- 05 ก.ค. 2560
พล.อ.ประยุทธ์ ลั่น!! "พล.อ.บุญสร้าง เป็นอาจารย์ วางใจได้ไร้ข้อกังขา
สืบเนื่องจากกรณีที่นาย วิทยา แก้วภราดัยอดีตแกนนำกปปส. ออกมาพูดพร้อมเปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปตำรวจ รวมไปถึงการซื้อ - ขายตำแหน่ง ในวิชาชีพตำรวจนั้น พล.อ.ประยุทธจันทร์โอชาก็ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า
ตนคิดว่ามันไม่สมควรในเรื่องนี้ต้องไปสอบสวนกันมาตรงไหนผิดตรงไหนถูกเฉพาะกรณีไปคำสั่งทั้งหมดมีตั้งหลายพันคนถ้าไปยกเลิกเขาทั้งหมดจะถูกต้องหรือไม่ตรงไหนมีปัญหาก็ไปแก้ไขตรงนั้นอย่าไปมองทั้งหมดคนที่เขาทำงานวันนี้จะทำอย่างไรกับเขาและเขาก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งไปแล้วต้องคุ้มครองสิทธิของเขาด้วยต้องเป็นบางกรณีแยกแยะไม่ออกมันยังอยู่ในกระบวนการอยู่ในเรื่องการปฏิรูปตำรวจตนให้ความสำคัญอยู่แล้ว
ทั้งยังมีคำสั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ และคณะกรรมการภายในของตำรวจ อีกด้วย โดยได้วางโรดแมพเดินหน้าปฏิรูปวงการสีกากีใน 9 เดือน 3 แนวทางปฏิบัติ โดย
1.ให้พิจารณาระดับองค์กร โครงสร้างระบบงานภารกิจและบทบาทอำนาจหน้าที่จะเป็นอย่างไร
2.เรื่องกฎหมายกระบวนการยุติธรรม ระเบียบกติกาจะเป็นอย่างไรการป้องกันการทุจริตจะมีแนวทางอย่างไรระบบการสอบสวนจะเป็นอย่างไร 3.ระบบบริหารงานบุคลากรการเลื่อนลดปลดย้ายการเจริญเติบโตและสวัสดิการต่าง ๆ
ทั้ง 2 คณะกรรมการดำนินการคู่ขนานกันไปโดยแบ่งเป็น 2 เดือนแรกจะเป็นขั้นตอนการรวบรวมปัญหาต่าง ๆ ศึกษาเรื่องราวว่ามีความโยงใยกับปัญหาอื่น ๆ หรือไม่
ส่วนใน 4 เดือนต่อมาเป็นขั้นตอนของการของการกำหนดวิธีการปฏิบัติแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ และ 3 เดือนสุดท้ายจะเป็นการทำความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจประชาชนหรือผู้เกี่ยวข้องว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างไร
ซึ่งหลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า กรรมการปฏิรูปตำรวจสามารถแต่งตั้งเพิ่มเติมได้ หรือปรับเปลี่ยนได้ ตนได้มอบนโยบายและให้แนวทางไปแล้ว ซึ่งทางประธานคณะกรรมการฯ ก็จะประชุมหารือ ซึ่งตนมีเวลาทำงาน 9 เดือน วันนี้เหลือเพียง 8 เดือนเศษ ก็ต้องทำให้สำเร็จ ขอร้องว่าให้ใจเย็น ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไปในการแก้ปัญหา
ในส่วนการทำงานในพื้นที่ ตนจะหาวิธีให้ตำรวจได้ร่วมมือกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด ทหาร ข้าราชการและพลเรือน ในการทำงานในพื้นที่ให้ได้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เป็นการทำงานลักษณะการทำงานในเชิงยุทธการ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ไม่เช่นนั้นก็จะไม่เกิดการเชื่อมโยงกัน แต่ทั้งหมดก็อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำหรับการเลื่อนยศ ปลดย้าย ก็ยังคงเป็นอำนาจของ ผบ.ตร.ตามเดิม ซึ่งการทำงานมีหลายสาย จึงได้แย่งให้เอาสายยุทธการการข่าวไปทำให้พื้นที่ด้วย
