"เจ้าคุณพิพิธ"ประกาศสาปแช่งคนให้อาหารหมาแมว!! ผูกจิตอาฆาตขัด"พรหมวิหาร4"เมตตา-กรุณา..ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น??

ประกาศสาปแช่งคนให้อาหารหมาแมว ผูกจิตอาฆาตขัด"พรหมวิหาร4"เมตตา-กรุณา..ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น

จากกรณีที่สังคมโซเชียลได้มีการแชร์ "ภาพป้ายประกาศที่ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร" เป็นจำนวนมาก ซึ่งป้ายดังกล่าว ได้กล่าวถึงการสาปแช่ง ต่อผู้ให้อาหารสุนัขภายในวัด ข้อความระบุว่า...

ประกาศ สาบแช่ง

วัดสุทัศน์ เป็นพระอารามที่ศักดิ์สิทธิ์ สร้างโดยพระมหากษัตริย์ มีมูลค่ามหาศาล

ผู้ใดไม่ว่าจะเป็นภิกษุ สามเณร ประชาชน นำอาหารมาเลี้ยงสุนัขและแมว โดยวางรอบฐานพระอุโบสถ พระวิหารหลวง ขอให้มีแต่สิ่งสกปรกเข้ามาในชีวิตตนเองและครอบครัว

ผู้ใด เอาสุนัขและแมวมาปล่อย ขอให้ถูกทอดทิ้ง พลัดพรากจากคนรัก

ผู้ใด ปีนกำแพงพระอุโบสถ พระวิหารหลวง โดยมิได้เป็นช่างบูรณะ ขอให้อุบัติเหตุแข้งขาหัก

ห้ามให้อาหาร นก เพราะทำลายศาสนสถาน นกหากินเองได้

หากไม่พอใจให้ไปที่วัดอื่นทำบุญ วัดนี้ไม่ง้อคนเมตตาสัตว์ แต่ทำให้วัดสกปรก เมตตามากกรุณาเอาไปเลี้ยงที่บ้าน"

ใคร ทำลายป้ายขอให้มีอันเป็นไปโดยเร็ว

พระเทพปฏิภาณวาที "เจ้าคุณพิพิธ"

 

ประกาศจากทางวัด

โดยหลังจากที่ภาพประกาศดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ไปยังโลกออนไลน์ก็นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก มีทั้งเห็นด้วยและขัดแย้ง โดยส่วนที่เห็นด้วยก็แสดงความเห็นใจทางวัดที่ต้องแบกรับปัญหาดังกล่าวมานาน ขณะที่อีกมุมก็มองว่าข้อความดังกล่าวนั้นไม่เหมาะสม พระควรมีอุเบกขาและเมตตาต่อสัตว์ ไม่ควรสาปแช่งผู้อื่น  พระสงฆ์ไม่ควรติดยึดกับวัตถุ    มูลค่า สิ่งของนอกกาย

ทั้งนี้พรหมวิหาร 4 หรือ พรหมวิหารธรรม เป็นหลักธรรมประจำใจเพื่อให้ตนดำรงชีวิตได้อย่างประเสริฐและบริสุทธิ์เฉกเช่นพรหม เป็นแนวธรรมปฏิบัติของผู้ที่ผู้ปกครอง และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ประกอบด้วยหลักปฏิบัติ 4 ประการ ได้แก่

เมตตา คือ ความรักใคร่ ปรารถนาดีอยากให้เขามีความสุข มีจิตอันแผ่ไมตรีและคิดทำประโยชน์แก่มนุษย์สัตว์ทั่วหน้า


กรุณา คือ ความสงสาร คิดช่วยให้พ้นทุกข์ ใฝ่ใจในอันจะปลดเปลื้องบำบัดความทุกข์ยากเดือดร้อนของปวงสัตว์


มุทิตา คือ ความยินดี ในเมื่อผู้อื่นอยู่ดีมีสุข มีจิตผ่องใสบันเทิง กอปรด้วยอาการแช่มชื่นเบิกบานอยู่เสมอ ต่อสัตว์ทั้งหลายผู้ดำรงในปกติสุข พลอยยินดีด้วยเมื่อเขาได้ดีมีสุข เจริญงอกงามยิ่งขึ้นไป


อุเบกขา คือ ความวางใจเป็นกลาง อันจะให้ดำรงอยู่ในธรรมตามที่พิจารณาเห็นด้วยปัญญา คือมีจิตเรียบตรงเที่ยงธรรมดุจตาชั่ง ไม่เอนเอียงด้วยรักและชัง พิจารณาเห็นกรรมที่สัตว์ทั้งหลายกระทำแล้ว อันควรได้รับผลดีหรือชั่ว สมควรแก่เหตุอันตนประกอบ พร้อมที่จะวินิจฉัยและปฏิบัติไปตามธรรม รวมทั้งรู้จักวางเฉยสงบใจมองดู ในเมื่อไม่มีกิจที่ควรทำ เพราะเขารับผิดชอบตนได้ดีแล้ว เขาสมควรรับผิดชอบตนเอง หรือเขาควรได้รับผลอันสมกับความรับผิดชอบของตน

พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้
"สาธุชนไม่ควรยึดมั่นถือมั่นสิ่งไรๆเลย"
"สิ่งใดที่ชาวโลกยึดมั่นถือมั่นอยู่ แล้วไม่ทุกข์เป็นไม่มี"
"สาธุชนหลุดพ้นได้เพราะไม่ยึดมั่นถือมั่น"
นักปฏิบัติควรหมั่นพิจารณาเช่นนี้เนืองๆ เพราะจะทำให้เราพ้นทุกข์

อย่างไรก็ตามพระภิกษุสงฆ์ในศาสนาพุทธ ควรปฏิบัติตามพระธรรมคำ..??และ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกล่าวคือ มันไม่ใช่ค่าของความเป็นพระ ไม่มีความเมตา ไม่ควรผูกจิตอาฆาตสาปแช่งใครด้วยเป็นสมณเพศ ติดยึดกับวัตถุมากกว่า โดยการยึดมั่นในสิ่งใด ย่อมนำไปสู่ทุกข์ได้ทั้งนั้น เพราะการรู้ว่าธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดถือมั่น หรือก็คือ ว่างจากการยึดมั่น บางครั้ง เราก็ปรุงแต่งจิตให้เป็นการยึดมั่นในความไม่ยึดมั่นไปเสียได้

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-สุดยอดเครื่องรางตำรับหลวงปู่ศุข "แมลงทับไม่ร้อง" หลวงปู่มี เพชรบูรณ์ ดีเด่นทางเมตตา หากมีพรหมวิหาร 4 จะเห็นผลทันตา!!!

-ตำรับหลวงปู่ศุข "แมลงทับไม่ร้อง" หลวงปู่มี เพชรบูรณ์ ดีเด่นทางเมตตา หากมีพรหมวิหาร 4 จะเห็นผลทันตา!!