เปิดประวัติศาสตร์ !!!  “ลุงกำนัน” ถูกขังไหน –ทำอะไร หลัง “บิ๊กตู่” ยึดอำนาจ !

เปิดประวัติศาสตร์ !!! “ลุงกำนัน” ถูกขังไหน –ทำอะไร หลัง “บิ๊กตู่” ยึดอำนาจ !

ผู้สื่อข่าว “ทีนิวส์” สำรวจข้อมูลย้อนอดีตประวัติศาสตร์ 3 ปี คสช.ยึดอำนาจ พบว่า ภายหลังคำประกาศยึดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และมีการจับกุมแกนนำคู่ขัดแย้งนั้น ประวัติศาสตร์ ช่วงนี้สมศักดิ์ โกศัยสุข” บันทึกไว้ในหนังสือ “เราจะชนะในที่สุด” ชื่อตอน  “๔ วันในค่ายพรมโยธี” เผยให้เห็นว่าลุงกำนันและแกนนำ กปปส. ถูกจับไปควบคุมตัวที่ไหนและทำอะไรในช่วงนั้น
 

“ผมถูกคุมตัวนั่งรถตู้ไปคันเดียวกับ สาธิต และเอกนัฏ ส่วนกำนัน นั่งคันเดียวกับ อาจารย์สมบัติ  มุ่งหน้าสถานที่ควบคุมตัวซึ่งตอนแรกก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่า ออกจากสโมสรกองทัพบกเกือบๆ ๕ โมงเย็น พอสักทุ่มเศษๆทหารซึ่งนั่งคุมมาในรถ เอาผ้าดำมาคาดตา  แล้วก็มารู้ภายหลังว่า พวกเราถูกส่งมาค่ายพรหมโยธี อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 

 ระหว่างนั่งในรถ เรา ๓ คนไม่ได้คุยอะไรกัน แล้วก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดแต่ว่า คืนนี้คงจะหลับสบายเพราะไม่ได้นอนแบบหลับสนิทมาหลายคืน ซึ่งคืนนั้นก็ผมหลับสนิท หลับลึก หลับยาวจริงๆ 

พวกเราไปถึงค่ายพรหมโยธี ประมาณ ๒ ทุ่ม ทหารพาไปบ้านพักซึ่งมีลักษณะเหมือนบ้านพักค่ายทหารทั่วไป มี ๒ ชั้น  ๒ ห้อง ห้องหนึ่งมีเตียง ๖ เตียง ผม สาทิตย์ เอกณัฐ นอนห้องเดียวกัน กำนันนอนกับอาจารย์สมบัติ  ไปถึงตอนแรก ทหารก็มาช่วยทำความสะอาดเช็ดถู หาสบู่ยาสีฟันรองเท้าแตะมาให้ ส่วนเสื้อผ้าก็ได้กางเกงกีฬาขาสั้นคนละตัวพร้อมเสื้อยืด ผมได้รับเสื้อยืดสกรีนข้างหลังว่า “ประชาชนพระราชา” ส่วนกำนันได้เสื้อสกรีนว่า “บูรพาพยัคฆ์”  พวกเรายังกระเซ้าแหย่กำนัน หัวเราะกันสนุกสนาน

ความเป็นอยู่ในค่าย สำหรับผมไม่มีปัญหาอยู่ได้สบายมาก  เพราะเราเป็นกรรมกร กินง่ายอยู่ง่าย ถือว่า ได้พักผ่อนไม่มีใครมากวน วันที่เขาให้ออกยังคิดอยากอยู่ต่ออีกสัก ๒ วัน  แล้วอย่างที่บอก ผมได้มีโอกาสทบทวนและคิดเรื่องราวที่อยากจะบันทึกไว้เป็นหนังสือ 

กิจวัตรในแต่ละวัน พักผ่อนกันอย่างเดียว ไม่มีการสอบสวนอะไรทั้งสิ้น  ตลอดเวลาที่ถูกควบคุมตัว อยู่กัน ๕ คนมีทหารนั่งคุมอยู่นอกบ้าน  เช้าก็กินข้าว ทหารจะมาจดว่าอยากกินอะไร ก็ไปซื้อเอาบ้าง ทำให้บ้าง  หลังจากนั้นก็นั่งอ่านหนังสือ ผมวานให้น้องทหารไปซื้อหนังสืออะไรก็ได้ที่เซเว่นอีเลฟเว่นเพื่อมาอ่านฆ่าเวลา ก็ได้นิยายมาเล่ม หนังสือของขงเบ้งอีกเล่ม  นอกจากนี้ยังได้อ่านหนังสือพิมพ์ แล้วก็นั่งดูประกาศ คสช.  จำได้ว่า ตอนนั้นยังรู้สึกหงุดหงิด วันที่ คสช.ประกาศไม่ยุบวฺฒิสภา แต่ต่อมาก็เมื่อประกาศยุบ ก็รู้สึกว่า เออดี จะได้จบๆไปเสียที  เพราะประธานวุฒิฯไม่มีความกล้าหาญทางการเมือง

