- 12 มิ.ย. 2560
รายการทีนิวส์สด ลึก จริงวันนี้(12 มิ.ย.60)นำเสนอประเด็นปปป.แจ้งข้อกล่าวหา ผอ.สำนักพุทธฯหลังพบ “โกง” เงินอุดหนุนวัด
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2560 พ.ต.อ.วรายุทธสุขวัมน์ รอง ผบก.ปปป. พ.ต.อ.วสันต์ เกศะรักษ์ ผกก.3 บก.ปปป. และ ตำรวจกองปราบปราม ทหาร นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 95 หมู่11 ต.ช้างมิ่ง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ซึ่งเป็น 1 เป้าหมาย ใน 10 จุด ทั่วประเทศ ที่เป็นเครือข่ายของนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ
โดยตามรายงานระบุว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของนางชมพูนุท จันฤาชัย ซึ่งเป็นภรรยาคนที่ 2 ของนายนพรัตน์ เบญวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งจากข้อมูลการสอบสวน พบว่านางชมพูนุท มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริต เมื่อปี 2557 วัดพนัญเชิงวรวิหารไม่ได้จัดทำคำขอบูรณปฎิสังขรณ์วัดแต่อย่างใด
แต่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยนางประนอม คงพิกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งให้ทราบว่าจะโอนเงินงบประมาณมาให้กับวัด จำนวน 10,000,000 บาท และวัดจะได้เงินจากจำนวนนี้ 2,000,000 บาท โดยให้ทางวัดโอนเงินกลับคืนจำนวน 8,000,000 ให้กับนางประนอม โดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของนางชมพูนุท จันฤาไชย เพื่อนำไปใช้ในกิจการของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
ต่อมาในวันที่ 31 ธันวาคม 2557 สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติได้โอนเงินเข้ามายังบัญชีเงินฝากของวัดพนัญเชิงวรวิหาร และทางวัดเองก็ได้มีการโอนเงิน 8,000,000 บาท จากบัญชีเงินฝากดังกล่าว ไปเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทยของนางชมพูนุท จันฤาไชย ตามที่นางประนอม คงพิกุลได้แจ้งกับทางวัด
ซึ่งทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ได้รับรายงานเบาะแสการทุจริต จึงได้ทำการตรวจสอบกระทั่งพบความผิดปกติสของเส้นทางการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และส่งต่อข้อมูลไปยังบก.ปปป. เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 จากนั้นบก.ปปป. ได้ทำการสืบสวนสอบสวนต่อ จนมีพยานหลักฐานเพียงพอในการขออนุมัติหมายศาลเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในวันนี้ บก.ปปป.ตรวจสอบข้อมูลเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ปี 2555 -2559 ที่มีการเบิกจ่าย 33 วัด พบว่าวัดที่เข้าข่ายทุจริต 12 วัด อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ 6 วัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 วัด ภาคกลาง 2 วัด และภาคใต้ 1 วัด
ซึ่ง อดีตผอ.สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ อย่างนายนพรัตน์ เบญวัฒนานันท์ ได้ร่วมกันกับนางประนอม คงพิกุล และนางชมพูนุท จันฤาไชย ภรรยาคนที่ 2 ซึ่งได้ไปทำผิดกับวัดที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และ ภาคใต้ ซึ่งพบเงินที่ ทุจริตเป็น เงิน จำนวน 60 กว่าล้านบาท
พฤติการที่ตรวจสอบพบ คือ ใช้อำนาจในการจัดสรรเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณะและปฏิสังขรณ์วัด เพื่อสนับสนุนให้วัดทำโครงการต่างๆ จากนั้นเรียกรับเงินคืนจากวัด ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รู้เห็นกับทางวัดที่ตรวจพบด้วย
ทางด้านพ.ต.อ.แมน รัตนโมรา ผกก.สอบสวน บก.ปปป. ได้เผยกับทางสื่อว่า วันนี้เจ้าหน้าที่จาก บก.ปปป.พร้อมด้วยกองปราบปราม เจ้าหน้าที่ ปปง.และตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้ร่วมกันนำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวเพื่อหาข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องในคดีทุจริตงบประมาณในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เนื่องจากบ้านพักหลังดังกล่าวเป็นบ้านของรองผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตำแหน่ง และจากการตรวจค้น ตำรวจพบเอกสารเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากและใบฝากเงินจำนวนมาก จึงได้ตรวจยึดไว้พร้อมกับเอกสารอื่นๆรวม16รายการ
ซึ่งกระบวนการดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวน เบื้องต้นข้าราชการคนนี้ยังไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำความผิด แต่เนื่องจากคณะทำงานอยู่ระหว่างการสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องคดีทุจริตงบประมาณอุดหนุนวัดหลายสิบล้านบาทจาก12วัดทั่วประเทศ และข้าราชการคนดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตำแหน่ง จึงต้องนำหมายค้นเข้ามาตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด โดยหลังจากนี้จะนำเอกสารที่ตรวจยึดไว้นำไปตรวจสอบอย่างละเอียดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้วันนี้ทาง บก.ปปป.ได้บูรณาการกำลังเข้าตรวจค้นจุดที่เกี่ยวข้องในหลายจังหวัดรวม10จุดทั่วประเทศเพื่อหาหลักฐานนำตัวผู้กระทำความผิดในการทุจริตงบประมาณอุดหนุนวัด มาดำเนินคดีต่อไป
โดยวันนี้นั้น (11 มิถุนายน) พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการตรวจค้นบ้านของผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเกี่ยวโยงกับการทุจริตเงินบูรณะและปฏิสังขรณ์วัด ใน 10 จุดเมื่อวันที่ 8-9มิถุนายน ว่า "ในเบื้องต้นนั้นพบผู้ต้องหาทั้งสิ้น 8 ราย ประกอบด้วย อดีตผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาฯคนปัจจุบัน และเครือญาติของอดีตผู้บริหารระดับสูง โดยได้แจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้น 2 ข้อหา ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่และเบียดบังเอาเงินของรัฐไปเป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งล่าสุด มีผู้ต้องหา 2 คน มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว เป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ 1 คน และอดีตเจ้าหน้าที่ 1 คน โดยคนหนึ่งรับสารภาพ ส่วนอีกคนให้การปฏิเสธ"
เบื้องต้น ปปป. ได้เข้าตรวจสอบวัด 33 วัด พบการกระทำผิด 12 วัด ใน 5 จังหวัด ประกอบด้วย ลำปาง, เพชรบุรี, อำนาจเจริญ, ลำพูน และ พระนครศรีอยุธยา ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 8 คน เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยการเปิดบัญชีและมีการโอนเงินชัดเจน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลและน่าจะมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่านี้
สำหรับพฤติกรรมของผู้กระทำความผิด คือ เข้าไปพูดคุยกับวัดแต่ละแห่งให้ทำโครงการเพื่อขอเงินอุดหนุนบูรณะและปฏิสังขรณ์วัด แล้วทางผู้ต้องหาจะโอนเงินให้จำนวนหนึ่ง และให้วัดโอนเงินทอนกลับมาเข้าบัญชี
อย่างไรก็ตามเหตุดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ยังคงต้องติดตามความคืบหน้าอย่างเนื่อง หากมีรายละเอียดเพิ่มเติม จะนำเรียนให้ได้ทราบเพิ่มเติม
