เปิดโปงธุรกิจเงินบาป!?!? เบื้องหลังคดีฆ่าฝังเณร ตั้งแก๊งมาเฟียคุมวัด ทำชั่วไม่เกรงกลัวนรก!! กอบโกยผลประโยชน์จากวัด (มีคลิป)

รายการทีนิวส์ สดลึกจริงวันนี้ (9 มิ.ย.60) เปิดโปงแก๊งใจบาป เบื้องหลังคดีฆ่าฝังเณร ตั้งแก๊งมาเฟียคุมวัด ทำชั่วไม่เกรงกลัวนรก

     หลังจากคดีสะเทือนขวัญ สำหรับการฆาตกรรมสามเณรปลื้ม หรือศุภโชค เอกเกียรติกุล  ก่อนจะนำร่างไร้วิญญาณของสามเณรไป
โบกปูน ฝังไว้ภายในวัดวังตะวันตก อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราชนานกว่า 5 เดือน โดยมีนายเด่นชัย ภูมินิยม หรืออดีตพระเด่นชัย และนางสาวปิยฉัตร อรุณสกุล ภรรยา เป็นผู้ต้องหา หลังจากนั้นทางมีการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ก็พบว่าทั้งสองนั้นมีเงินในบัญชีนับ 10 ล้านบาท จนในที่สุดจึงมีการเข้าไปตรวจสอบรายได้ และผลประโยชน์ของวัดวังตะวันตก 
 
    ซึ่งจากกรณีดังกล่าวนั้นด้านนายจรัญ มารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า
วัดวังตะวันตกมีรายได้จากหลายทาง โดยประมาณการได้ดังนี้
1.ค่าเช่าพื้นที่ลานจอดรถ เดือนละ 50,000 บาท
2.ค่าเช่าแผงพระ เดือนละ 450,000บาท (วันละ15,000บาท)
3.ค่าเช่าที่ดินและอาคารพาณิชย์ เดือนละประมาณ 50,000 บาท 
4.เงินบริจาคจากตู้บริจาคพระครูกาชาด เดือนละประมาณ 1,000 บาท

     นอกจากนั้นแล้วทางวัดยังมีรายได้จากการขายรังนกนางแอ่นที่อยู่ภายในวัด และรายได้อื่น ๆ อีกพบว่าในรอบ 1 ปีที่ผ่านมานั้นทางวัดมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 6,612,000 บาท

    และเนื่องด้วยกรณีดังกล่าวก็ได้ไล่ตรวจสอบความผิดปกติของการบริหารทรัพย์สินวัดวังตะวันตก และในทางคดีก็ยังมีความพยายามปะติดปะต่อที่มาการเข้ามาควบคุมผลประโยชน์วัดของกลุ่มผู้ต้องหาฆ่าสามเณร ล่าสุดมีข้อมูลจากผู้เช่าแผงค้าภายในวัดว่า กลุ่มผู้ต้องมีพฤติกรรมพยายามตีสนิทและแสดงตัวใกล้ชิดกับอดีตเจ้าอาวาสอย่างผิดสังเกต นอกจากนั้นยังเคยมีเรื่องร้องเรียน เงินสนับสนุนจากวัดพระธรรมกายหายไปอย่างไร้ร่อยรอย จนเป็นสาเหตุให้หนึ่งในผู้ต้องหาหายไปจากวัดระยะหนึ่งด้วย

    ซึ่งในหมู่ผู้เช่าแผงค้าวัดวังตะวันตกพูดถึงหรือ เจ๊บิว หนึ่งในผู้ต้องหาคดีฆ่าอำพรางศพสามเณรปลื้ม ว่าที่ผ่านมา
พยายามแสดงพฤติกรรมให้คนทั่วไปรับรู้ว่า มีความสนิทกับอดีตเจ้าอาวาสเป็นพิเศษ จนคนส่วนใหญ่ในวัดไม่กล้ามีปัญหา เพราะเกรงว่าจะได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพ ยังเคยมีเรื่องที่พวกเขาร้องเรียนไปยังมณฑลทหารบกที่ 41 เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบนางสาวปิยะฉัตร หลังเธอเป็นผู้ควบคุมสามเณรเดินทางไปยังวัดพระธรรมกาย และมีเงินสนับสนุนที่วัดพระธรรมกายมอบให้จำนวนมาก แต่เงินก้อนนี้ไม่เคยปรากฎว่ามาไปใช้จ่ายในโครงการที่เกี่ยวข้องกับวัด ประกอบกับการเรียกเก็บค่าจอดรถจากผู้เช่าแผงค้าที่แพงเกินรับได้และไม่ได้เปิดเผยที่มาที่ไปของรายรับที่มีจากส่วนนี้อย่างโปร่งใส