นอกจากนี้ก็ได้นั่งพูดคุย วิเคราะห์สถานการณ์กันเองในกลุ่มพวกเรา  พอสักทุ่มหนึ่งก็ขออนุญาตไปออกกำลังกาย ทหารก็ให้ไปเดินออกกำลังกายรอบบ้าน เดินพอเหงื่อออก  ก็กลับเข้ามาอาบน้ำ ดูทีวี พอ ๕ ทุ่มก็เข้านอน 

หลังจากอยู่ได้ ๒ วัน คราวนี้ก็เริ่มหากิจกรรมอื่นฆ่าเวลาเพิ่ม เราไปขอไพ่มาสำรับหนึ่งเล่นรัมมี่กันซึ่งยอมรับว่า ผมไม่ได้เล่นมาเกือบห้าสิบปี เอกนัฏก็ช่วยฟื้นความจำให้ เราเล่นกัน ๔ ขา อาจารย์สมบัติขอตัวนั่งอ่านหนังสือ วงรัมมี่ของเราเล่นกันสนุกจนเวลาเลยเถิดไปถึงตี ๒ เราสมมติว่า เล่นได้เสียกันแต้มละ ๑๐ บาท ซึ่งผมก็ชนะอยู่คนเดียว คิดเป็นเงินก็คงได้เป็นแสน อาจารย์สมบัติยังแซวว่า ผู้นำกรรมกรเก่งมีดวงทางการพนัน 

เวลาในค่ายผ่านไปเร็ว พอคืนวันอาทิตย์ทหารก็เอาเอกสารมาให้เซ็นต์ บอกว่าจะปล่อยตัวเช้าวันจันทร์  ๒๖ พ.ค. พอตี ๕ ทหารก็มารับเอาตัวไปส่งที่ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก เพื่อรายงานตัวในข้อหากบฏ  ก่อนจะประกันตัวกันมาออกมาโดยวางหลักทรัพย์กันคนละหนึ่งแสนบาท 
บอกตามตรงว่า ทั้งผมและแกนนำคนอื่นๆตลอดจนมวลมหาประชาชน ไม่มีใครรู้สึกหวาดหวั่นที่จะโดนข้อหากบฏ หากต้องต่อสู้ขุดโค่นระบอบทักษิณให้พ้นจากแผ่นดินไทยและขับไล่รัฐบาลทรราชย์โกงชาติเข่นฆ่าประชาชน แต่เมื่อทหารไม่ออกมาร่วมกับมวลมหาประชาชนและการปฏิวัติประชาชนไปยังไม่ถึงที่คาดหมาย พล.อ.ประยุทธ์เลือกที่จะผูกเชือกรองเท้าเดินหน้า ยึดอำนาจจัดการปัญหาต่างๆ เอง ในแง่มวลชน กปปส.ก็ต้องคิดว่า ฝ่ายเราชนะ เพียงแต่ประเด็นคือ เราไม่ได้ทำด้วยอำนาจประชาชนเอง  ดังนั้นเป้าหมายการจะทำอะไรให้ได้สุดทางตามแนวทางของที่เราเรียกร้องและเสนอกันมาก็คงไม่ได้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด 

อย่างไรก็ตามสำหรับตัวผม เมื่อวันนี้ทหารยึดอำนาจ ซึ่งหากทำเพื่อประชาชน ผมก็ไม่ยึดติดตัวตน  จะเป็นใครก็ได้ แมวสีอะไรไม่สำคัญขอให้มันจับหนูได้ นี่คือคิดแบบ เติ้ง เสี่ยว ผิง ถ้ามันแก้ปัญหาให้กับชาติบ้านเมืองได้ เราถือว่า เราชนะ และในทางหนึ่งมันก็ยืนยันสิ่งที่กำนันพูดว่า  จะกลับไปอยู่บ้าน  กำนันไม่เคยเรียกร้องให้ทหารยึดอำนาจ แต่เรียกร้องให้ทหารออกมาร่วมกับประชาชน เมื่อสุดท้ายทหารเลือกจะทำเอง โดยให้เหตุผลเพื่อสลายเสื้อทุกสี  ในเมื่อเขาเอาหัวพาดเขียงเอาตัวเข้าเสี่ยง ความสำเร็จก็ควรเป็นของเขา ผมก็ถือว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา

เรื่องแบบนี้คนที่ไม่ได้อยู่ในสนามรบไม่รู้หรอกว่า แต่ละวันกว่าจะข้ามไปได้ไม่ง่าย เมื่อทหารเข้ามา เดินหน้าคืนความสุขให้คนในชาติ  มันก็ทำให้ภารกิจของเราเบาบางลง มีเวลาทำโน้นทำนี่บ้าง อย่างน้อยก็เหมือนการต่อสู้แล้วได้หยุดพักยก”