- 03 ก.ค. 2560
นายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ไม่ได้เป็นทนายความที่ทางสภาจัดให้ แต่เป็นทนายที่อาสาเข้าไปช่วยเหลือตัวผู้เสียหายเอง
ส่วนกรณีที่สื่อมวลได้รายงานข่าวว่าทางนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ เป็นทนายความอาสา ซึ่งทางด้าน เนติบัณฑิตยสภาและอุปนายกสภาทนายความ กล่าวยืนยันว่า นายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ไม่ได้เป็นทนายความที่ทางสภาจัดให้ แต่เป็นทนายที่อาสาเข้าไปช่วยเหลือตัวผู้เสียหายเอง
เมื่อสังคมโซเชียลได้มีการแชร์ภาพเด็กหญิงพิการเข็นรถวีลแชร์ที่มีลูกสาวนั่งตระเวนขายของที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยมีแม่เป็นคนเข็นรถ สาเหตุที่ทำให้ชีวิตลำเค็ญขนาดนี้ เพราะเมื่อ 12 ปีที่แล้ว ครอบครัวประสบอุบัติเหตุจนทำให้ ด.ญ.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือ น้องบีม ต้องพิการตัดขา ส่วนสามีเสียชีวิต เคราะห์ซ้ำกรรมซัดทางคู่กรณีได้จ่ายเงินเยียวยามาแล้ว แต่กลับไม่ถึงเจ้าตัว
แม่น้องบีม เปิดเผยว่า เนื่องจาก เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2548 ตนกับสามีคือนายอรุณรัตน์ แก้วผ่อง พร้อมน้องบีม นั่งรถปิกอัพเพื่อนสามีไปประสบอุบัติเหตุชนกับรถพ่วง 18 ล้อ ที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี สามีเสียชีวิตคาที่ ตนเองบาดเจ็บสาหัส ส่วนน้องบีม กระดูกทับไขสันหลังกลายเป็นคนพิการ ต้องนั่งรถวีลแชร์ หลังจากนั้นได้รับการช่วยเหลือจากนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความที่รับอาสาว่าความให้ กระทั่งปี 2557 นายพิสิษฐ์แจ้งว่าศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีคำพิพากษาให้คู่กรณีจ่ายเงินชดเชยให้ 1 ล้านบาท โดยจะจ่ายให้เป็นงวด งวดละ 40,000 บาท จากนั้นทนายนำหนังสือมอบอำนาจมาให้ตนเซ็น โดยอ้างว่าตนไม่สะดวกเดินทางมารับเงิน จึงเซ็นให้ไป และได้รับเงินเดือนละ 40,000 บาท เป็นเวลา 7 เดือน ก่อนเงียบหายไป เมื่อทวงถามนาย พิสิษฐ์อ้างว่าทางคู่กรณียังไม่ได้จ่ายมา
แต่เมื่อติดต่อไปที่บริษัทของรถคู่กรณี ทราบว่าทางบริษัทจ่ายเงินค่าเสียหายให้ครอบครัวมา 5 ล้านบาทแล้ว โดยมีนายพิสิษฐ์รับเงินไปหมดแล้ว จึงสอบถามไปยังนายพิสิษฐ์ ซึ่งก็ยอมรับและบอกว่าจะหาเงินมาใช้พร้อมนำดอกไม้ธูปเทียนมาขอขมา แต่ต่อมานายพิสิษฐ์ก็เปลี่ยนมือถือและติดต่อไม่ได้อีกเลย
หลังจากที่หลายหน่วยงานได้ยื่นมือเข้าให้การช่วยเหลือน้องบีม ส่วนการติดตามหาตัวทนายคนดังกล่าวก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทางด้านนายเสาวภักดิ์ สกุลโรมวิลาส อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สภาทนายความ เปิดเผยว่า ขณะนี้ สภาทนายความยังติดต่อไม่ได้ แต่เบื้องต้นสภาทนายความได้ดำเนินการรวบรวมเอกสารเพื่อดูรายละเอียดว่านายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายอาชีพเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวช่วงใดบ้าง
โดยคุณแม่น้องบีมต้องเข้ามายื่นขอรับความช่วยเหลือ เพื่อให้สภาทนายความดำเนินการรับช่วงต่อ แต่หากเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามข้อเท็จจริงนายพิสิษฐ์ จะมีโทษผ่านคณะกรรมการสอบสวน โดยจะเรียกทนายเข้ามาสอบถามและสืบสวน รวมทั้งผ่านผู้ร้องเรียนที่ได้รับผลกระทบ
ส่วนกรณีเงินจะเป็นส่วนของคดีแพ่ง แต่จะได้เงินหรือไม่ก็อยู่ที่คำพิพากษาของศาล หากคืนเองก็จะได้เงินไว้ แต่หากไม่มีก็ต้องนำสินทรัพย์ของทนายดังกล่าวมาขาย เพื่อนำเงินมาส่งคืนให้กับผู้เสียหาย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม เวลา 10.30 น. นายธวัชชัย ไทเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยสภาทนายความและเนติบัณฑิตยสภา ได้ทำกรแถลงเพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยากรณีที่นางสาวพรทิพย์ จันทรัตน์ แม่ของด.ญ.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนศรีสังวาล ที่พิการขาขาด 2 ข้าง จากอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถพ่วง 18 ล้อ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2548 ก่อนถูกนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความขออาสาโกงเงินที่บริษัทเจ้าของรถพ่วงชดใช้ค่าเสียหายให้ไปกว่า 5 ล้านบาท โดยทางด้านเนติบัณฑิตยสภา ได้มีการแต่งตั้งทนายความ เพื่อดำเนินการฟ้องร้องนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทั้งทางแพ่งและทางอาญา ซึ่งทางกระทรวงยุติธรรมจะเป็นผู้ดูแลเรื่องค่าธรรมเนียมในการดำเนินคดี เช่นเงินวางศาล ส่วนกรณีที่สื่อมวลได้รายงานข่าวว่าทางนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ เป็นทนายความอาสา ซึ่งทางด้าน เนติบัณฑิตยสภาและอุปนายกสภาทนายความ กล่าวยืนยันว่า นายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ไม่ได้เป็นทนายความที่ทางสภาจัดให้ แต่เป็นทนายที่อาสาเข้าไปช่วยเหลือตัวผู้เสียหายเอง นอกจากนั้นแล้ว นายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ยังเคยถูกลงโทษพักการใช้ใบอนุญาตว่าความมาแล้วถึง 2 ปี
