- 17 พ.ค. 2560
"บิ๊กโด่ง" ลั่น ต้องทำให้ดีขึ้นให้ได้ ปัญหาใต้ สั่งเข้ม "พาคนกลับบ้าน" เกาะติดต่อเนื่อง ผุดไผเดีย ตั้ง ผช.ทูต ตำรวจ ที่มาเลเซีย ประสานงาน-การข่าว โจร
เรียกประชุมคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ติดตามงาม เร่งรัดแก้ปัญหาใต้ เร่งปรับปรุง ม.21พรบ.มั่นคง ,กม.เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบ และตั้งกองทุนเฉพาะกิจอำนวยความสะดวกกระบวนการยุติธรรม/ ยันต้อง ตรวจสอบ กลั่นกรอง แนวร่วมที่จะเข้า "โครงการพาคนกลับบ้าน" เข้มข้น มากขึ้น หวั่นซ้ำรอย ผู้ต้องหา คาร์บอมบ์ บิ๊กซี ปัตตานี/ การอบรม ปรับทัศนคติ แนวคิด และการติดตามพฤติกรรม ความเป็นอยู่ ยอมรับ มีกำลังทหารน้อย แต่ภารกิจเพียบ
/ลั่น ต้องทำให้ได้ ทำให้เต็มที่ ต้องทำให้ดีขึ้นให้ได้ แต่ก็ไม่อาจรับประกันว่า จะไม่เกิดขึ้น อีก/ผุดไอเดีย ตั้ง "ผู้ช่วยทูตตำรวจ" ประจำมาเลเซีย ไว้ประสานข้อมูล เริ่องกลุ่มก่อความไม่สงบ กับตำรวจ สันติบาล มาเลฯ
ที่กลาโหม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เป็นประธานในการประชุมผู้แทนพิเศษฯ ครั้งที่ 3/2560 โดยมี ผู้แทนพิเศษฯ 7 กลุ่มภารกิจงาน ผู้แทนจากส่วนราชการในพื้นที่ ได้แก่ พล.ท. สุรินทร์ แพโต และ พล.ท. ประกาศเกียรติ หิญชีระนันทน์ จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 สน.) นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ จากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พล.ต.ต. พัฒนวุธ อังคะนาวิน และ พ.ต.ท.สมนึก ยอดมณี จากศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) เข้าร่วมประชุม
ทั้งนี้ได้มีการเร่งรัดติดตามการแก้ไขปัญหาในงานสำคัญ ซึ่งเป็นข้อเสนอตามมติของผู้แทนพิเศษของรัฐบาล 2 เรื่อง คือ 1) การปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย 4 ประเด็น ได้แก่ ปรับปรุงแก้ไขมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พุทธศักราช 2551 (พ.ร.บ. ความั่นคงฯ 2551)
1) ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จชต. และเยียวยากลาง บูรณาการระบบงานยุติธรรมชุมชนใน จชต.และจัดตั้งกองทุนเฉพาะกิจช่วยเหลืออำนวยความสะดวกด้านกระบวนการยุติธรรม ต่อผู้ต้องหาคดีความมั่นคง โดยเชิญผู้แทนจากกระทรวงยุติธรรม นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม มาร่วมประชุม
2) แนวทางดำเนินการ เรื่องการแก้ไขปัญหาความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าใน จชต. โดยเชิญผู้แทนจาก กระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย พล.ต. เชาวเลข ชยันตร์สุภาพ ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร และ นายธีรเดช ทองขวัญ มาให้ข้อสรุปในการดำเนินงาน
นอกจากนั้น ผู้แทนพิเศษรัฐบาล ได้เสนอที่ประชุมเพื่อรับทราบความก้าวหน้าในการดำเนินงานตาม Roadmap การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาและพัฒนา จชต. จำนวน 6 เรื่อง ที่สำคัญได้แก่ โครงการจัดตั้งชุดคุ้มครองตำบลเพิ่มเติม 60 ตำบลของกรมการปกครอง โครงการประชารัฐญาลันนันบารูของ กอ.รมน.โครงการเร่งรัดติดตามความคืบหน้าคดีความมั่นคงใรพื้นที่ จชต.ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และเรื่องที่ขอให้พิจารณา 1 เรื่อง คือ การแต่งตั้งผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจประจำประเทศมาเลเซีย
