- 03 ก.ค. 2560
หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ !!! สามี-ภรรยา ร้องกระทรวงยุติธรรม ลูกชายถูกทำร้ายเสียชีวิตในคุก ผลชันสูตรคลุมเครือ....ปักใจเป็นฝีมือผู้คุม (มีคลิป)
ผู้สื่อข่าวรายงานที่กระทรวงยุติธรรม เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ก.ค. 2560 นายบุญสืบ เข็มนาค และนางอัมพร บัวเผื่อน พ่อและแม่ของนายอภิชาติ เข็มนาค ผู้ต้องขังคดียาเสพติด ที่เสียชีวิตในเรือนจำอำเภอธัญบุรีเข้าพบ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม
โดยระบุว่าลูกชายเสียชีวิตในเรือนจำเมื่อปี 2558 ระหว่างรอส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำอยุธยา เนื่องจากนายอภิชาติ ต้องโทษ 25 ปี แต่รับสารภาพ ศาลจึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 15 ปี และถูกจำคุกระหว่างการพิจาณาคดีที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี 8 เดือน ซึ่งในวันรุ่งขึ้นจะถูกนำตัวไปเรือนจำจังหวัดอยุธยา แต่เสียชีวิตก่อนโดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แจ้งว่าลูกชายสำลักอาหารเสียชีวิต ขณะที่ผลการชันสูตรแพทย์ลงความเห็นว่าหัวใจล้มเหลว ส่วนร่องรอยฟกช้ำตามร่างกายเกิดจากของแข็งไม่มีคมกระแทก ซึ่งสภาพรอยฟกช้ำที่ตัวศพทำให้ตนเองไม่เชื่อว่าลูกจะถูกทำร้ายจากผู้ต้องขังเพียงคนเดียว เนื่องจากในวันเกิดเหตุลูกชายถูกลงโทษให้ขังซอย และในห้องขังซอยไม่น่าจะมีของแข็งที่ใช้เป็นอาวุธได้ รวมถึงยังปักใจเชื่อว่าร่องรอยฟกช้ำเกิดจากกระบองและรองเท้าบูทของผู้คุม
นายบุญสืบ ยังกล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้เข้าร้องเรียนไปแล้วเกือบทุกหน่วยงานทั้งตำรวจ ป.ป.ช. กสม. พม. ป.ป.ท. แพทย์สภาและกระทรวงยุติธรรมในสมัยที่นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ เป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม แต่ผลสอบที่ออกมาไม่สามารถดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ได้ ขณะที่ ป.ป.ช.จังหวัดปทุมธานี ระบุว่าผบ.เรือนจำไม่มีความผิดและไม่สามารถดำเนินการใดๆได้จนกว่าจะมีหลักฐานใหม่ ตนจึงมาร้องขอให้พ.ต.อ.ดุษฎีรื้อฟื้นสำนวนคดีอีกครั้ง
ด้านพ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า เบื้องต้นจะนำภาพจากการชันสูตรพลิกศพไปเปรียบเทียบกับคำรับสารภาพของผู้ต้องขังที่รับว่าก่อเหตุวิวาทกับผู้ตาย โดยเตะเข้าที่หน้าอกของผู้ตาย 3 ครั้งจนทำให้เสียชีวิต เพื่อตรวจสอบว่าคำรับสารภาพกับร่องรอยบาดแผลตรงกันหรือไม่ ซึ่งนักโทษที่รับสารภาพก็ถูกศาลพิพากษาให้เพิ่มโทษจำคุกอีก 6 ปี รวมทั้งจะตรวจสอบด้วยว่าผู้ตายกระทำผิดวินัยหรือฝ่าฝืนระเบียบเรือนจำอย่างไรจึงถูกลงโทษให้แยกขังซอย และหลังเกิดเหตุเรือนจำได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงว่ามีใครสั่งการ หรือมีผู้ร่วมทำร้ายผู้ตายหรือไม่ หรือเป็นเพียงการเข้าใจผิดของพ่อแม่ผู้ตายเอง คาดว่าภายใน 2 เดือนจะสามารถสรุปความเห็นในคดีนี้ได้ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นจะประสานย้ายผู้ต้องขังรายดังกล่าวไปขังเรือนจำอื่นก่อนจนกว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะแล้วเสร็จ
ขณะที่นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ กล่าวว่า กรณีที่มาร้องเรียนวันนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมก็ได้ตั้งคณะกรรมการจากกระทรวง และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพก็เข้าไปร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรือนจำ ซึ่งผลออกมาตรงกันคือเจ้าหน้าที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่เป็นเหตุวิวาทของผู้ต้องขังด้วยกันเอง ซึ่งผู้ต้องขังที่ก่อเหตุก็ได้ถูกดำเนินคดีและศาลลงโทษไปแล้ว ทั้งนี้ เมื่อมีการมายื่นเรื่องใหม่ก็พร้อมที่จะให้ตรวจสอบ
