กองทัพซีเรีย ประกาศหยุดยิง เพื่อสนับสนุนการเจรจาสันติภาพ แต่ สหรัฐฯ ส่งเครื่องบินรบสอยเครื่องบินทิ้งระเบิดซีเรีย หลังทิ้งบอมบ์ใส่ IS(มีคลิป)

วันนี้(21 มิ.ย60)รายการทีนิวส์สด ลึก จริงรายงานข่าวต่างประเทศกรณี กองทัพซีเรีย ประกาศหยุดยิง เพื่อสนับสนุนการเจรจาสันติภาพ

    กองทัพซีเรีย ประกาศหยุดยิง เพื่อสนับสนุนการเจรจาสันติภาพ แต่ สหรัฐฯ ส่งเครื่องบินรบ สอยเครื่องบินทิ้งระเบิดซีเรีย หลังทิ้งบอมบ์ ใส่ ไอเอส
ผู้บัญชาการกองกำลังซีเรียประกาศว่า การประกาศหยุดยิงจะเริ่มต้นตั้งแต่เที่ยงวัน ของวันที่ 17 มิถุนายน 2560 ถือเป็นความพยายามเพื่อสนับสนุนการเจรจาสันติภาพ ทั้งนี้การประกาศเกิดขึ้นในวันเดียวกันกับที่ทาง

    องค์การสหประชาชาติออกมาประกาศว่า มีความต้องการจัดการเจรจาสันติภาพรอบใหม่กับกลุ่มติดอาวุธซีเรียที่กรุงเจนีวาในวันที่ 10 กรกฎาคม ในขณะที่ทางรัสเซียประกาศจะจัดการเจรจาขึ้นที่กรุงอัสตานา เมืองหลวงของคาซัคสถานในวันที่ 4-5 กรกฎาคม

            นับตั้งแต่การเจรจาสันติภาพที่ในปีที่ผ่านมา มีตัวกลางได้พยายามที่จะเริ่มที่จะให้เกิดการเจรจาขึ้นอีกครั้งหลายรอบ โดยองค์การสหประชาชาติที่ได้จัดขึ้นในกรุงเจนีวา เป็นการเจรจาระหว่างตัวแทนของกลุ่มกบฎซีเรียและรัฐบาลซีเรียของประธานาธิบดีบาชาร์อัลอัสซาด แต่กลับพบว่ามีความก้าวหน้าน้อยมาก ขณะที่ทางด้านรัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรคนสำคัญของผู้นำซีเรีย พยายามเป็นตัวกลางให้เกิดการเจรจาสันติภาพขึ้นเช่นกัน และได้มีการจัดการเจรจาที่กรุงอัสตานานับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา
     

    แถลงการณ์ของสำนักงานตัวกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาทพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติประจำซีเรีย( the office of United Nations special mediator for Syria) สแตฟฟาน เด มิซทูรา(Staffan de Mistura) ได้กล่าวว่า เขาหวังที่จะจัดการประชุมรอบที่ 7 ของการเจรจาสันติภาพเจนีวาในเดือนกรกฎาคม และรอบอื่นๆในเดือนสิงหาคม และกันยายนตามลำดับ

       
    แถลงการณ์ที่ออกมาจากสหรัฐฯได้แสดงยินดีต่อการประกาศหยุดยิงของกองทัพซีเรีย พร้อมกับเรียกร้องให้ทางกองทัพซีเรียทำตามข้อตกลงหยุดยิงที่ได้ประกาศไว้
       
       “ทางเราจะตัดสินข้อตกลงหยุดยิงจากผลของมันไม่ใช่จากคำพูด” ฮาร์ท นอเอิร์ต(Heather Nauert) โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯกล่าว และยังเรียกร้องให้กลุ่มตรงกันข้ามรัฐบาลซีเรียไม่ให้โจมตี เพื่อเปิดทางให้กองคาราวานบรรเทาทุกข์สามารถเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ได้
       
    สัปดาห์นี้สแตฟฟาน เด มิซทูราทูตพิเศษยูเอ็นสำหรับการแก้ปัญหาซีเรีย ระบุว่า การเจรจารอบใหม่ที่จะเกิดนี้ขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าในการจัดตั้งเขตลดความตรึงเครียด( the de-escalation zone )ตามข้อเสนอของรัสเซีย
       

    ซึ่งก่อนหน้า ทางสหรัฐฯและรัสเซียได้จัดให้มีการเจรจาในจอร์แดนสำหรับข้อตกลงจัดตั้งเขตลดความตรึงเครียดทางตะวันตกเฉียงใต้ของซีเรีย ซึ่งรวมไปถึงจ.เดรา(Deraa) ที่มีพรมแดนติดจอร์แดน และจ.คูเนทรา(Quneitra) ที่มีพรมแดนติดกับที่ราบสูงโกลัน เขตยึดครองของอิสราเอล
       
    ในขณะเดียวกันโมฮัมเหม็ดอัล-โมมาน(Mohammed al-Moman)โฆษกรัฐบาลจอร์แดน ออกมาชี้ว่า ขอให้ทุกฝ่ายในข้อตกลงหยุดยิงนั้นทำตามสัญญา ซึ่งทางจอร์แดนสนับสนุนให้การแก้ปัญหาซีเรียนั้นเห็นควรให้เดินไปตามทางแนวทางขององค์การสหประชาชาติ
       
