- 12 พ.ค. 2560
ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณมิรู้ลืม......ในหลวงร.9 ทุกครั้งที่ทรงงานในพื้นที่ ทรงบันทึกทุกอย่าง ที่จะนำไปสู่ความเข้าใจในงานที่จะทำเพื่อปชช.
เรื่องราวประทับใจให้พสกนิกรชาวไทยทุกคนได้รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในครั้งนี้ มีการถ่ายทอดออกมาจากดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งได้ไปกล่าวไว้ช่วงหนึ่ง กับการบรรยายในโครงการพี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ เมื่อวันที่4พค.ที่ผ่านมา ที่จ.เชียงใหม่ ในหัวข้อเรื่อง เยาวชน เทิด ด้วย ทำ กับการพัฒนาที่ยั่งยืน ว่า
เคยทำงานในป่านานถึง11ปี เมื่อได้มาปฎิบัติงานถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในปี2524 กับตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร. ในช่วงต้นของการถวายงาน มีความวิตกกังวล จึงได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า ไม่มีความรู้ความสามารถ และความชำนาญการในงานที่รับสนองพระราชดำริอยู่เลย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำรัสว่า "ไม่เป็นไร ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ค่อยๆเรียนรู้ไป ฉันสอนเอง ขาดทุนคือกำไร"
ครั้งหนึ่งในการตามเสด็จที่นราธิวาส ดร.สุเมธ เดินตามอยู่ท้ายขบวนเสด็จ พระองค์ท่านทรงเรียกหา ทรงเรียกดร.สุเมธว่า "ถุงเงิน" มีพระราชกระแสให้มาอยู่ใกล้ๆเพื่อจะได้ทรงสอน ซึ่งแนวทางทรงสอน คือ ให้มอง เพราะคนเราไม่มอง เราแค่เห็นว่าพระองค์ท่านทรงทำอะไร "ให้ฟัง ไม่ใช่แค่ได้ยิน" เพื่อจะได้ "เข้าใจ" เราชอบที่จะได้ยินพระสุรเสียง แต่ไม่เคยฟัง และให้ "จดบันทึก" ทุกอย่างที่รับสั่ง เพื่อจะได้ไม่ลืม ทุกครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จฯไปทรงงานในพื้นที่ จะมีดินสอ ยางลบ แผนที่และกล้องถ่ายรูปไปด้วย เพื่อทรงจด ทรงบันทึกทุกอย่าง ทั้งหมดนี้เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจ และเมื่อเข้าใจแล้วก็จะทำงานสนองพระราชดำริได้ ซึ่งดร.สุเมธใช้วิธีบันทึกพระสุรเสียงด้วยเครื่องบันทึกเสียงขนาดพกพา แล้วกลับมาฟังทบทวนบทเรียนที่ได้เห็น ได้ยินมาทั้งหมดในทุกครั้งที่ตามเสด็จ และจัดทำรายงานสรุปถวาย พระองค์จะทรงปรับแก้ไขให้ถูกต้อง
ดังนั้นการถวายงานพระองค์ท่านจึงต้องเข้าใจในเรื่องที่ทำเป็นอันดับแรก และผลที่ได้คือบทเรียนแห่งการพัฒนา เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการตามแนวพระราชดำริทุกคน กำลังเรียนบทเรียน เรื่องน้ำ ซึ่งเป็นบทเรียนหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานไว้ จึงควรภาคภูมิใจกับประโยชน์ที่ได้รับที่จะตกอยู่กับครอบครัว ชุมชน และสังคมของตน
ขอบคุณข้อมูล จากเพจมูลนิธิอุทกพัฒน์
