- 12 ก.ค. 2560
จบดราม่า!! “ไม่เอาบ้าน เราเอาครูไว้” ชาวบ้านและครูถูกนำมาจัดฉาก อ้างสื่อสารผิดพลาด หลังผู้ว่าฯ สั่งเคลียร์
จากกรณี เด็กหญิงไร้สัญชาติ วัย 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านเขาจาน ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เด็กยากไร้ที่ต้องอาศัยอยู่ในกระท่อมเก่า ๆ กับพ่อบุญธรรมวัย 84 ปี มาตั้งแต่เกิด ไม่สามารถเข้าอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหม่ที่ได้รับบริจาค หลังครูประจำชั้นนำเรื่องราวไปเผยแพร่ทางโซเซียลมีเดีย จนผู้มีจิตศรัทธาเข้ามาช่วยเหลือในการติดตามพ่อที่แท้จริงและตรวจดีเอ็นเอ เพื่อขอทำบัตรประชาชนไทยให้ และมีทหารอาสาเข้าช่วยก่อสร้างบ้านจนเสร็จเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ขอบ้านเลขที่ไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถขอไฟฟ้าเข้าบ้านได้ในปัจจุบัน ส่วนครู ก็ถูกกดดัน ข่มขู่และร้องเรียนต้นสังกัด เพื่อให้มีการลงโทษครูหรือย้ายออกนอกพื้นที่ หลังโพสต์ต่อว่าหน่วยงานท้องถิ่น
ภายหลังตกเป็นข่าวทั้งทางสื่อกระแสหลักและโซเชียลมีเดีย ล่าสุดเมื่อวานนี้ (11กค.) นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้สั่งการให้นายณัฎฐพงษ์ พัฒนรัฐ นายอำเภอวัฒนานคร เข้าไปแก้ปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้นายอำเภอได้มีการเชิญนางรัตนา โตเจริญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเกวียน เจ้าหน้าที่ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขาจาน ครูประจำชั้น และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.4 บ้านท่าช้าง เข้าหารือที่อำเภอวัฒนานคร ในช่วงเย็นและมีการพูดคุยกันจนถึงช่วงค่ำ โดยมีหน่วยงานทหารจากกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ร้อย รส. จาก ร.12 พัน 1 รอ. และ มทบ.19 เข้าร่วมสังเกตุการณ์ด้วย ทางฝ่ายองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นได้เตรียมบุคลากรและเอกสารมาพร้อมจำนวน 4-5 ราย ส่วนฝ่ายเด็กหญิงไร้สัญชาติ มีผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขาจาน ครู ผู้ใหญ่บ้านและ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านท่าช้าง ต.ท่าเกวียน พื้นที่สร้างบ้านให้เด็กยากไร้รายนี้ เดินทางมาร่วมรับฟังการชี้แจงข้อมูลดังกล่าว
นางจิระนันท์ พรหมสุวรรณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว กล่าวภายหลังเข้าร่วมชี้แจงว่า ทางอำเภอวัฒนานครต้องการให้มีความสามัคคีปรองดอง "การฟ้องร้องจะมีหรือไม่ ทาง อบต.บอกไม่มี แต่เรื่องของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นที่ (สพฐ.) ที่มีการร้องเรียนเข้าไปเพื่อให้มีการสอบสวนและดำเนินการกับครูกรณีไปโพสต์ข้อความต่อว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น นายอำเภอบอกว่า ไม่มีอำนาจเข้าไปก้าวก่าย เป็นเรื่องของ สพฐ.จะทำอย่างไร" นางจีระนันท์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในมุมของชาวบ้านผู้ร่วมประชุมครั้งนี้ มองว่า กรณีนี้เหมือนชาวบ้านและครูถูกนำมาจัดฉาก เนื่องจากไม่แจ้งล่วงหน้าว่า จะต้องมีการนำหลักฐานและพยานบุคคลมายืนยัน ส่วนผู้นำหมู่บ้านแจ้งแค่ว่า มาให้ข้อมูลกับอำเภอ ไม่ได้บอกว่า จะต้องนำข้อมูลมาหักล้างกับ อบต. กลายเป็นเอาชาวบ้าน เอาครูมาเจอกับเขาซึ่งเตรียมข้อมูลมาพร้อม ถ้าบอกกันก็จะได้เตรียมข้อมูลและบุคคลมาให้พร้อม สรุปวันนี้เหมือนเอามาเพื่อให้อีกฝ่ายเคลียร์ตัวเอง แล้วให้จับมือกันและบอกว่าให้เลิกแล้วต่อกันเท่านั้น "มีการแก้ตัวทุกช็อต ขนาดผู้นำหมู่บ้านเองมีการแจ้งข้อมูลตลอดว่า จะมีการสร้างบ้าน ชาวบ้านจำนวนมากรับรู้ แต่ในที่ประชุมกลับบอกว่า ไม่รู้เรื่องเลยเรื่องนี้ถึงกับทำให้ครูต้องร้องไห้ในระหว่างที่มีการประชุมชี้แจงวันนี้ด้วย " ญาติผู้ร่วมประชุม กล่าว
ทางด้าน นายณัฎฐพงษ์ พัฒนรัฐ นายอำเภอวัฒนานคร กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ภายหลังการพูดคุยของทั้งสองฝ่าย ปรากฏว่ากรณีนี้ไม่มีอะไรเลย เป็นแค่ปัญหาการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน โดยการพูดต่อ ๆ กัน จึงเกิดความไม่เข้าใจกัน เชื่อว่า ขณะนี้จะไม่มีการฟ้องหรือโยกย้ายครู ส่วนกรณีที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นที่ (สพฐ.) จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีนี้หรือยังตนไม่ทราบเพราะไม่สามารถก้าวก่ายได้
นายอำเภอวัฒนานคร กล่าวอีกว่า กรณีนี้เป็นเรื่องของผู้หญิงคุยกัน ก็มีประเด็นที่กระจุ๊กกระจิ๊กบ้าง การสื่อสารกันที่คลาดเคลื่อนอาจจะทำให้เข้าใจคนละอย่างกัน ตนในฐานะนายอำเภอจึงได้เชิญทุกฝ่ายมาปรับความเข้าใจ ให้มีความรักความสามัคคีกันเพื่อช่วยเหลือเด็ก และได้รายงานเรื่องนี้ให้ผู้ใหญ่รับทราบแล้ว ล่าสุดเมื่อวานนี้ทางทหารได้ไปเตรียมการจัดพิธีมอบบ้านหลังใหม่ให้เด็กหญิง ทั้งนี้มีข้อมูลว่า พล.ต หทัยเทพ กีรติอังกูร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 19 จะมาเป็นประธานในพิธี ในวันที่ 14 ก.ค. นี้
