ยังยึดโยง “อำนาจประชาชน” หรือเดินสู่ “กับดักการเมือง”จับตาทิศทางหลัง “บิ๊กตู่” งัด ม.44 สางปัญหากองทุนฟื้นฟูฯ

ยังยึดโยง “อำนาจประชาชน” หรือเดินสู่ “กับดักการเมือง”จับตาทิศทางหลัง “บิ๊กตู่” งัด ม.44 สางปัญหากองทุนฟื้นฟูฯ

             เป็นการคลี่คลายความอึมครึมกว่า 2 เดือนต่อทิศทางและอนาคตของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร  หลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครั้งที่ 3/2560 วันอังคารที่ 21 มีนาคม 2560 ซึ่งบรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยความขัดแย้ง จนที่สุดกรรมการฯในส่วนผู้แทนเกษตรกรเสนอให้อำนาจประธานในที่ประชุมคือ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาผ่าทางตันเพื่อสามารถแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรเป็นสำคัญ 


              พล.อ.อ.ประจิน กล่าวปิดประชุมครั้งนั้นโดยระบุทิ้งท้ายว่า “จะนำเรื่องนี้หารือท่านนายกรัฐมนตรี” และในที่สุดก็คลี่คลายมาเป็นตามที่              พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร่วมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) วันนี้ (16 พ.ค.)ว่า ที่ประชุมฯ  คสช.เห็นชอบในหลักการที่จะออกคำสั่งหัวหน้า คสช. 4 เรื่อง โดยหนึ่งในนั้นก็คือ การดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดย ให้ คณะกรรมการอยู่ 3 คณะตาม พ.ร.บ.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร  คือ คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ คณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูฯ และคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร สิ้นสุดภารกิจ โดยให้จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาใหม่ 1 คณะ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เร่งด่วนของเกษตรกร 

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด


               ตามข่าวที่ปรากฏในสื่อต่างๆว่า มีอยู่ถึง 15,000 ราย วงเงิน 3,000 ล้านบาท นั้น  จากการตรวจสอบของผู้ส่อข่าวทีนิวส์พบว่า ในข้อเท็จจริงน่าจะหมายถึง ยอดหนี้เร่งด่วนที่กองทัพร่วมกับสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯสำรวจแล้วเสร็จล่าสุดคือจำนวน 3,737 ราย 4,403 บัญชี มูลหนี้ 3,540,771,638.34 บาท


               โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า อำนาจของคณะกรรมการเฉพาะกิจที่จะจัดตั้งขึ้น ยังรวมถึง ภารกิจในการศึกษาจุดอ่อนของกฎหมายฉบับเดิม เพื่อเสนอครม.ให้แก้ไข โดยคณะกรรมการชุดนี้มีระยะเวลาในการปฏิบัติงานเบื้องต้น 6 เดือน หากยังดำเนินงานไม่แล้วเสร็จ ก็สามารถขอขยายระยะปฏิบัติงานจาก ครม.ได้


 เหล่านี้เป็นสถานการณ์ล่าสุด ที่ไม่เกินเลยจากที่ สำนักข่าว “ทีนิวส์” เคยนำเสนอข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้


                ปัญหาที่ต้องจับตา ทิศทางต่อไปก็คือ โครงสร้างของคณะกรรมการเฉพาะกิจ จะถูกออกแบบมาอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่า ต้องมีตัวแทนจากรัฐบาลและคสช.เข้าไปร่วมอย่างแน่นอน นอกจากนั้นก็น่าจะเป็นตัวแทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรกร มหาดไทย กระทรวงคลัง สภาพัฒน์ ฯลฯเป็นต้น
 

ยังยึดโยง “อำนาจประชาชน” หรือเดินสู่ “กับดักการเมือง”จับตาทิศทางหลัง “บิ๊กตู่” งัด ม.44 สางปัญหากองทุนฟื้นฟูฯ

             แต่ที่ต้องให้น้ำหนักด้วยก็คือ โครงสร้างของคณะกรรมการเฉพาะกิจ  นี้จะยึดโยงกับ “อำนาจประชาชน” ด้วยหรือไม่  ซึ่งความหมายในทีนี้ก็คือ  ยังจะมีคณะกรรมการในสัดส่วนของ “ผู้แทนเกษตรกร” ที่มาจากการเลือกตั้งของเกษตรกร และใช้งบประมาณของรัฐไปถึงกว่า 80 ล้านบาท   เพื่อให้ได้มาซึ่งผู้แทนเกษตรกรจำนวน 20 คน ซึ่งปัจจุบันเหลือ 18 คน เนื่องจากเสียชีวิตไป 2 คน หรือไม่


             เพราะถ้าว่า ถึงสูตรที่ควรจะเป็น ของโครงสร้างคณะกรรมการเฉพาะ ถ้ามีแต่ข้าราชการ หรือจะไปเอานักวิชาการก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าจะรู้ลึกรู้จริงถึงปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ 

 

               นี่เป็นประเด็นที่ นายกรัฐมนตรีต้องพิจารณาให้หนักแน่น !

 

              อย่างไร และที่พอจะมองเห็นสัญญาณชัดๆ ก็คือ การปรากฏบทบาทของนายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ที่มานั่งเป็นประธานประชุมกับผู้บริหารสำนักงาน กฟก. เมื่อ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา และมีกำหนดนัดประชุมในวันนี้และวันที่ 18 พ.ค.อีกนัด เพื่อจัดเตรียมข้อมูลหนี้สินของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้ทั้งหมดนั้นก็น่าเชื่อว่า นายอำนวย จะเข้ามาอยู่ในโครงสร้างของ คณะกรรมการเฉพาะกิจ ฯ 

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ นายอำนวย ปะติเส

            อย่างไรก็ตาม จะลืมไม่ได้ว่า นายอำนวย เคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ และครั้งหนึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยเข้ามามีบทบาทในกองทุนฟื้นฟูฯ ประวัติศาสตร์ในเรื่องนี้เป็นมาอย่างไรเข้าใจว่า คสช.หาข้อมูลได้ไม่ยาก

 

ยังยึดโยง “อำนาจประชาชน” หรือเดินสู่ “กับดักการเมือง”จับตาทิศทางหลัง “บิ๊กตู่” งัด ม.44 สางปัญหากองทุนฟื้นฟูฯ


            วันนี้ คสช.ถือกระบองมีอำนาจ ม. 44 เป็นอาญาสิทธิ  ถ้ามีธงผ่าตัดปัญหาของกองทุนฟื้นฟูฯเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่พี่น้องเกษตรกรจริง ก็ต้องกล้าที่จะทำในวิถี “รัฐบุรุษ” เพราะบทเรียนในอดีตบอกไว้แล้วว่า การเดินในวิถี “นักการเมือง” แล้ว กองทุนฟื้นฟูฯไม่สามารถทำหน้าที่ได้สมเจตนารมณ์ก็ต้องถือ สุ่มเสี่ยงต่อคำครหาว่า “เสียของ”