้าราชการในพระองค์กระทําการแทนก็ได้
มาตรา ๗ สํานักพระราชวังมีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้
(๑) ศาลาว่าการสํานักพระราชวัง
(๒) กรมราชเลขานุการในพระองค์
(๓) กรมกิจการในพระบรมวงศานุวงศ์
(๔) กรมมหาดเล็ก
(๕) กรมสนับสนุน
(๖) กรมกิจการพิเศษ
(๗) ส่วนราชการอื่นตามที่กําหนดโดยประกาศสํานักพระราชวัง

หน้าที่ของส่วนราชการ การกําหนดตําแหน่งในส่วนราชการ และการแต่งตั้งหัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้ง
การแบ่งส่วนงานภายในของส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กําหนดโดยประกาศสํานักพระราชวัง
การรวม การโอน การปรับปรุง การเปลี่ยนชื่อ หรือการยุบเลิกส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง
ให้ทําเป็นประกาศสํานักพระราชวัง
มาตรา ๘ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์มีหน้าที่วางแผน อํานวยการ
ประสานงาน บังคับบัญชา ควบคุม กํากับดูแลและปฏิบัติงานในการถวายอารักขาและถวายพระเกียรติ
องค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท พระบรมวงศานุวงศ์ และบุคคลอื่นตามที่
พระมหากษัตริย์ทรงมอบหมาย รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ทางพระราชพิธีตามที่ได้รับมอบหมาย และการรักษา
ความสงบเรียบร้อยภายในเขตพระราชฐาน ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย
องค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์
ผู้แทนพระองค์และพระราชอาคันตุกะ
ให้หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์มีการบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อ
พระมหากษัตริย์

ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ข้าราชการในพระองค์ในหน่วยบัญชาการ
ถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งทรงกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นผู้แทนของหน่วยบัญชาการ
ถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ โดยจะทรงกําหนดให้มีอํานาจมอบอํานาจให้บุคคลอื่นซึ่งเป็น
ข้าราชการในพระองค์กระทําการแทนในกิจการตามที่ทรงกําหนดด้วยก็ได้
มาตรา ๙ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้
(๑) สํานักงานผู้บังคับบัญชา
(๒) สํานักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์
(๓) สํานักงานฝ่ายเสนาธิการในพระองค์
(๔) กรมราชองครักษ์
(๕) หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์
(๖) สํานักงานนายตํารวจราชสํานักประจํา
(๗) ส่วนราชการอื่นตามที่กําหนดโดยประกาศหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษา
พระองค์
หน้าที่ของส่วนราชการ การกําหนดตําแหน่งในส่วนราชการ และการแต่งตั้งหัวหน้าส่วนราชการ
รวมทั้งการแบ่งส่วนงานภายในของส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามประกาศหน่วยบัญชาการ
ถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
การรวม การโอน การปรับปรุง การเปลี่ยนชื่อ หรือการยุบเลิกส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง
ให้ทําเป็นประกาศหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์


มาตรา ๑๐ ข้าราชการในพระองค์ ได้แก่ข้าราชการดังต่อไปนี้
(๑) องคมนตรี
(๒) ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน
(๓) ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร
(๔) ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตํารวจ
บรรดาบทกฎหมายใดที่บัญญัติถึงคําว่าข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มิให้หมายความรวมถึง
ข้าราชการในพระองค์ตามมาตรานี้ ทั้งนี้ เว้นแต่การมีสถานภาพเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารให้มีสถานภาพเป็นทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร
กฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม กฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหาร ประมวล
กฎหมายอาญาทหาร กฎหมายว่าด้วยยศทหาร กฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบทหาร และกฎหมายว่าด้วย
วินัยทหารด้วย เว้นแต่จะกําหนดไว้เป็นการเฉพาะตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือตามระเบียบหรือประกาศ
ที่ออกตามพระราชกฤษฎีกานี้
ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตํารวจให้มีสถานภาพเป็นข้าราชการตํารวจตามกฎหมายว่าด้วย
ตํารวจแห่งชาติ เว้นแต่จะกําหนดไว้เป็นการเฉพาะตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือตามระเบียบหรือประกาศ
ที่ออกตามพระราชกฤษฎีกานี้
การแต่งตั้งให้ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารและข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตํารวจมียศชั้นใด
หรือถอดผู้ใดออกจากยศชั้นใด ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย
มาตรา ๑๑ ประกาศตามมาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙
และมาตรา ๑๐ นั้น ให้ส่วนราชการในพระองค์ที่รับผิดชอบจัดทําร่างประกาศขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย
เพื่อมีพระราชวินิจฉัย และเมื่อทรงเห็นชอบแล้ว ให้หัวหน้าส่วนราชการในพระองค์เป็นผู้ลงนามประกาศ
เพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนพระราชอํานาจที่จะมีพระราชวินิจฉัยให้ปฏิบัติ
เป็นอย่างอื่นเป็นกรณีเฉพาะ
มาตรา ๑๒ การแต่งตั้งและการพ้นจากตําแหน่งองคมนตรีให้เป็นไปตามบทบัญญัติของ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
การปฏิบัติหน้าที่ขององคมนตรี นอกจากที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว
องคมนตรีในฐานะข้าราชการในพระองค์มีหน้าที่ปฏิบัติภารกิจตามที่พระมหากษัตริย์ทรงกําหนดหรือ
ทรงมอบหมาย
ให้องคมนตรีได้รับเงินประจําตําแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่น รวมทั้งบําเหน็จบํานาญหรือ
ประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นขององคมนตรีซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามที่พระมหากษัตริย์ทรงกําหนด
ตามพระราชอัธยาศัย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๓ เว้นแต่ข้าราชการในพระองค์ในตําแหน่งองคมนตรี การให้ข้าราชการในพระองค์
ผู้ใดปฏิบัติงานในส่วนราชการในพระองค์หน่วยใดและดํารงตําแหน่งใด รวมทั้งการโอน การย้าย และการให้
พ้นจากตําแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย เพื่อการนี้จะทรงกําหนดหรือทรงมอบหมายให้ข้าราชการ
ในพระองค์ผู้ใดเป็นผู้ลงนามในคําสั่งเกี่ยวกับการดํารงตําแหน่งของข้าราชการในพระองค์ดังกล่าวก็ได้
ข้าราชการในพระองค์จะเป็นองคมนตรี ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน ข้าราชการ
ในพระองค์ฝ่ายทหาร และข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตํารวจ ในขณะเดียวกันมิได้
มาตรา ๑๔ การโอนข้าราชการในพระองค์ไปเป็นข้าราชการฝ่ายอื่นที่มิใช่ข้าราชการในพระองค์
หรือการโอนข้าราชการฝ่ายอื่นเช่นว่านั้นมาเป็นข้าราชการในพระองค์ ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย
และให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดําเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อให้มีการโอนตามพระราชอัธยาศัย
ต่อไป
มาตรา ๑๕ การดําเนินการเกี่ยวกับราชการในพระองค์และการบริหารงานบุคคลของ
ราชการในพระองค์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย เพื่อการนี้จะทรงกําหนดหรือทรงมอบหมายให้
ข้าราชการในพระองค์ผู้ใดเป็นผู้ลงนามในหมายรับสั่งเพื่อรับผิดชอบในการนําไปปฏิบัติต่อไปก็ได้
การดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงการดําเนินการดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) การปฏิบัติราชการของส่วนราชการในพระองค์
(๒) การกําหนดตําแหน่ง บัญชีอัตราเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือน
และเงินประจําตําแหน่ง การได้รับบําเหน็จบํานาญ และค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดของ
ข้าราชการในพระองค์
(๓) การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนเงินเดือน การเลื่อนตําแหน่ง การควบคุมการปฏิบัติ
ราชการ การรักษาราชการแทน การปฏิบัติราชการแทน การมอบอํานาจหรือมอบหมายการปฏิบัติ
ราชการ วินัย การออกจากราชการ และการอื่นตามความจําเป็นในการบริหารงานบุคคลของราชการ
ในพระองค์
(๔) การกําหนดวิธีการจ้าง เงื่อนไขการปฏิบัติงาน อัตราการจ้างและสิทธิประโยชน์อื่นใดของ
พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่นในส่วนราชการในพระองค์
(๕) การกําหนดเครื่องแบบและการแต่งกาย การได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ การกําหนด
วันเวลาทํางานและวันหยุด การเพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการ และ
การจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อื่นของข้าราชการในพระองค์ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่น
ในส่วนราชการในพระองค์
