คสช.คืนความสุข ครบสามขวบ!?!?เปิดโพลสำรวจความพึงพอใจ พร้อมย้อนรอยรำลึกเหตุการณ์ สำคัญถ้าไม่มี คสช.วันนั้น วันนี้ประเทศจะเป็นอย่างไร? (มีคลิป)

คสช. คืนความสุข ครบสามขวบ!?!? เปิดโพลสำรวจความพึงพอใจ พร้อมย้อนรอยรำลึกเหตุการณ์ สำคัญถ้าไม่มี คสช. วันนั้น วันนี้ประเทศจะเป็นอย่างไร? (มีคลิป)

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “3 ปี คสช. กับการคืนความสุขให้คนในชาติ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 11 – 12 พฤษภาคม 2560 จากประชาชนจำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน และความสุขของคนในชาติ หลังจากครบรอบ 3 ปี ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

 

คสช.คืนความสุข ครบสามขวบ!?!?เปิดโพลสำรวจความพึงพอใจ พร้อมย้อนรอยรำลึกเหตุการณ์ สำคัญถ้าไม่มี คสช.วันนั้น วันนี้ประเทศจะเป็นอย่างไร? (มีคลิป)

 

จากผลการสำรวจ เมื่อถามถึงระดับความสุขของประชาชนในโอกาสครบรอบ 3 ปี ของ คสช. ในการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 42.00 ระบุว่า มีความสุขเท่าเดิมเพราะ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ชีวิตความเป็นอยู่ยังคงเหมือนเดิม การบริหารงานไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม เศรษฐกิจและค่าครองชีพยังสูงเช่นเดิม 

 

รองลงมา ร้อยละ 32.64 ระบุว่า มีความสุขเพิ่มขึ้น เพราะไม่มีการชุมนุมและความวุ่นวายทางการเมือง บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยมากขึ้น คณะทำงาน คสช. มีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการทำงาน เป็นไปด้วยความรวดเร็ว เห็นผลชัดเจนเป็นรูปธรรม เช่น ปัญหายาเสพติด การก่ออาชญากรรม การทุจริตคอร์รัปชัน ลดลง เป็นต้น 

 

คสช.คืนความสุข ครบสามขวบ!?!?เปิดโพลสำรวจความพึงพอใจ พร้อมย้อนรอยรำลึกเหตุการณ์ สำคัญถ้าไม่มี คสช.วันนั้น วันนี้ประเทศจะเป็นอย่างไร? (มีคลิป)

 

ขณะที่ ร้อยละ 21.76 ระบุว่า มีความสุขลดลง เพราะ เศรษฐกิจปากท้องของประชาชนแย่ลง ค่าครองชีพสูง ราคาพืชผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ การบังคับใช้กฎหมายหรือแก้ไขกฎหมายไม่ตรงจุด มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพมากเกินไป นโยบายบางอย่างยังไม่ชัดเจน แต่ปัญหาต่าง ๆ กลับมีเพิ่มมากขึ้น และขาดความมั่นคงทางประชาธิปไตย 

 

ร้อยละ 2.24 ระบุอื่น ๆได้แก่ บางอย่างมีความสุขเพิ่มขึ้น บางอย่างมีความสุขลดลง และร้อยละ 1.36 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

 

คสช.คืนความสุข ครบสามขวบ!?!?เปิดโพลสำรวจความพึงพอใจ พร้อมย้อนรอยรำลึกเหตุการณ์ สำคัญถ้าไม่มี คสช.วันนั้น วันนี้ประเทศจะเป็นอย่างไร? (มีคลิป)

 

เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ 2 ปี คสช. กับการคืนความสุขให้คนในชาติ ที่ทำการสำรวจเมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 พบว่า สัดส่วนของผู้ที่มีความสุขเพิ่มขึ้น มีสัดส่วนลดลง (จากเดิม ร้อยละ 37.68 เป็นร้อยละ 32.64) เช่นเดียวกับสัดส่วนของผู้ที่มีความสุขเท่าเดิมมีสัดส่วนลดลง (จากเดิม ร้อยละ 43.28 เป็นร้อยละ 42.00) ขณะที่สัดส่วนของผู้ที่มีความสุขลดลง กลับมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น (จากเดิม ร้อยละ 18.24 เป็น 21.76)


สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,466 คน เกี่ยวกับ 10 เรื่องที่จะช่วยสร้างความมั่นใจต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กับการก้าวสู่ปีที่ 4 ระหว่างวันที่ 15-20 พ.ค.2560 สรุปผลได้ดังนี้ 


