ใครจะเชื่อ!! กบ 6 ตัว ทำให้ สองสามีภรรยา กลายเป็นเศรษฐี มีรายได้นับแสนต่อเดือน ต้องดูว่าทำอย่างไร?

นายสมศักดิ์ วิทาเวช หรือ ลุงเบื๊อก และนางสุทัศน์ สุขวิเศษ ภรรยา ณ บ้านเลขที่ 13 ม.4 บ้านแก่งหิน ต.วังตะเคียน อ.เขาสมิง จ.ตราด

นายสมศักดิ์ วิทาเวช หรือ ลุงเบื๊อก และนางสุทัศน์ สุขวิเศษ ภรรยา ทั้งสองมีอาชีพทำฟาร์มเลี้ยงกบ ณ บ้านเลขที่ 13 ม.4 บ้านแก่งหิน ต.วังตะเคียน อ.เขาสมิง จ.ตราด ซึ่งฟาร์มกบมีพื้นที่ 1 ไร่เศษ มีบ่อเลี้ยงกบประมาณ 12 บ่อ


ใครจะเชื่อ!! กบ 6 ตัว ทำให้ สองสามีภรรยา กลายเป็นเศรษฐี มีรายได้นับแสนต่อเดือน ต้องดูว่าทำอย่างไร?

จุดเริ่มต้นของการทำฟาร์มกบเริ่มจากเป็นคนชอบกินกบ จึงซื้อกบจากชาวบ้านมาประกอบอาหาร ปกติจะซื้อครั้งละประมาณ 200 ตัว เหลือกบไว้เพียง 6 ตัว เป็นเพศผู้ 3 ตัว เพศเมีย 3 ตัวที่ยังมีชีวิต เพื่อเลี้ยงไว้ประกอบอาหารในครั้งต่อไป ไม่ต้องหาซื้อ ในช่วงแรกให้กบกินอาหารเม็ดที่ขายตามท้องตลาด แต่กบไม่ยอมกินเพราะเป็นกบที่ชาวบ้านจับมาตามธรรมชาติ แต่นานวันเข้ากบอาจจะหิวจึงยอมกินอาหารเม็ด ต่อมากบจึงผสมพันธุ์กันและเกิดลูกออกมาหลายพันตัว จึงเริ่มสร้างบ่อเลี้ยงกบด้วยตนเอง โดยการนำอิฐบล็อกมาก่อ ขนาดกว้างประมาณ 3 เมตร ยาว 5 เมตร และสูง 1.5 เมตร มีสัตว์มาคอยจะกินกบมากมาย ทั้งนก งู แมว จึงต้องคอยหาตาข่ายมาปิดปากบ่อและหาทุ่นมาลอยให้เป็นที่อาศัยของกบ จากนั้นก็คอยเปลี่ยนถ่ายน้ำ 10 วันต่อครั้ง เพื่อให้กบแข็งแรงนั่นเอง


ส่วนเรื่องของการขายนั้นช่วงแรกเริ่มลุงเอากบไปขายที่ตลาดนัดเพื่อให้คนรู้จัก เมื่อมีคนรู้จักมากขึ้นก็เริ่มขายจากหน้าฟาร์ม ซึ่งฟาร์มของลุงเบื๊อกมีกบหลากหลายขนาดไว้ขาย จึงมีคนมาสั่งซื้อ


ลุงเบื๊อกกล่าวว่า ต้นทุนการเลี้ยงกบส่วนใหญ่อยู่ที่ค่าอาหาร กิโลกรัมละประมาณ 40 บาท หักค่าใช้จ่ายค่าเสื่อมสภาพของโรงเรือนเลี้ยงกบแล้ว จะมีต้นทุนอยู่ที่ กิโลกรัมละ 50 บาท รายได้ต่อเดือนของลุงนับแสนบาท ได้ทั้งรายได้ดี แถมยังได้กบไว้ประกอบอาหารโปรดอีกด้วย

ใครจะเชื่อ!! กบ 6 ตัว ทำให้ สองสามีภรรยา กลายเป็นเศรษฐี มีรายได้นับแสนต่อเดือน ต้องดูว่าทำอย่างไร?

ใครจะเชื่อ!! กบ 6 ตัว ทำให้ สองสามีภรรยา กลายเป็นเศรษฐี มีรายได้นับแสนต่อเดือน ต้องดูว่าทำอย่างไร?


ที่มา: http://thaihitz.com