สุดจะกลั้นน้ำตา....มาหลอกกันทำไม !?! "แม่น้องบีม"ร่ำไห้ ฝากคำถึงทนายขี้โกง.....รู้บ้างไหมต้องผ่านอะไรมาบ้าง (คลิป)

สุดจะกลั้นน้ำตา....มาหลอกกันทำไม !?! "แม่น้องบีม"ร่ำไห้ ฝากคำถึงทนายขี้โกง.....รู้บ้างไหมต้องผ่านอะไรมาบ้าง (คลิป)

‘แม่น้องบีม’ ร่ำไห้ฝากถามทนายความโกงเงิน 5 ล้านบาท ‘มาหลอกกันทำไม’ พร้อมเซ็นคำร้องแต่งตั้งทนายความอาสา ฟ้องแพ่งและอาญา และดำเนินการมรรยาททนายความ
สุดจะกลั้นน้ำตา....มาหลอกกันทำไม !?! "แม่น้องบีม"ร่ำไห้ ฝากคำถึงทนายขี้โกง.....รู้บ้างไหมต้องผ่านอะไรมาบ้าง (คลิป)

นางสาวพรทิพย์ จันทรัตน์ แม่ของ เด็กหญิง ภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม เด็กหญิงพิการ 
ซึ่งเป็นผู้เสียหายจากอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถพ่วง 18 ล้อ ในพื้นที่ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2548 เป็นเหตุให้พ่อน้องบีมเสียชีวิต นางสาวพรทิพย์ จันทรัตน์ แม่ บาดเจ็บสาหัส ส่วนน้องบีมต้องถูกตัดขากลายเป็นคนพิการตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ซึ่งทางบริษัทเจ้าของรถพ่วงคู่กรณีได้ชดใช้ค่าเสียหายให้ 5 ล้านบาท แต่ถูกนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความที่รับว่าความฉ้อโกงเงิน เดินทางเข้าพบนายถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ เพื่อเซ็นใบแต่งตั้งทนายความและใบคำร้องลงโทษทางมรรยาท (มัน - ยาด) ทนายความ 

ซึ่งนายถวัลย์ นายกสภาทนายความ ระบุว่า ทางสภาทนายความได้ร่วมกับเนติบัณฑิตยสภาและกระทรวงยุติธรรม แต่งตั้งทนายความเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหาย 
ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา จึงต้องเชิญ ผู้เสียหายมา เพื่อเซ็นใบแต่งตั้งทนายความในวันนี้เนื่องจากตามระเบียบผู้ร้องจะต้องเป็นผู้มายื่นเอกสารเองส่วนคดีแพ่งขณะนี้สามารถดำเนินการได้ทันที 

และฝากถึงนายพิสิษฐ์ ให้มาพบเจ้าหน้าที่หรือมาที่สภาทนายความเพื่อพูดคุยและช่วยเหลือผู้เสียหาย และฝากถึงประชาชนในการเซ็นเอกสารต่างๆ แม้จะเป็นทนายความต้องตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจน และถ่ายเอกสารเก็บไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากนี้นายถวัลย์ นายกสภาทนายความได้มอบเงินช่วยเหลือผู้เสียหาย เบื้องต้นจำนวน 5 พันบาท ด้วย และจะรวบรวมเงินช่วยเหลือต่อไป

สุดจะกลั้นน้ำตา....มาหลอกกันทำไม !?! "แม่น้องบีม"ร่ำไห้ ฝากคำถึงทนายขี้โกง.....รู้บ้างไหมต้องผ่านอะไรมาบ้าง (คลิป)

