- 10 ก.ค. 2560
รู้แล้วรีบแชร์ต่อ!! วิธีการจัดการ หากบัตรเอทีเอ็มโดนสกิมมิ่ง ต้องรีบทำก่อน ความเสียหายจะลุกลามบานปลาย
วันที่ 10 ก.ค 2560 ว่าที่พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกสภาทนายความ กล่าวผ่านรายการปรากฏการณ์ข่าวจริง ภาคเที่ยง สปริงนิวส์ ถึงการเรียกร้องเงินคืนจากธนาคารกรณีถูกสกิมมิ่งหรือคัดลอกข้อมูลบัตรเบิกเงินจากตู้ ATM ว่า ในกรณีถูกสกิมมิ่ง ให้รีบติดต่อที่ธนาคารเจ้าของบัตรทันที ยิ่งรีบติดต่อเร็วเท่าใดธนาคารก็จะสามารถตรวจสอบได้ง่ายเพราะในระบบตู้ATMจะมีกล้องวงจรปิด มีข้อมูล วันเวลาและสถานที่ ที่กดเงินจะปรากฏอยู่ โดยไม่ต้องแจ้งความกับตำรวจ แต่สามารถเข้าไปแจ้งต่อธนาคารได้โดยตรง
"เมื่อตรวจสอบได้ว่าถูกสกิมมิ่ง ธนคารจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด"
อุปนายกสภาทนายความ กล่าวว่า ทั้งนี้ที่ผ่านมาทางสภาทนายความไม่ค่อยได้รับการติดต่อร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวเท่าใดนัก ส่วนใหญ่จะพบเป็นปัญหายอดบัตรเครดิตที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
อุปนายกสภาทนายความ กล่าว อย่างไรก็ตามสำหรับประชาชนทั่วไปที่เปิดบัญชีธนาคารและขอใช้บัตร ATM จะมีข้อตกลงการใช้บัตรกดเงิน โดยเจ้าของบัญชีต้องรักษาข้อมูลสำคัญ 2 ส่วน คือตัวบัตรATM และรหัสกดเงิน โดยต้องไม่เปิดเผยข้อมูลให้บุคคลใดทราบ มิฉะนั้นจะถือว่าผิดเงื่อนไข หากตรวจสอบพบว่ามีการเปิดเผยข้อมูลให้บุคคลอื่นทราบถือ ธนาคารมีสิทธิหักเงิน และไม่รับผิดชอบต่อกรณีใดๆที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น