“สำหรับการแต่งตั้งประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ เมื่อไม่ให้เป็นข้าราชการตำรวจ ผมจึงแต่งตั้งนายทหารคือ พล.อ.บุญสร้างขึ้นดำรงตำแหน่ง เป็นดอกเตอร์ จบจากโรงเรียนนายร้อยทหารบก เวสต์ปอยต์ สหรัฐอเมริกา ไว้ใจได้ และท่านก็เป็นอาจารย์ของผม ซึ่งผมเชื่อมั่นท่าน แต่จะไม่ไปก้าวก่าย เพราะผมไปสั่งอาจารย์ตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว แต่เชื่อว่าท่านมีวิจารณญาณที่เหมาะสมในการทำงาน ซึ่งในการทำงานก็สามารถรับฟังจากบุคคลภายนอก คณะที่ปรึกษาต่างๆ ได้ เพื่อหาข้อสรุปว่าจะปฏิรูปอย่างไร การเปลี่ยนแปลงอะไรที่เร็วก็ค่อนข้างลำบาก ต้องระมัดระวัง วันนี้ความไม่สงบความรุนแรงเกิดขึ้น เราต้องทำงานให้ได้ ขณะเดียวกันก็ต้องปฏิรูปไปด้วย ผมไม่ไปเอื้อประโยชน์ใครอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการให้บ้านเมืองสงบ ทุกคนได้รับความไว้วางใจจากประชาชน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
มาดูกันที่พล.อ.บุญสร้าง ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากพล.อ.ประยุทธกันบ้าง ซึ่งเส้นทางการทำงานของ พล.อ.บุญสร้าง นั้น ก็นับได้ว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
พลเอก บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ นั้น เกิดเมื่อวันที่15 มกราคม พ.ศ. 2491 ที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทย และหนึ่งในสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กรรมการและที่ปรึกษาในคณะกรรมการเพื่อเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 6 (ตท.6) รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารบกสหรัฐอเมริกา หรือเวสต์ปอยต์
ในช่วงเหตุการณ์รัฐประหาร วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ขณะนั้น พล.อ.บุญสร้าง ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และร่วมอยู่ในกองบัญชาการต่อต้านการปฏิวัติ ของ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ที่กองบัญชาการทหารสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ ด้วย และมีบทบาทในการเกลี้ยกล่อม พล.อ.เรืองโรจน์ ไม่ให้ตัดสินใจสู้รบกับฝ่าย คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ซึ่งนำอาจนำไปสู่ความเสียหาย เสียชีวิตเลือดเนื้อของทหารไทยด้วยกันเอง
ซึ่งจากบทบาทนี้ทำให้ พล.อ.บุญสร้างได้รับฉายาว่าเป็น "วีรบุรุษ 19 กันยา" และหลังจากที่ พล.อ.เรืองโรจน์ ได้เกษียณอายุราชการไปแล้วในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549 ภายหลังการรัฐประหารได้ไม่นาน พล.อ.บุญสร้างก็ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นคนต่อไป และได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ด้วย
ในปี พ.ศ. 2557 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
พล.อ.บุญสร้าง นับได้ว่าเป็นนายทหารในกองทัพบกไทยเพียงไม่กี่คนในระดับสูงที่จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยเวสปอยต์ จากสหรัฐอเมริกา
เป็นอดีต ผบ.สส. ปัจจุบันเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และกรรมการและที่ปรึกษาในคณะกรรมการเพื่อเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยในกรรมการชุดนี้ยังมี พล.อ.อ.อิทธิพร ที่เป็น ตท.6 อีกคน นอกจากนี้ ยังพบว่าในคณะกรรมการชุดนี้ มีกรรมการหลายคนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับ พล.อ.ประวิตร อาทิ พล.ต.อ.จักรทิพย์ และ พล.อ.ทวีป
