- 14 ก.ค. 2560
ข่าวอันเป็นมงคล..... อ.สุไหงปาดี พบตราสัญญลักษณ์ ในหลวงร.9 ที่ก้อนหินชั้นบน น้ำตกฉัตรวาริน
จากหนังสือพิมพ์4เหล่าทัพ รายงานข่าวชาว อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส พบตราสัญญลักษณ์รัชกาลที่9 ที่ก้อนหินขนาดใหญ่บริเวณชั้นบนน้ำตกฉัตรวาริน
โดยการค้นพบตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ ร.9 ในครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อ นาย รุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี จ.นราธิวาส ได้ระดมเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน อำเภอ สุไหงปาดี ปลัดอำเภอ และ ชาวบ้าน ไปทำการโยกย้ายต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ล้มลงด้วยสาเหตุมาจากลมพายุ และ ฝนตกลงมาอย่างหนักเมื่อ2วันก่อน ทำให้ต้นไม้หักโค่นล้มลง เกรงว่าประชาชนที่มาเที่ยวน้ำตก อาจได้รับอันตราย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่อส.เคลียร์พื้นที่เพื่อให้เกิดความปลอดภัยให้มากที่สุด แต่ในขณะที่กำลังเดินเข้าไปที่โคนต้นไม้ใหญ่ที่ล้มทับปิดเส้นทาง ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่สังเกตุเห็นที่ที่หินใหญ่ว่ามีเส้นเหล็กถูกฝังติดไว้ที่เนื้อหินโผล่ขึ้นมา จึงได้ตัดเถาวัลย์ที่ขึ้นปกคลุมอยู่บนหินออก และพบว่าเหล็กดังกล่าว มีลักษณะคล้ายสัญญลักษณ์ที่สำคัญ จึงได้แจ้งนาย รุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดีทราบและทำการตรวจสอบทันที จึงพบว่าเป็นตราสัญญลักษณ์ดังกล่าว คือตราสัญญลักษณ์ประจำพระองค์ในหลวงร.9 นายอำเภอสุไหงปาดี จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่รีบดำเนินการปรับสภาพพื้นที่อย่างเร่งด่วน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ให้รีบดำเนินการปรับสภาพพื้นที่เป็นการด่วน และประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้งว่า ตราสัญญลักษณ์ดังกล่าวมีความเป็นมาอย่างไร และประสานนาย สิทธิชัย หมัดสี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติบูโด สุไหงปาดี เพื่อเตรียมการบูรณะสถานที่ดังกล่าวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในพื้นที่
นาย รุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี จ.นราธิวาส กล่าวว่า น้ำตกฉัตรวาริน เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ. สุไหงปาดี และได้นำข้าราชการ และ อส.เข้ามาพัฒนาในพื้นที่ โดยพบกิ่งไม้ และ เถาวัลย์ปกคลุมก้อนหินขนาดใหญ่ และพบพระปรมาภิไธย และตราสัญญลักษณ์ประจำพระองค์ร.9 จึงขอเชิญชวนข้าราชการ และ ประชาชนมาชื่นชมพระบารมีของพระองค์ท่านว่าครั้งหนึ่งน้ำตกฉัตรวารินพระองค์ท่านในหลวงร.9 เคยเสด็จมา และ ยินดีที่จะสร้างสถานที่นี้เป็นอนุสรณ์สถานให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมพระบารมี ณ. จุดนี้ และสำหรับตราสัญญลักษณ์ประจำพระองค์ในหลวงร.9ที่พบครั้งนี้ มีลักษณะเป็นเหล็กที่ติดกับโขดหิน และ เป็นสนิม โดยมองจากภายนอกก็จะไม่เห็นว่าเป็น พระปรมาภิไธย แต่เมื่อนำมาขัด และ ลงสีก็จะเห็นชัดเจนขึ้น จากการสอบถามอดีตกำนันในพื้นที่หลายคน ทำให้ทราบเบื้องต้นว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช น่าจะเสด็จที่นี่ราวปี พ.ศ 2516-2517
และในอนาคตอันใกล้ ทางอำเภอสุไหงปาดีจะมีการบูรณะปรับปรุงสถานที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่อีกจุดหนึ่งเพื่อให้ประชาชน ได้ร่วมสักการะ และ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
ขอบคุณ: ภาพ และ ข้อมูลจากนสพ.4เหล่าทัพ
