- 14 ก.ค. 2560
นี่แหละวันที่คนไทยทุกคนเฝ้ารอ?? ประชาชนชาวไทยเฮลั่น!! ติดต่อราชการถือบัตรประชาชนใบเดียว สำเนาไม่ต้อง?? (รายละเอียด)
เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวที่ต้องพูดว่า อวสานไปได้เลยสำหรับ เครื่องถ่ายเอกสารสำหรับคนที่มีธุระที่ต้องการไปติดต่อสถานที่ราชการ โดยการต้องขนซองเอกสารติดตัวไปด้วย
โดยจากกรณีที่ รัฐบาลได้พยายามอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถติดต่อขอใช้บริการภาครัฐได้ง่าย ๆ เพียงบัตรสมาร์ทการ์ดใบเดียว โดยทางด้าน ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เคยได้มีการเปิดเผยว่า เดิมทีประชาชนไปติดต่อราชการ จะถูกขอเอกสารจำนวนมาก จึงมีการแก้ปัญหาด้วยการให้กระทรวงมหาดไทยนำ “สมาร์ทบ็อกซ์” ไปวางไว้ ที่หน่วยงานราชการ
ส่วนการติดต่อหน่วยงานไม่ต้องนำสำเนาเอกสารไปอีก ก็เพียงมีบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดใบเดียว หรือเวลาทำธุรกิจที่จดทะเบียนธุรกิจเสร็จ อยากจะทำบีโอไอ อีไอเอ หรือเครื่องหมายทางการค้าเพิ่มเติมไปถึงหน่วยงานก็จะขอข้อมูลซํ้าเดิมๆ เพิ่มอีก ทั้งที่ความจริงข้อมูลเหล่านี้อยู่ในส่วนราชการอยู่แล้วเพื่อการเป็นรัฐบาล 4.0 นี่คือหัวใจ การจะไปสู่ตรงนั้นได้ ข้อมูลต่างๆ ก็ต้องไหลเชื่อมโยงหากันได้ ต่อไปนี้ระบบราชการทำไมต้องขอข้อมูลจากประชาชนเยอะแยะมากมาย ทั้งที่ข้อมูลอยู่ในภาคราชการหมดแล้ว เมื่อเราจัดระบบรัฐบาล 4.0 เสร็จแล้ว ข้อมูลก็จะอยู่ในฐานข้อมูลภาครัฐทั้งหมดเลขาธิการ ก.พ.ร. บอกว่า พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกฯ จะเป็นต้นทางของการปฏิรูประบบราชการ
ล่าสุดในวันนี้(14/07/2560) จากการเปิดเผยของ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ข้อมูลประชาชนจากสำนักทะเบียนอำเภอทั่วประเทศ สามารถเข้าถึงกันได้ทั้งหมดผ่านระบบออนไลน์ ทั้ง 140 ส่วนราชการ ทำให้ขณะนี้ ไปติดต่อทำธุรกรรมกับทางราชการ ก็จะสามารถใช้บัตรประชาชนใบเดียว รวมทั้งมีคำสั่ง คสช.ที่ 21/2560 ให้ส่วนราชการห้ามขอสำเนาจากประชาชนอีกด้วย
แต่ก็ยังมีข้อแม่บางส่วนที่ตั้งขึ้นมาอีกว่า สำหรับ บางหน่วยงานที่ยังคงต้องถ่ายสำเนายังคงมีอยู่เช่นกัน เนื่องจากอยู่ในระหว่างการปรับตัวใหม่ พัฒนาระบบ แต่ในบางที่ยังยึดระเบียบเก่าๆ อยู่ ทางสำนักบริหารการทะเบียน ก็พยายามแก้ไข และผลักดันอย่างเต็มที่
โดยทางด้านของ กรมการปกครอง ได้เปิดเผยว่า ชิพบนบัตรประชาชนนั้น จะมีเพียงข้อมูลพื้นฐานตามหน้าบัตร และข้อมูลประกันสุขภาพที่เพิ่มเข้ามาด้วยเท่านั้น โดยหน่วยงานราชการที่สามารถติดต่อ โดยไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชนติดต่อแบบแน่นอนแล้ว เช่น กรมการกงสุล กรณีทำพาสปอร์ต, การไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าภูมิภาค, สำนักทะเบียนอำเภอทั่วประเทศ, สำนักงานขนส่ง และโรงพยาบาล ฯลฯ
โดยในการดำเนินการโครงการดังกล่าว ได้กำหนดแนวทางในการตรวจสอบและแสดงตัวตนของผู้รับบริการ เป็น 2 กรณี ได้แก่ 1. นิติบุคคล ใช้ทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 2. บุคคลธรรมดา ใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของกรมการปกครอง
อ้างอิงจาก Thairath