อันดับ 1 กระตุ้นเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน 80.15%, 
อันดับ 2 แก้ปัญหาปากท้องของประชาชน 78.99%, 
อันดับ 3 ใช้งบประมาณอย่างเหมาะสม คุ้มค่า 77.08%, 
อันดับ 4 ช่วยเหลือเกษตรกร ดูแลราคาพืชผลทางการเกษตร74.22%, 
อันดับ 5 รับฟังความเห็นก่อนมีการบังคับใช้กฎหมาย 72.65%,
อันดับ 6 เร่งแก้ปัญหาไฟใต้ สร้างความสงบในพื้นที่ 68.28%, 
อันดับ 7 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน วางระบบการขนส่งมวลชนที่ดี 64.26%, 
อันดับ 8 พัฒนาด้านการศึกษา ไม่เปลี่ยนนโยบายบ่อย 62.76%, 
อันดับ 9 เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบการทำงาน 59.35%,
อันดับ 10 เสริมสร้างคุณภาพชีวิต จัดสวัสดิการที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย 55.67%

 

คสช.คืนความสุข ครบสามขวบ!?!?เปิดโพลสำรวจความพึงพอใจ พร้อมย้อนรอยรำลึกเหตุการณ์ สำคัญถ้าไม่มี คสช.วันนั้น วันนี้ประเทศจะเป็นอย่างไร? (มีคลิป)

คสช.คืนความสุข ครบสามขวบ!?!?เปิดโพลสำรวจความพึงพอใจ พร้อมย้อนรอยรำลึกเหตุการณ์ สำคัญถ้าไม่มี คสช.วันนั้น วันนี้ประเทศจะเป็นอย่างไร? (มีคลิป)
 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม ในวาระครบรอบ 3 ปี การยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 สำนักโพลและองค์กรต่างๆ ประเมินผลงาน 3 ปี คสช.อย่างหลากหลาย โดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) เผยแพร่รายงานเรื่อง 3 ปี คสช. วางฐานอำนาจ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เนื่องในวันครบรอบ 3 ปีการเข้าปกครองประเทศของ คสช.

 

รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า คสช.ใช้เวลา 3 ปีเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเมืองการปกครองของไทยไปอย่างใหญ่หลวง ที่เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมคือการดึงอำนาจการปกครองกลับไปอยู่ที่หน่วยงานราชการเป็นส่วนใหญ่, การตัดช่องทางการมีส่วนร่วมของประชาชน, การใช้กฎหมายควบคุมเสรีภาพของสื่อมวลชน, การสถาปนาอำนาจทหารในกระบวนการยุติธรรม และการใช้อำนาจสูงสุดอย่างที่ไม่มีกระบวนการใดสามารถตรวจสอบหรือถ่วงดุลได้

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการไอลอว์ กล่าวว่า รายงานฉบับนี้เป็นการประมวลภูมิทัศน์ทางการเมืองภายใต้การปกครองของ คสช. โดยรวบรวมข้อมูลจากการติดตามกระบวนการออกกฎหมายและเก็บข้อมูลของไอลอว์ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า คสช.ได้นำพาประเทศไทยย้อนกลับไปในยุคการปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจอีกครั้ง ผ่านการออกกฎหมายหลากหลายรูปแบบ ทั้งรัฐธรรมนูญ 2560, พระราชบัญญัติอย่างน้อย 239 ฉบับ, คำสั่งที่อาศัยอำนาจมาตรา 44 อย่างน้อย 151 ฉบับ และประกาศและคำสั่ง คสช.อีกมากมาย

 

“คสช.ได้ทำลายกลไกและวัฒนธรรมการปกครองประเทศโดยประชาชนที่พัฒนาขึ้นในช่วงสองทศวรรษที่ ผ่านมาไปจนหมดสิ้น ระยะเวลาสามปีของ คสช.ถือว่านานมาก อาจจะนานพอที่ทำให้ประชาชนรู้สึกเบื่อหน่าย และรู้สึกชินชากับวิธีการปกครองแบบผู้นำใช้อำนาจเบ็ดเสร็จโดยไม่ต้องฟังเสียงประชาชน ซึ่งบรรยากาศแบบนี้อันตราย ทำให้ประเทศไทยกลับสู่วัฒนธรรมแบบประชาธิปไตยได้ยาก”

 