(๖) การแต่งตั้งที่ปรึกษา ผู้ชํานาญการเฉพาะด้าน หรือคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติหน้าที่
สนับสนุนราชการในพระองค์ รวมทั้งการกําหนดค่าตอบแทนและประโยชน์ตอบแทนอื่น

(๗) การงบประมาณและการบริหารจัดการทรัพย์สินอื่น การเงิน การบัญชี รวมทั้งการพัสดุ
ของส่วนราชการในพระองค์
(๘) การอื่นที่จําเป็นและเหมาะสมแก่การปฏิบัติราชการในพระองค์
ในกรณีที่การดําเนินการใดที่เกี่ยวกับราชการในพระองค์ ถ้ามีพระราชประสงค์ให้ทําเป็นระเบียบ
หรือประกาศเพื่อให้ใช้บังคับเป็นการทั่วไปสําหรับส่วนราชการในพระองค์ทุกหน่วยหรือส่วนราชการในพระองค์
หน่วยใดเป็นการเฉพาะ จะทรงกําหนดหรือทรงมอบหมายให้ข้าราชการในพระองค์หรือส่วนราชการในพระองค์
หน่วยใดเป็นผู้รับผิดชอบจัดทําร่างระเบียบหรือร่างประกาศให้เป็นไปตามพระราชประสงค์แล้วนําขึ้น
ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อมีพระราชวินิจฉัย และเมื่อทรงเห็นชอบแล้ว ให้หัวหน้าส่วนราชการในพระองค์
ที่ทรงมอบหมายเป็นผู้ลงนามในระเบียบหรือประกาศนั้น เพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป แต่ทั้งนี้
ไม่กระทบกระเทือนพระราชอํานาจที่จะมีพระราชวินิจฉัยให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่นเป็นกรณีเฉพาะ
ในกรณีที่มีกฎหมายอื่นใดกําหนดการดําเนินการอย่างใดตามมาตรานี้ไว้ มิให้นํากฎหมาย
ดังกล่าวมาใช้บังคับกับการดําเนินการตามที่ทรงกําหนดในมาตรานี้
มาตรา ๑๖ ในการจัดทําคําของบประมาณ ให้สํานักพระราชวังเป็นผู้รวบรวมความต้องการ
ใช้งบประมาณจากส่วนราชการในพระองค์แต่ละหน่วย เพื่อจัดทําเป็นคําของบประมาณของส่วนราชการใน
พระองค์ แล้วแจ้งต่อคณะรัฐมนตรีในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่ส่วนราชการในพระองค์ต่อไป
หลักเกณฑ์ในการจัดทําคําของบประมาณและการเบิกจ่ายเงินงบประมาณให้เป็นไปตามที่
สํานักพระราชวังกําหนด
มาตรา ๑๗ การโอนกิจการ อํานาจหน้าที่ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน เงินงบประมาณ
อัตรากําลังพลหรือตําแหน่งและอัตราเงินเดือน รวมทั้งข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่น
ของสํานักราชเลขาธิการและสํานักพระราชวังตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม
กรมราชองครักษ์และหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ตามกฎหมายว่าด้วย
การจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม และสํานักงานนายตํารวจราชสํานักประจํา สํานักงานตํารวจ
แห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยตํารวจแห่งชาติ ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับไปเป็น
ของส่วนราชการในพระองค์หน่วยใดตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้เป็นไปตามรายละเอียดที่กําหนดโดย
ประกาศการโอนกิจการ อํานาจหน้าที่ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน เงินงบประมาณ อัตรากําลังพลหรือ
ตําแหน่งและอัตราเงินเดือน รวมทั้งข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในส่วนราชการ
ในพระองค์ ซึ่งต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการโอนที่กําหนดในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ
ในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐ และตามพระราชอัธยาศัย
ประกาศตามวรรคหนึ่ง จะทรงมอบหมายให้ผู้ใดเป็นผู้ลงนามในประกาศนั้นก็ได้
ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้สํานักงบประมาณและกรมบัญชีกลางดําเนินการ
โอนเงินงบประมาณของส่วนราชการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๑๘ ให้องคมนตรีได้รับเงินประจําตําแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่ได้รับอยู่เดิม
ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เว้นแต่จะมีพระราชวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น
ให้ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่นที่โอนมาปฏิบัติราชการในส่วนราชการ
ในพระองค์ ยังคงดํารงตําแหน่งและได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน เงินประจําตําแหน่ง และ
สิทธิประโยชน์อื่นเช่นเดียวกับที่เป็นอยู่เดิมในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เว้นแต่จะมีพระราชวินิจฉัย
เป็นอย่างอื่น หรือมีการจัดระเบียบราชการหรือการบริหารงานบุคคลตามพระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับแทน
มาตรา ๑๙ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี