- 19 มิ.ย. 2560
ที่สุดก็ได้สนทนาธรรมกัน!“พระชลอ-พระเกรียงไกร”บวชแก้กรรมคดีเพชรซาอุ
แม้ พระชลอ อิสโร หรือ “ป๋าลอ”- ชะลอ เกิดเทศ จะอุปสมบทไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่วัดแพร่ธรรมาราม อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ แต่ภาพที่เพิ่งปรากฏในโลกโซเชียลก็คือ ภาพการสนทนาธรรมของ พระชลอ กับพระเกรียงไกร วชิรญาโณ อดีตผู้ต้องหาคดีโจรกรรมเพชรซาอุ ซึ่งเดินทางไปร่วมพิธีอุปสมบทในวันดังกล่าวด้วย
พระชลอ เป็นอดีตหัวหน้าชุดเฉพาะกิจติดตามเพชรของราชวงศ์ไฟซาล ซาอุดีอาระเบีย แต่ในปี 2545 กลับตกเป็นผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกศรีธนะขัณฑ์ เพื่อหวังชิงและครอบครองเพชรที่พระเกรียงไกรขโมยมา โดยถูกจับกุมและถูกสั่งจำคุกตลอดชีวิต รวมทั้งถูกถอดยศคืน ก่อนได้รับพระราชทานอภัยโทษ ปัจจุบันป่วยเป็นอัมพฤกษ์ท่อนล่าง
พระชะลอ ตั้งใจครองผ้าเหลืองไม่ต่ำกว่า 3 สัปดาห์ โดยหวังให้การบวชครั้งนี้เป็นการทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ในช่วงบั้นปลายของชีวิต
เช่นเดียวกับพระเกรียงไกร ซึ่งครองผ้าเหลืองมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2559 ที่วัดท่ามะเกว๋น ม.3 ต.แม่ปะ อ.เถิน จ.ลำปาง
เมื่อครั้งงานบวชของพระเกรียงไกร เจ้าตัวบอกว่า ต้องการบวชเพื่อล้างอาถรรพ์ของเพชรซาอุฯ และอุทิศบุญกุศลให้ผู้เกี่ยวข้องในคดีที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว รวมถึงเจ้ากรรมนายเวร เนื่องจากตลอดชีวิตของตัวเองมีแต่เรื่องร้ายๆเกิดขึ้นตลอดเวลา โดยหนักที่สุดคือ เกือบเสียชีวิตในอุบัติเหตุรถชนกับรถบรรทุก 18 ล้อ
ขณะที่พระชะลอก็เคยให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า ตัวเองก็มีความเชื่อเช่นกันเพชรซาอุฯมีอาถรรพ์ต่อผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของ
อย่างไรก็ตาม บทความคำแนะนำในการแก้กรรม เผยแพร่ในเว็ป buddhismarticles.com ระบุว่า การบวช เป็นกุศลที่ละเอียดสูงกว่าการให้ทาน เพราะนอกจากจะมีโอกาสทำวัตรเช้าเย็น ก็ยังได้นั่งสมาธิแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลที่เป็นทิพย์ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้จะพยามสร้างบุญสร้างกุศลทุกรูปแบบแล้ว เจ้ากรรมนายเวรอาจจะยังไม่ยอมก็ได้ เพราะความโกรธยังมีอยู่จึงไม่ยอมฟังเสียงร้องขอ ก็จำเป็นต้องอาศัยคนกลางที่เป็นที่เคารพนับถือหรือเกรงใจกันไกล่เกลี่ยให้ โดยอาศัยจิตสำนึกในบาปบุญที่ได้กระทำมา และสร้างกุศลอยู่เสมอเป็นสำคัญ ประกอบด้วยพระสงฆ์ที่มีบุญฤทธิ์และเมตตาจิตที่แผ่เมตตาโปรดสัตว์ผู้ทุกข์ยากทั้งหลาย ให้เกิดปัญญาดวงตาเห็นธรรม จนยอมละวางและให้อโหสิกรรมต่อกัน
ทั้งนี้บทความดังกล่าวระบุว่า วิธีที่ดีที่สุดในการแก้กรรม ก็คือในเบื้องต้นทำความเห็นให้ถูกต้อง หรือเรียกว่าสัมมาทิฏฐิ เพราะเมื่อมีสัมมาทิฏฐิแล้ว ย่อมกำจัดความเห็นผิดทั้งหลายได้ มีกัมมสัทธา เชื่อในเรื่องกรรม วิปากสัทธา เชื่อในการให้ผลของกรรม กัมมัสสกตาสัทธา เชื่อความที่มีกรรมเป็นของตน แล้วกลับมาบำเพ็ญความดี หรือบุญตามหลักที่ควรเป็น คือให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ในการทำความดีนี้ ถึงจะมุ่งหวังการแก้กรรมเป็นเหตุ แต่ก็ไม่ควรกังวลว่าแก้ได้หรือไม่ได้ พึงทำใจอยู่เสมอว่า เรามีการกระทำเป็นของตน
