อ่าน!! เสธไก่อู แจง รถไฟไทย-จีน ลั่น ไม่เจ๊งเหมือนจำนำข้าว ยัน 1.79 แสนล้าน เจรจา 18 ครั้ง ไทยได้ 75% บิ๊กตู่ ฝากคติ "ถ้าคิดได้ฝ่ายเดียว มนุ

อ่าน!! เสธไก่อู แจง รถไฟไทย-จีน ลั่น ไม่เจ๊งเหมือนจำนำข้าว ยัน 1.79 แสนล้าน เจรจา 18 ครั้ง ไทยได้ 75% บิ๊กตู่ ฝากคติ "ถ้าคิดได้ฝ่ายเดียว มนุษย์หน้าไหน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา ถึงกรณีที่รัฐบาลเลือกใช้อำนาจตามมาตรา 44 เดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ว่า เรื่องของรถไฟความเร็วสูงไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนี้ แต่เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็พยายามเดินหน้าเรื่องดังกล่าว เพียงแต่ติดขัดข้อกฎหมายบางประการ ทั้งนี้ เมื่อมาถึงรัฐบาลนี้ จึงต้องดำเนินการต่อ เพราะมีข้อผูกพันเอาไว้แล้ว หากไม่ดำเนินการหรือยกเลิก ก็จะส่งผลกระทบมากมายมหาศาล ไม่มีประเทศใดเชื่อมั่นในไทย 

อย่างไรก็ตาม ส่วนสำคัญที่เลือกลงทุนกับประเทศจีน เป็นเพราะต้องการสร้างรถไฟให้เป็นจุดเชื่อมต่อของอาเซียน เป็นเส้นทางไปเอเชียใต้ - ตะวันออกกลาง ฯลฯ และหากไม่ทำก็จะตกขบวน ส่วนที่มีข้อสังเกตว่า เหตุใดไม่เลือกลงทุนกับประเทศอื่น ตรงนี้เรียนว่า เราไปเอาของญี่ปุ่น ยุโรป หรือเกาหลีคงไม่ได้ เพราะเราไม่ได้เชื่อมรถไฟกับประเทศเหล่านี้ แต่ยืนยันว่าใน 100% ผลประโยชน์อยู่ที่ประเทศไทย 75% จีนได้ 25% และต้องอย่าลืม ว่าการจะทำอะไรกับใครนั้น จะเอาแค่เราประเทศเดียวไม่ได้ หากเป็นเช่นนั้นใครจะมาลงทุนกับเรา

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า การใช้มาตรา 44 เดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนนั้น 1.แก้ไขข้อติดขัดเกี่ยวกับงานด้านวิศวกร โดยวิศวกรจากจีนไม่ต้องสอบใบอนุญาตจากไทย เพราะเห็นว่า ไทยยังไม่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญด้านรถไฟความเร็วสูง จึงเป็นเรื่องยากที่จะออกใบอนุญาตให้วิศวกรจีนซึ่งมีประสบการณ์กว่า  แต่เนื่องจากสภาวิศวกรรมและสถาปนิก มีข้อท้วงติงว่าควรจะต้องมีใบอนุญาต จากนั้นจึงได้เห็นชอบร่วมกัน ที่จะจัดฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายไทยแก่วิศวกรจีน ก่อนจะมีการทดสอบ

2.ไม่ต้องยึดถือกฎหมายเกี่ยวการจัดซื้อจัดจ้าง โครงการนี้เป็นไปในรูปแบบของการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี โดยไทยมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นคู่สัญญา ส่วนจีนได้มอบหมายให้องค์กรหนึ่งซึ่งเปรียบเสมือนสภาพัฒน์เป็นผู้รับผิดชอบในการคัดเลือกบริษัทเข้ามาเป็นคู่สัญญา 

"หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า แล้วจะเหมือนกับกรณีโครงการรับจำนำข้าวหรือไม่ ที่มีการซูเอี๋ยและหาผลประโยชน์กัน ต้องบอกว่ามันไม่เหมือนกัน เพราะสมัยเมื่อรับจำนำข้าวเขาบอกว่ามีจีทูจีกับจีน แต่พอไปตรวจสอบจีนกลับไม่รู้เรื่อง เพราะข้าวยังวนอยู่แค่ในประเทศไทย แต่โครงการรถไฟนี้ตรวจสอบได้ ว่ารัฐบาลจีนมอบให้สภาพัฒน์ของเขาเป็นผู้ดำเนินการจริงๆ และมีคุณภาพ เชื่อได้ตามข้อตกลง การออกแบบ โครงสร้าง นายกฯ อยากให้คนไทยคิดให้รอบคอบ ว่าถ้าเราจะทำสัญญากับใคร แล้วคิดแต่ประโยชน์ของเรา ว่าต้องเอาให้ได้มากที่สุดโดยไม่สนใจใครเลย มันจะมีมนุษย์หน้าไหน มาทำงานกับเรา" พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ยืนยันว่าจีนไม่ได้ทำโครงการนี้ทั้งหมด แต่จะทำแค่ตัวรถไฟ - ระบบราง หมายความว่าเงินทุน 1.79 แสนล้านบาท จะหมุนเวียนอยู่กับบริษัทของไทย 1.3 หมื่นล้านบาท เพราะมีการเจรจาโดยละเอียดถึง 18 ครั้ง เช่น ค่าตัววิศวกรจีน การใช้เหล็ก เป็นต้น 

โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ส่วนข้อเรียกร้องของสภาวิศวกร- สถาปนิก ได้มีการเห็นชอบร่วมกันที่จะให้มีวิศวกรและสถาปนิกไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการก่อสร้างดังกล่าวด้วยนอกจากนี้ยังจะมีคนในสภาวิศวกร-สถาปนิก เข้าไปมีส่วนร่วมในการร่างสัญญาระหว่างไทยกับจีนด้วย อีกทั้งรัฐบาลไม่มีข้อขัดข้องกับขอเรียกร้องให้ใช้วัสดุอุปกรณ์ในประเทศไทยให้มากที่สุด เว้นกรณีจำเป็น ดังนั้น สภาวิศวกรและสถาปนิกต่างเข้าใจ พร้อมยืนยันจะช่วยอธิบายสร้างความเข้าใจแก่วิศวกรและสถาปนิกด้วย