กอบกู้ “ภาพลักษณ์” ภารกิจเร่งด่วนสำคัญของ “บิ๊กตู่” หลังเหตุระเบิด รพ.พระมงกุฎฯ

กอบกู้ “ภาพลักษณ์” ภารกิจเร่งด่วนสำคัญของ “บิ๊กตู่” หลังเหตุระเบิด รพ.พระมงกุฎฯ

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยอมรับว่า เหตุการณ์ระเบิดที่ "ห้องวงษ์สุวรรณ” ในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น ส่งผลกระต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงขอวิงวอนประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องแทนเจ้าหน้าที่รัฐด้วย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุร้ายซ้ำเก่า

ฝ่ายความมั่นคงฟันธงว่าเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ เป็นไปเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ทางการเมือง เพราะเลือกก่อเหตุในโอกาสครบรอบวันที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ยึดอำนาจรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ที่เฉพาะเจาะจงยิ่งกว่าอีก คือ เสียงระเบิดดังขึ้นบริเวณห้อง “วงษ์สุวรรณ” ในขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลาพักรักษาตัวจากอาการป่วย   

นั่นหมายความว่า นอกจากผู้ก่อเหตุจะต้องการท้าทาย คสช.และมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นต่อมอารมณ์เดือดของ พล.อ.ประวิตร แล้ว ยังมองได้อีกว่า ต้องการดิสเครดิตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เพราะเมื่อเกิดเหตุแล้ว สังคมเป็นต้องถามหา พล.อ.ประวิตร ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ทว่ามาต่อกลับไร้เงา พล.อ.ประวิตร ซึ่งมีข่าวว่าลาพักรักษาตัว แต่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลใดไม่มีใครรู้

เมื่อเป้าประสงค์พุ่งไปที่การดิสเครดิตรัฐบาล คสช. โดยเฉพาะสร้างความเสื่อมเสียแก่ พล.อ.ประวิตร ซึ่งมีข่าวว่าลาพักรักษาตัวจากอาการป่วย จึงไม่แปลกที่เหตุระเบิดจะเกิดขึ้นที่ห้อง “วงษ์สุวรรณ” โรงพยาบาลพระสงกุฎ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของทหาร  

อย่างไรก็ตาม เมื่อเหตุระเบิดในโรงพยาบาล ก็ยิ่งสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างมากมายมหาศาล เพราะแม้แต่การก่อการร้าย ผู้ก่อเหตุก็ยังหลีกเลี่ยงก่อการในโรงพยาบาล แม้กระทั่งภาวะสงคราม ก็ยังมีกฎเกณฑ์ห้ามทำลายโรงพยาบาล ห้ามยิงหมอ พยาบาล นั่นก็เพราะทุกฝ่ายต้องพึ่งพาหมอและพยาบาลด้วยกันทั้งนั้น 
 

กระนั้นก็ตาม เมื่อผนวกเหตุการณ์ล่าสุดกับเหตุระเบิดก่อนหน้านั้นเพียงสัปดาห์เดียวที่หน้าโรงละครแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยชนิดที่ว่ายากเกินกว่าจะประมาณ นี่ยังไม่ต้องพูดถึงเหตุการณ์ความรุนแรงก่อนหน้านั้นอีก เช่น ระเบิดถังขยะบริเวณหน้ากองฉลากเก่า ถ.ราชดำเนิน เป็นต้น 

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะต้องกลับมาทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะงานด้านการข่าว ว่ามีข้อบกพร่องและสมควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร หลังเกิดเหตุความรุนแรงภารกิจของ บิ๊กตู่ คือ กอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศไทย ให้กลับมาดั่งเดิม.