ด้านนายสรัลชา ศรีชลวัฒนา เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวว่าหลังทราบเรื่องดังกล่าวได้ส่งหนังสือถึงสภามรรยาท (มัน-ยาด) ทนายความ ซึ่งสภามรรยาทได้รับเรื่องดังกล่าวไว้แล้วและอยู่ระหว่างดำเนินการทางวินัย ซึ่งผู้เสียหายจะต้องลงลายมือชื่อเป็นผู้ร้องและให้ข้อมูลกับสภามรรยาทด้วย และหากทางสภามรรยาท มีความเห็นว่านายพิสิษฐ์ผิดจริง ถือเป็นการทำผิดร้ายแรงกับลูกความจะถูกลงโทษลบชื่อทันทีไม่สามารถประกอบอาชีพทนายความได้ 5 ปี หากครบ 5 ปี แล้วมาขอขึ้นทะเบียนใหม่ก็ต้องผ่านการพิจารณาอีกขั้นตอนหนึ่งด้วย

ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและที่ผ่านมาทางสภาทนายความก็ลงโทษทนายความหลายคนที่กระทำความผิดปีละกว่า 10 คน แต่ทนายความขณะนี้มีมากกว่า 8 หมื่นคน ย่อมมีทั้งคนดีและไม่ดี หากประชาชนสงสัยให้มาขอตรวจสอบประวัติที่สภาทนายความก่อน ส่วนนายพิสิษฐ์ ทนายความผู้ถูกกล่าวหา ทางสภาทนายความยืนยันว่าไม่ใช่ทนายความอาสาของสภาทนายความแน่นอน

ว่าที่พันตรี สมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหาร สภาทนายความ ระบุว่าทนายความที่ลงพื้นที่ไปติดต่อกับประชาชนจะไม่ใช่ทนายความอาสาของสภาทนายความ ประชาชนจะต้องมาติดต่อที่สภาทนายความ หรือ เนติบัณฑิตยสภาเท่านั้น และการใช้ทนายความอาสาจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

และขณะนี้ทางทนายความได้จัดทำร่างฟ้องคดีแพ่งเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด โดยคาดว่าจะสามารถยื่นฟ้องแพ่งนายพิสิษฐ์ ผู้ถูกกล่าวหาได้ในวันพฤหัสบดีนี้ และหากมีผู้ได้รับความเสียหายจากนายพิสิษฐ์ หรือ ทนายความคนอื่น สามารถร้องเรียนได้ที่สภาทนายความทันที

สุดจะกลั้นน้ำตา....มาหลอกกันทำไม !?! "แม่น้องบีม"ร่ำไห้ ฝากคำถึงทนายขี้โกง.....รู้บ้างไหมต้องผ่านอะไรมาบ้าง (คลิป)

ด้านนางสาวพรทิพย์ แม่ของ เด็กหญิงภัทรดา หรือน้องบีม กล่าวทั้งน้ำตาว่า หลังร้องทุกข์มาอย่างยาวนาน จากเดิมจะล้มเลิกแล้ว แต่วันนี้ที่สื่อมวลชนมาช่วยทำข่าวแล้วก็รู้สึกสบายใจมากขึ้น และมีความหวังว่าจะได้เงินคืนว่าเพื่อมารักษาดูแลน้องบีม 

สุดจะกลั้นน้ำตา....มาหลอกกันทำไม !?! "แม่น้องบีม"ร่ำไห้ ฝากคำถึงทนายขี้โกง.....รู้บ้างไหมต้องผ่านอะไรมาบ้าง (คลิป)

นอกจากนี้นางสาวพรทิพย์ ยังน้ำตานองฝากถึงนายพิสิษฐ์ ว่าหากพบกันก็อยากถามว่ามาหลอกกันทำไม และอยากให้นำเงินมาคืน เพราะทุกวันนี้เหนื่อยมาก ต่อสู้มานานต้องอุ้มลูกตั้งแต่ตัวเล็ก จนตอนนี้อุ้มลูกไม่ไหวแล้ว ถ้าใครเป็นแม่ก็คงเข้าใจความเป็นแม่  แต่ขณะนี้ก็ดีขึ้นบ้างแล้ว

สุดจะกลั้นน้ำตา....มาหลอกกันทำไม !?! "แม่น้องบีม"ร่ำไห้ ฝากคำถึงทนายขี้โกง.....รู้บ้างไหมต้องผ่านอะไรมาบ้าง (คลิป)