นายยิ่งชีพกล่าวต่อว่า คสช.ยังบ่อนทำลายการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน ด้วยการปิดกั้นการทำกิจกรรมทางการเมืองอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามการชุมนุมโดยสงบของประชาชน, การควบคุมตัวโดยอำนาจพิเศษของทหาร, การดำเนินคดีด้วยข้อหาความมั่นคง ส่งผลให้สังคมไทยต้องอยู่ภายใต้ความเงียบงัน แต่อย่างไรก็ดี ตลอดสามปีที่ผ่านมา ภาคประชาชนก็พยายามเคลื่อนไหวสร้างพื้นที่การส่งเสียงตลอดมา ตั้งแต่การชุมนุม การทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ การใช้กลไกองค์กรอิสระ ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจจะสำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง แต่ก็เป็นสามปีที่สร้างประสบการณ์ให้ภาคประชาสังคมไทยอย่างมากทีเดียว

 

คสช.คืนความสุข ครบสามขวบ!?!?เปิดโพลสำรวจความพึงพอใจ พร้อมย้อนรอยรำลึกเหตุการณ์ สำคัญถ้าไม่มี คสช.วันนั้น วันนี้ประเทศจะเป็นอย่างไร? (มีคลิป)

 

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีครบ 3 ปี ของการรัฐประหาร 22 พ.ค.57 ว่า ถึงวันนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คงจะตระหนักเป็นอย่างดีว่า การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลเลือกตั้งนั้นง่ายกว่าการเข้ามาบริหารประเทศด้วยตัวเอง ทั้งที่ คสช.มีเครือข่ายองคาพยพ ระบบราชการรองรับ มีกฎหมายพิเศษเป็นเครื่องมือในการบริหารประเทศมากมาย กองเชียร์ คสช.อย่าวนเวียนแต่การตั้งคำถามว่ารัฐประหารครั้งนี้ "เสียของ" หรือไม่ เพราะวันนี้กลับกลายเป็น 3 ปี ที่มี "ของหาย" จากการรัฐประหาร 3 ด้าน หลักๆ คือ 

 

1.สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน สื่อมวลชน ถูกลิดรอนและจำกัด 

2.กระบวนการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชั่นหายไป 

3.โอกาสในการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ระบบเศรษฐกิจที่สร้างโอกาสหายไป ความเหลื่อมล้ำเพิ่มสูงขึ้น รวยกระจุก จนกระจาย ขาดการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ ไม่มีเครื่องมือที่จะนำพาประเทศไปสู่ความปรองดองสมานฉันท์

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากปัญหาเก่าจะยังไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ปัญหาใหม่และใหญ่เกิดขึ้นมามากมาย ที่แม้แต่คนในรัฐบาล ยังยอมรับสารภาพว่า เศรษฐกิจแย่ลงทุกระดับ และยังไม่มีทางแก้ ตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศที่ออกมา ติดลบทุกด้าน ที่พุ่งขึ้นมีอย่างเดียวคือ ตัวเลขคนจนที่เพิ่มขึ้นภายในปีเดียว 7 ล้านคน จากการลงทะเบียนคนจน ที่พุ่งทะลุ 15 ล้านคน บริหารประเทศมา 3 ปี มีจำนวนคนจนเพิ่มเป็น 1 ใน 5 ของประชากรทั้งประเทศ แล้วถ้าอยู่ต่อ ปีที่ 4 ปีที่ 5 หวังว่าคงไม่ยึดหลักสถิติมีไว้เพื่อทำลาย หรือยิ่งอยู่นานคนจนยิ่งเพิ่มขึ้น

 

คสช.คืนความสุข ครบสามขวบ!?!?เปิดโพลสำรวจความพึงพอใจ พร้อมย้อนรอยรำลึกเหตุการณ์ สำคัญถ้าไม่มี คสช.วันนั้น วันนี้ประเทศจะเป็นอย่างไร? (มีคลิป)

 

"ครบรอบ 3 ปี คสช.ต้องตั้งสติ สร้างแนวคิดเพื่อเชื่อมโยงระหว่างปัญหา วัตถุประสงค์และสมมติฐานใหม่ เพราะลำพังวิธีจัดอีเว้นท์ เดินสายโรดโชว์ ปฏิบัติการด้านข่าวสาร ไอโอ มันไม่ช่วยอะไร ช่วงเวลาที่เหลืออยู่อาจจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นที่จะนำประเทศกลับสู่การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย อาจจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นขึ้นมาได้บ้าง" นายอนุสรณ์ กล่าว