- 01 มิ.ย. 2560
สันดานคนพาล !!! "หลวงปู่พุทธะอิสระ" ซัดแรง พวกที่ออกมาโวยวายฟาดหัวฟาดหางใส่ท่านนายก อ่านซะ อะไรคือ"ธรรมาภิบาล" (รายละเอียด)
บนเฟซบุ๊กของ หลวงปู่พุทธะอิสระ ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงผู้ที่ออกมาโวยวายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาในประเด็นที่ได้ออกมาตั้งคำถามว่า หากการเลือกตั้งครั้งต่อไปนี้นักการเมืองไม่มีธรรมาภิบาลอีก แล้วประชาชนจะแก้ปัญหากันอย่างไร พร้อมทั้งชี้แจงอย่างละเอียดว่า ธรรมาภิบาล คืออะไร
อะไรคือธรรมาภิบาล
๑ มิถุนายน ๒๕๖๐
ตั้งแต่ท่านนายกออกมาตั้งคำถามกับประชาชนว่า เราจะป้องกันไม่ให้นักการเมืองที่ไม่มีธรรมาภิบาลเข้ามามีอำนาจได้อย่างไร
ก็มีบรรดาลูกยก พ่อยก แม่ยก และลูกเหยียบ พ่อเหยียบ แม่เหยียบทั้งหลาย ต่างพากันออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นธรรมาภิบาลกันให้ขโมงโฉงเฉง
บางคนที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าท่านนายกถึงกับออกมาพูดว่า
“นักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาจะมีธรรมาภิบาลหรือไม่มี ก็เป็นเรื่องของประชาชน ไม่เกี่ยวอะไรกับนายก”
“ประเทศนี้ไม่ใช่ของนายกคนเดียว เขาจะเลือกคนแบบไหนมาก็ช่างเขา หากไม่พอใจรออีก ๔ ปี ค่อยมาเลือกตั้งกันใหม่”
“จะรู้ว่านักการเมือง พรรคการเมือง มีธรรมาภิบาลหรือไม่ ก็ต้องรอให้เลือกตั้งเขามาก่อน”
บางคนถึงขนาดโวยวายว่า
“นายกจะมาพูดถึงธรรมาภิบาลได้อย่างไร ก็ตัวนายกเองยังปล้นอำนาจมาจากพวกได้รับการเลือกตั้งเลย”
คำพูดเหล่านี้คือคำพูดของพวกไม่ชอบขี้หน้านายก
ส่วนพวกที่ชอบหน้านายกก็จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า
“รอให้น้ำท่วมหลังเป็ดก่อน นักการเมืองประเทศนี้ถึงจะมีธรรมาภิบาล”
“ถ้าจะหาธรรมาภิบาลจากนักการเมืองไทย งมหาเข็มในมหาสมุทรยังจะง่ายเสียกว่า”
“หากนักการเมืองไทยมีธรรมาภิบาลแล้ว ทหารจะเอาเหตุผลอะไรมาปฏิวัติ”
“จะมาถามหาธรรมาภิบาลอะไรกับพวกกินรวบประเทศไทย”
“หากนักการเมืองมีธรรมาภิบาลจริง คดีทุจริตมันจะมีได้อย่างไร และคดีธรรมกายมันจะยืดเยื้อมาจนถึงวันนี้หรือ”
“หากนักการเมืองและข้าราชการมีธรรมาภิบาล คนไทยคงจะมีความมั่งคั่งยั่งยืนมากกว่านี้”
“เหตุที่บ้านเมืองมีปัญหามากมายเพราะประเทศไทยมีข้าราชการและนักการเมืองที่ไม่มีธรรมาภิบาล”
บางคนถึงขนาดว่า
“หากธรรมาภิบาลมันหายากนักจากนักการเมือง เช่นนั้นก็ไม่ต้องเลือกต้งเลือกตั้งมันก็ได้”
“ทุกวันนี้ไม่มีนักการเมือง บ้านเมืองก็ไม่เห็นวอดวาย ผู้คนก็ไม่ต้องมาประท้วงให้วุ่นวาย ขืนปล่อยให้พวกนักการเมืองขี้โกง กินรวบประเทศไทยเข้ามามีอำนาจ เดี๋ยวประชาชนก็ต้องออกมาเดินขบวนขับไล่กันวุ่นวายอีกอยู่อย่างนี้แหละ พวกสุจริตชนไม่เห็นมีใครเดือดร้อน”
เหล่านี้คือความคิดเห็นและคำวิพากษ์วิจารณ์ของพวกที่ชอบหน้าท่านนายก
รวมความว่า ทั้งผู้ไม่เห็นด้วยและผู้เห็นด้วยกับหลักธรรมาภิบาล กำลังจะต่อสู้กันอย่างรุนแรงในด้านความรู้สึกนึกคิด เหล่านี้ล้วนเกิดมาจากข้าราชการ นักการเมือง ที่ไม่มีธรรมาภิบาลทั้งสิ้น บ้านเมือง ผู้คน คงจะหาความสงบสุขร่มเย็นได้ยาก
แล้วคำว่าธรรมาภิบาลนี้เหมายความว่าอย่างไร ซึ่งมีอยู่ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ความว่า ธรรมาภิบาล หมายถึง การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี เป็นแนวทางสำคัญในการจัดระเบียบให้สังคมรัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน ซึ่งคลอบคลุมถึงฝ่ายวิชาการ ฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายราชการ และฝ่ายธุรกิจ สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข มีความรู้รักสามัคคีและร่วมกันเป็นพลัง ก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นส่วนเสริมความเข้มแข็งหรือสร้างภูมิคุ้มกันแก่ประเทศ เพื่อบรรเทาป้องกันหรือแก้ไขเยียวยาภาวะวิกฤติ ภยันตรายที่หากจะมีมาในอนาคต เพราะสังคมจะรู้สึกถึงความยุติธรรม ความโปร่งใส และความมีส่วนร่วม อันเป็นคุณลักษณะสำคัญของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สอดคล้องกับความเป็นไทย รัฐธรรมนูญ และกระแสโลกยุคปัจจุบัน