           โดยอัล-โมมานกล่าวต่อว่า ทุกฝ่ายมีความจำเป็นต้องเดินไปตามกระบวนการข้อตกลงสันติภาพเจนีวา
       

           ในขณะเดียวกันกลุ่ม SOHR สังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนซีเรีย ที่มีฐานอยู่ในอังกฤษได้ออกมาเปิดเผยว่า ระดับความรุนแรงในจ.เดรานั้นลดลง 7 ช.มหลังจากข้อตกลงหยุดยิงวันเสาร์ ที่ 17 มิถุนายน เริ่มต้นใช้ แต่อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มและกลุ่มกบฏซีเรียได้ออกมาชี้ว่า มีการโจมตีเกิดขึ้น 2 ช.มแรกของบางพื้นที่
       
    โดยผู้บัญชาการรกลุ่มกบฏในจ.เดรากล่าวให้ความเห็นว่า ความรุนแรงไม่ได้หยุดลงใน 3 ช.มหลังจากกำหนดการหยุดยิงได้เริ่มต้นใช้
    
    ทาง SOHRรายงานว่า “ได้เริ่มมีความสงบในเวลาภายใน 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น” 

    ขณะที่ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมานั้นทางด้าน เครื่องบินรบของสหรัฐฯได้ยิงเครื่องบินไอพ่นของซีเรีย ตกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยทางการซีเรียให้ข้อมูลว่าเครื่องบินเจ็ทได้ทิ้งระเบิด ใส่กองกำลังก่อการร้าย และกำลังจะบินกลับฐาน แต่ได้ถูกเครื่องบินรบของสหรัฐฯ ทำการยิงตก โดยแถลงการณ์ของกองทัพซีเรียที่เผยแพร่บนโทรทัศน์ซีเรียระบุว่าเครื่องบินดังกล่าวตกลงและนักบินหายไป เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ใกล้กับหมู่บ้าน Rasafah

    "การโจมตีอย่างฉับพลันคือความพยายามที่จะบ่อนทำลายความพยายามของกองทัพ และเรื่องนี้เกิดขึ้นในเวลาที่กองทัพซีเรียและกลุ่มพันธมิตรกำลังก่อให้เกิดความก้าวหน้าที่ชัดเจนในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายไอเอส"

    ต่อมาหน่วยบัญชาการกลางสหรัฐฯได้ออกแถลงการณ์ว่าเครื่องบินของซีเรียได้ตกลง เป็นการกระทำเพื่อการป้องกันตัวเองของกองกำลังพันธมิตรร่วม" ซึ่งระบุว่าเป็นเครื่องบินรบของกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (SDF) ใกล้กับเมือง Tabqah "กองกำลังระบอบการปกครองของโปรซีเรีย" ได้โจมตีเมืองไอซ์เวิร์ดก่อนหน้านี้ทางตอนใต้ของเมืองทาบากีและทำให้พลเมืองได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่งก่อนที่จะบินออกจากพื้นที่      เครื่องบินลำดังกล่าว ได้ ทิ้งระเบิดไว้ใกล้กับหน่วยสนับสนุนของสหรัฐฯแล้วมันก็ถูกยิงโดยเครื่องบิน Super Hornet ของสหรัฐฯ F / A-18E 

    อาร์ทีนิวส์ รายงานข่าว กรณีกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียออกแถลงการณ์ระงับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรียเป็นการชั่วคราวซึ่งเป็นไปตามมาตรการป้องกันด้านความมั่นคง โดยจะมีการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และการตัดสินใจกลับมาปฏิบัติการอีกครั้งเมื่อใดก็ตาม จะเกิดขึ้นหลังการพิจารณาตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการทางทหารในอิรักร่วมกับสหรัฐฯและพันธมิตรอีกหลายประเทศจะยังคงดำเนินต่อไป

    โดยความเคลื่อนไหวของกองทัพออสเตรเลีย นั้นมีขึ้น หลังกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมของรัสเซียประกาศล็อกเป้าอากาศยานทุกประเภทของกองทัพสหรัฐฯและพันธมิตร ที่ผ่านเข้ามาในเขตตะวันตกของแม่น้ำยูเฟรติส หลังเครื่องบินขับไล่เอฟ-18 ของสหรัฐฯ ยิงเครื่องบินทิ้งระเบิด Su-22 ของซีเรีย ตก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่าน

    อย่างไรก็ตาม พล.อ.โจเซฟดันฟอร์ด ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐฯบอกการตัดสินใจยิงเครื่องบินรบของซีเรียเป็นไปตามกฎการปะทะทางทหาร ว่าด้วย การป้องกันตนเองเนื่องจากเครื่องบินรบลำนี้ได้ปฏิบัติการโจมตีฐานที่มั่นของกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย ซึ่งเป็นกองกำลังนักรบชาวเคิร์ดและเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ แต่มีคำสั่งปรับเปลี่ยนการวางตำแหน่งเครื่องบินรบทั้งหมดของสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติการอยู่ในซีเรียแล้ว เพื่อความปลอดภัยของนักบิน ด้านรัฐบาลซีเรียปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ  โดยยืนกรานว่าเครื่องบินอยู่ระหว่างการทิ้งระเบิดทำลายเป้าหมายกลุ่มไอเอสในพื้นที่