- 13 ก.ค. 2560
“พล.ต.อ.พัชรวาทผิดอะไร ต้องถามว่าผิดอะไร”!!!ย้อนคำ “บิ๊กป้อม ก่อนตัดสินคดีพันธมิตรฯ
ในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนนี้ จะมีการตัดสินคดีความของอดีตนายกรัฐมนตรีประเทศไทยถึง 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คน ล้วนแล้วแต่บุคคลในองคาพยพของพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น
โดยใกล้ๆ นี้ ในวันที่ 2 สิงหาคม ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลนายสมชาย “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กรณีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 โดยมิชอบ
คดีนี้ถือเป็นมหากาพย์ยาวนานเกือบร่วมสิบปี มีอุปสรรคเกิดขึ้นกลางทางบ่อยมาก ไล่ตั้งแต่ภายหลังที่คณะกรรมการป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทั้ง 4 คน แล้วส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดสั่งฟ้องต่อศาลฎีกาฯ แต่อัยการเห็นว่า มีข้อไม่สมบูรณ์ จึงตั้งคณะทำงานร่วมทั้งสองฝ่ายระหว่างอัยการกับป.ป.ช. ทว่าที่สุดอัยการก็มีความเห็นไม่สั่งฟ้อง จนป.ป.ช.ต้องหอบเอกสารไปฟ้องเอง
ท่ามกลางเสียงนินทาว่า เหตุที่ป.ป.ช.ต้องเหนื่อยฟ้องเอง เพราะบารมีของนายสมชาย ในฐานะผู้พิพากษาเก่าที่คอนเนกชั่นในแวดวงเยอะ
เรื่องยังไม่จบเท่านั้น เมื่อป.ป.ช.ต้องทำหน้าที่เป็นโจทก์ฟ้องเอง และศาลฎีกาฯรับฟ้อง ปรากฏว่า เมื่อพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ซึ่งก่อนหน้านั้นเคยทำหน้าที่รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และเป็นคนสนิทของพล.ต.อ.พัชรวาท ได้รับการสรรหาเป็นประธานป.ป.ช. เกิดเรื่องให้คนติฉินนินทา เมื่อพล.ต.อ.พัชรวาท และจำเลยร่วม ลุกขึ้นมายื่นหนังสือถึงป.ป.ช. เพื่อขอให้ถอนฟ้องคดีจากศาลฎีกาฯ
หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตกันว่า นี่ใช่มั้ยคือ คำตอบว่า ทำไมประธานป.ป.ช.จึงต้องเป็นพล.ต.อ.วัชรพล จากนั้นหลายคนได้ลุกขึ้นทักท้วงและคัดค้านหากจะมีการถอนฟ้อง เกิดเป็นกระแสโจมตีตัวประธานป.ป.ช.อย่างหนัก กระแทกมาถึงตัวพล.อ.ประวิตร ที่สุดต้องพับเรื่องเก็บลิ้นชัก
กระนั้นการไม่ถอนฟ้องก็ไม่สามารถทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้เสียหายเสียอย่างเดียว เมื่อปรากฏเรื่องประหลาดขึ้นว่า พยานฝ่ายโจทก์ที่เป็นนายตำรวจหลายคนที่เคยให้การหนักแน่น กลับให้การในลักษณะที่เบาบาง
คดีนี้พลิกไปพลิกมาตลอด บางครั้งเหมือนจำเลยจะจนมุม แต่บางครั้งก็กลับดูว่า มีโอกาสรอดสูง เปลี่ยนไปตามสถานการณ์บ้านเมือง!
อย่างไรก็ดี คดีนี้หากศาลตัดสินออกมาว่า ผิดจริง จะเท่ากับว่า มีอดีตนายกรัฐมนตรีถึง 2 คนถูกโทษจำคุก ประกอบด้วยนายสมชายและพล.อ.ชวลิต แถมมีพล.ต.อ.พัชรวาท น้องชายผู้มากบารีในปัจจุบันอย่างพล.อ.ประวิตร รวมอยู่ด้วย
ซึ่งคำตัดสินจะออกมาอย่างไรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล แต่มีเกล็ดน่าสนใจอยู่อย่างคือ “บิ๊กป้อม” รักน้องชายคนนี้มาก เคยแสดงความไม่พอใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมัยดำรงตำแหน่งนายกฯ มาแล้ว หลังปลดพล.ต.อ.พัชรวาท ออกจากผบ.ตร. จากกรณีสลายการชุมนุมพันธมิตรฯ ถึงขั้นให้สัมภาษณ์เลยว่า “พล.ต.อ.พัขรวาทผิดอะไร” พร้อมกับกระแสข่าวว่า จะลาออกจากตำแหน่งรมว.กลาโหมในตอนนั้นกันเลยทีเดียว
ขณะที่คนใกล้ชิดพล.อ.ประวิตร อย่าง “บิ๊กกี่” พล.อ.นพดล อินทปัญญา ก็ออกมาพูดเหมือนกันว่า “ญาติพี่น้องตระกูลวงษ์สุวรรณจะต่อสู้เพราะทนไม่ไหว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผิดตรงไหนและเอาเหตุผลอะไรมาปลดจากตำแหน่ง”
นอกจากนี้ หลังรัฐบาลชุดนี้เข้าบริหารประเทศก็มีการคืนตำแหน่งผบ.ตร. ให้กับพล.ต.อ.พัชรวาท อีกด้วย เป็นการสะท้อนว่า “พี่ป้อม” รัก “น้องป๊อด” แค่ไหน
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว “พี่ป้อม” จะยอมให้น้องเลิฟติดคุกจริงๆ หรือไม่ แล้วถ้าสุดท้ายรอด คนอื่นๆ จะรอดเช่นเดียวกันหรือไม่ 2 สิงหาคมนี้ ปิดตำนานคดีพันธมิตรฯ คงได้รู้กัน.
เรียบเรียงโดย อุปนิกขิต