โดยมีหลักการพื้นฐานของการสร้างธรรมาภิบาลอยู่ ๖ ประการคือ
(๑) หลักนิติธรรม ได้แก่ การตรากฎหมาย กฎข้อบังคับต่างๆ ให้ทันสมัยและเป็นธรรม เป็นที่ยอมรับของสังคมและสังคมยินยอมพร้อมใจปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ข้อบังคับเหล่านี้ โดยถือว่าเป็นการปกครองภายใต้กฎหมายมิใช่ตามอำเภอใจหรืออำนาจของตัวบุคคล
(๒) หลักคุณธรรม ได้แก่ การยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม โดยรณรงค์ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐยึดหลักนี้ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นตัวอย่างแก่สังคมและส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนพัฒนาตนเองไปพร้อมกัน เพื่อให้คนไทยมีความซื่อสัตย์ จริงใจ ขยัน อดทน มีระเบียบวินัย ประกอบอาชีพสุจริตเป็นนิสัยประจำชาติ
(๓) หลักความโปร่งใส ได้แก่ การสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันของคนในชาติ โดยปรับปรุงกลไกการทำงานขององค์กรทุกวงการให้มีความโปร่งใส มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์อย่างตรงไปตรงมาด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวกและมีกระบวนการให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้องชัดเจนได้
(๔) หลักความมีส่วนร่วม ได้แก่ การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้และเสนอความเห็นในการตัดสินใจปัญหาสำคัญของประเทศ ไม่ว่าด้วยการแจ้งความเห็น การไต่สวนสาธารณะ การแสดงประชามติ หรืออื่นๆ
(๕) หลักความรับผิดชอบ ได้แก่ การตระหนักในสิทธิหน้าที่ ความสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม การใส่ใจปัญหาสาธารณะของบ้านเมืองและกระตือรือร้นในการแก้ปัญหา ตลอดจนการเคารพในความเห็นที่แตกต่าง และความกล้าที่จะยอมรับผลจากการกระทำของตน
(๖) หลักความคุ้มค่า ได้แก่ การบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดเพื่อให้เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม โดยรณรงค์ให้คนไทยมีความประหยัดใช้ของอย่างคุ้มค่า สร้างสรรค์สินค้า และบริการที่มีคุณภาพสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก และรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืน
สรุปความว่าหลักธรรมาภิบาลดังกล่าวนี้ มีกำหนดไว้ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ.๒๕๔๒ สมัยนายชวนหลีกภัยแล้วล่ะพี่น้อง ไม่ใช่สิ่งใหม่ที่ท่านนายกประยุทธ์กำหนดขึ้นเลย
เมื่อหลักการธรรมาภิบาลนี้มันมีมาเนิ่นนานแล้วทำไมบ้านเมืองยังวุ่นวายยุ่งเหยิงจนทหารต้องออกมาปฏิวัติ
ตอบง่ายมาก ก็เพราะพวกนักการเมืองและข้าราชการทั้งหลายไม่กระทำตามหลักธรรมาภิบาลไง
ท่านนายกประยุทธ์เขาห่วงบ้านเมือง ไม่อยากให้บ้านเมืองต้องกลับมาวุ่นวายยุ่งเหยิงอีก เขาจึงออกมาตั้งคำถามว่า หากการเลือกตั้งครั้งต่อไปนี้นักการเมืองไม่มีธรรมาภิบาลอีก แล้วประชาชนจะแก้ปัญหากันอย่างไร
ทำเอาพวกที่ไม่เคยรู้จักธรรมาภิบาลเลยพากันออกมาโวยวายฟาดหัวฟาดหางใส่ท่านนายกกันอย่างไม่ไว้หน้า นี่แหละที่เขาเรียกสันดานคนพาลล่ะ
พุทธะอิสระ
อ้างอิงข้อมูล เฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)