ทั้งนี้ ในห้วง 6 เดือนที่ผ่านมา การดำเนินงานของผู้แทนพิเศษฯ มีความก้าวหน้าตามลำดับ ยืนยันได้จากผลการประเมินที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ
นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้ "กำหนดเป้าหมายตามห้วงระยะเวลา และประเมินผลสัมฤทธิ์เป็นรายกิจกรรม"
และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน คปต. ได้สั่งการให้ ผู้แทนพิเศษฯ ร่วมแก้ไขปัญหาด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ศชต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นกรณีเร่งด่วน
พลเอกอุดมเดช กล่าวว่า ตัองเข้มข้นในการทำโครงการ พาคนกลับบ้าน ทั้งการอบรม ปรับทัศนคติ แนวคิด และการติดตามพฤติกรรม ความเป็นอยู่ ยอมรับ มีกำลังทหารน้อย แต่ภารกิจเพียบ
พลเอกอุดมเดช กล่าวว่า ต้องมีการ ตรวจสอบ คนที่จะเข้าโครงการพาคนกลับบ้าน ให้ เข้มข้น ละเอียดมากขึ้น ซึ่งเขามี6 ขั้นตอนในการตรวจสอบ
และเมื่ออบรมแล้วให้กลับบ้านไปใช้ชีวิตปกติแล้ว จะต้องมีจนท. ติดตามไปดูแล ด้วยว่า เป็นยังไงบ้าง อย่าทื้งเวลามากนัก และต่อเนื่อง ติดตามพฤติกรรม ความเป็นอยู่
แม้ว่า ที่ผ่านมาทำได้ดี แต่ปฏิเสธไม่ได้ เพราะ ระเบิดบิ๊กซี ปัตตานี มีคนที่อยู่ในโครงการพาคนกลับบ้าน มาเกี่ยวข้อง
"เราพยายามทำเต็มที่ ต้องให้ดีขึ้นให้ได้"
แต่ไม่ใช่ว่า พูดแล้ว ไม่มีอีกเลย คงไม่มีใคร รับประกันไม่ได้ จนท เราไม่ได้มีมากมายอะไร
ในเมื่อเราตัดสินใจ ขยับกำลังหลักจาก นอกพื้นที่ กลับไปหมดแล้ว เราก็ต่องเสริมสร้างกำลัง มาดูแลความปลอดภัย เช่น กำลังประจำถิ่น ชุดคุ้มครองตำบล
บางทีอาจคิดว่า คนเป็นหมื่น งบประมาณเยอะแยะ ความจริง ในส่วนของ คณะผู้แทนพิเศษฯ เราไม่ได้มีงบฯอะไรมากมาย น่าตกใจอะไรเลยนะ เพราะเราใช้งบฯของแต่ละกระทรวง อยู่แล้ว ยกเว้นว่า หากมีโครงการอะไร ที่ทำเป็นพิเศษ เราก็จะ ของบฯกลาง จากรัฐบาล ไม่มาก เป็นหลักร้อยล้านเท่านั้น
ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ ได้หารือเรื่อง การข่าว และยุทธวิธีเพราะหากมีการข่าว อละใช้ยุทธวิธี ที่ได้เคยคุยกันไว้ สั่งการไว้ ก็น่าจะดูแลได้
พลเอกอุดมเดช กล่าวถึง การตั้งผู้ช่วยทูต ตำรวจ" ประจำมาเลเซีย ไว้ประสานข้อมูล การข่าว และ เริ่องความเคลื่อนไหว ของ กลุ่มก่อความไม่สงบ กับตำรวจ สันติบาล มาเลเซีย ว่า กำลังพิจารณา อยู่ เป็นแค่แนวคิดเท่านั้น
แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะปกติ เรามีตำรวจสันติบาล ทำหน้าที่ประสานกับสันติบาลมาเลเซีย อยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องความสงบภายในและความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบ เป็นหน้าที่ของตำรวจ ส่วนกองทัพไม้ใช่หน่วยงานหลัก ในการประสานกับทางมาเลเซีย เพราะกองทัพมีหน้าที่ในด้านการป้องกันประเทศ
