“ออมสิน”ไอเดียล้ำรับยุค“4.0” ชง"บัตรสมาร์ทการ์ดพระ” ครม.ไฟเขียวทำได้ บัตรใบเดียวจุข้อมูลการบวช-เคยต้องคดีหรือไม่ เตรียมขอความเห็น–พระเถระในม

“ออมสิน”ไอเดียล้ำรับยุค“4.0” ชง"บัตรสมาร์ทการ์ดพระ” ครม.ไฟเขียวทำได้ บัตรใบเดียวจุข้อมูลการบวช-เคยต้องคดีหรือไม่ เตรียมขอความเห็น–พระเถระในมส. 12 ก.ค.

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบทุจริตงบประมาณอุดหนุนเพื่อบูรณะปฏิสังขรณ์วัด ว่า ขณะนี้กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต(ปปป.) ยังตรวจสอบอยู่  สำหรับการดำเนินการของตนนั้น จะประชุมร่วมกับพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) และกรรมการมหาเถรสมาคม 3 รูป ได้แก่ พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 5 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ  พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก  และพระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร ในวันที่ 12 ก.ค.นี้ ที่พุทธมณฑล ซึ่งตนจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้รับทราบรายงานผลการติดตามการดำเนินงานของ พศ.ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 49/2559 เรื่องมาตรการอุปถัมถ์และคุ้มครองศาสนาต่างๆในประเทศไทย  

นายออมสิน กล่าวว่า นอกจากนี้ ตนจะขอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากพระผู้ใหญ่ทั้ง 3 รูปต่อแนวคิดของตนที่จะให้จัดทำบัตรประจำตัวพระสงฆ์รูปแบบใหม่ซึ่งอาจเป็นแบบบัตรสมาร์ทการ์ดที่จะบันทึกข้อมูลสำคัญๆของพระสงฆ์แต่ละรูป อาทิ เริ่มบวชเมื่อใด จำที่วัดไหน ได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์เมื่อใดบ้าง เคยสึกแล้วหรือไม่ กลับมาบวชอีกหรือไม่ อย่างไร มีประวัติในคดีอาชญากรรมหรือคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ เพื่อให้สามารถตรวจสอบประวัติพระรูปนั้นๆได้จากบัตรใบเดียว เนื่องจากใบสุทธิพระที่ใช้ปัจจุบันนี้เป็นบัตรกระดาษ ไม่สามารถบันทึกข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งนี้ ตนได้เสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งครม.มีมติเห็นชอบ ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าให้ตนเขียนแผนโครงการส่งมาให้อีกครั้ง ดังนั้น ตนมอบให้พศ.ไปศึกษารายละเอียดของเรื่องนี้ 


นายออมสิน กล่าวว่า แม้เรื่องนี้อาจต้องใช้งบประมาณค่อนข้างมาก ทั้งการทำบัตรและการจัดทำศูนย์ข้อมูล แต่ถือเป็นการใช้งบประมาณครั้งเดียว แต่ใช้ได้ในระยะยาว และเป็นประโยชน์มากกว่าระบบเดิม เพราะที่ผ่านมาเคยมีปัญหาว่าพระบางรูปมรณภาพไปแล้ว แต่ยังมีชื่อได้รับเงินนิตยภัต (เงินเดือนพระ) ซึ่งอาจเป็นเพราะการตรวจสอบความมีอยู่จริงของพระสงฆ์มีความล่าช้า ตนเชื่อว่าถ้ามีการใช้บัตรสมาร์การ์ดพระ จะช่วยให้การตรวจสอบข้อมูลทำได้รวดเร็วมากขึ้น และในการประชุมวันที่ 12 ก.ค. จะได้พูดคุยถึงเรื่องการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดทั่วประเทศด้วย เพราะที่ผ่านมาพบว่าวัดบางแห่งทำบัญชีชี้แจงละเอียดมาก แต่บางวัดไม่ละเอียดเท่าที่ควร ขณะที่มีเจ้าหน้าที่พศ.บางคนไปบอกให้พระทำบัญชีการใช้จ่ายของวัดในลักษณะที่เป็นแบบงบดุล แสดงกำไร-ขาดทุน ซึ่งทำให้พระสงฆ์สับสนและไม่อยากทำบัญชีดังกล่าว ตนจึงกำชับ พศ.ว่าให้ชี้แจงวัดว่าทำเพียงบัญชีที่จะระบุรายรับและรายจ่าย ไม่ต้องเป็นบัญชีงบดุล ขณะเดียวกัน ตนจะขอให้มส.นำเรื่องนี้ไปช่วยความเข้าใจกับพระสงฆ์ตามวัดต่างๆด้วย