- 18 ก.ค. 2560
ร้อนระอุ!?ชี้ชะตา"ยิ่งลักษณ์"21ก.ค.ไต่สวนพยานนัดสุดท้าย..ย้อนดูเลยจุดเริ่มมหากาพย์จำนำข้าวกับชะตากรรมอดีตนายกหญิงคนแรกของประเทศไทย(มีคลิป)
ระอุขึ้นทุกวันสำหรับอุณหภูมิร้อนทางการเมือง โดยเฉพาะคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ของ “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีตกเป็นจำเลย ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานที่เหลือเพียงนัดเดียว และนัดสุดท้ายก็คือวันที่ 21 ก.ค. และเวลาเพียง4วันเท่านั้น
โดยจุดเริ่มมหากาพย์จำนำข้าวได้เริ่มขึ้นเมื่อ2ปีที่ผ่านมา จากการที่อัยการสูงสุดนำสำนวนส่งฟ้องศาลฎีกาฯ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.58 องค์คณะตุลาการประทับรับฟ้องและเมื่อวันที่19 มี.ค. 58 ในการนัดพิจารณาคดีครั้งแรก และแน่นอนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้แถลงปฏิเสธทุกข้อหา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ใช้ทุกช่องทางทั้งตามกฎหมายและทั้งการใช้มวลชนเข้ากดดันศาล
สำหรับการไต่สวนพยานจำเลยนัด ซึ่งหากไม่มีพยานมาไต่สวนเพิ่มอีก ศาลจะกำหนดนัดคู่ความแถลงปิดคดี อาจแถลงด้วยวาจา หรือลายลักษณ์อักษรก็ตาม จากนั้นจึงนัดฟังคำพิพากษาภายใน 7 วัน แต่ถ้ามีเหตุสมควรหรือจำเป็น ศาลอาจนัดฟังคำพิพากษาได้อีกภายใน 14 วัน แต่รวมจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน
ตอนนี้มีการพยายามซื้อเวลาออกไป ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่29 มิ.ย. 2560 นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ยื่นคำร้องต่อศาล ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกไปเผชิญสืบโรงสีข้าวและคลังข้าวจังหวัดอ่างทอง 16 แห่งด้วย
ด้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวต่อว่า ในตอนแรกได้มีการร้องขอต่อ ป.ป.ช. แล้ว และมีประเด็นในข้อโต้แย้งในเรื่องของสต๊อดข้าว ,คณะอนุกรรมการปิดบัญชี จนวันนี้มีการตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาตรวจสอบใหม่โดย "ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล" ซึ่งมีข้อกังวลหลักเกณฑ์ขั้นคอนจะเป็นอย่างไร และอยากขอความเป็นธรรมให้ศาลมีการเผชิญสืบ
และสำหรับการขอศาลเผชิญสืบในครั้งนั้น ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้าวเป็นธัญพืชชนิดหนึ่งที่เสื่อมได้ตามกาลเวลา ซึ่งขณะนี้ผ่านมาเป็นเวลา 2 ปีเศษแล้ว เป็นปัญหาข้อเท็จจริง การเดินเผชิญสืบไม่จำเป็นแก่คดี จึงให้ยกคำขอของจำเลย
ปรากฏว่าประเด็นนี้ได้รับการขยายต่อโดยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเมื่อวันที่15 ก.ค.ที่ผ่านมา นายยุทธพงศ์ ได้ตั้งโต๊ะแถลงที่พรรคเพื่อไทย โดยบอกว่า มีการขายข้าวดีให้เป็นอาหารสัตว์ จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตรวจสอบความถูกต้องในการจำหน่ายข้าวและให้ออกคำสั่งให้เปิดโกดังข้าวทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าไปร่วมตรวจพิสูจน์ว่าเป็นข้าวคนกินหรืออาหารสัตว์
และในข้อเท็จจริง เราต้องมาฟังทางด้านของนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ สำหรับประเด็นความพยายามยื้อเวลาให้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดนเฉพาะในการพยายามเปิดประเด็น นำข้าวดีไปขายในราคาข้าวเน่า
ซึ่งเท่ากับว่าได้กล่าวหา รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ อย่างรุนแรง เพราะการที่เอาข้าวดีไปขายในราคาข้าวเสีย แน่นอนครับเป็นการทำให้ประเทศชาติเสียหาย และใครสติดีๆจะไม่ทำแบบนั้น ยกเว้นจะมีการทุจริตรับเงินใต้โต๊ะ
ฉะนั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจนสำหรับข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น ว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงการยื้อเวลาของบรรดาพรรคเพื่อไทย หรือว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ได้กระทำความผิดจริง
ขณะเดียวกัน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุคระบุว่า
ยิ่งใกล้วันปิดคดีนัดสุดท้าย ในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในคดีรับจำนำข้าว ยิ่งเห็นความเคลื่อนไหวที่เข้มข้นของพรรคเพื่อไทย ซึ่งพอสรุปให้เห็นแนวทางการเคลื่อนไหวได้ดังนี้
1. ให้นางสาวยิ่งลักษณ์เดินสายพบปะมวลชน ตลอดจนทำกิจกรรมกับแฟนๆ เพื่อไม่ให้คนลืม และอยู่ในความสนใจ
2.การเชิญชวนมวลชนมาให้กำลังใจ ในระหว่างขึ้นศาล และมีแนวโน้มระดมมวลชนมากขึ้น โดยอ้างว่าให้กำลังใจ เจตนาคงเป็นที่เข้าใจของนักการเมือง ซึ่งไม่ต่างไปจากการใช้มวลชนสมัยคดีซุกหุ้น
3. ใช้ช่องทางทางกฏหมายในการยื้อคดีอย่างเต็มที่
4.ให้ข้อมูลเพื่อให้เกิดความสับสน โดยเฉพาะคุณภาพข้าวในโกดัง ทั้งๆที่ความเป็นจริงภาพข้าวเสื่อม ข้าวเน่านั้น ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อตั้งแต่สมัยท่านปนัดดาและคณะ ตรวจสอบโกดังข้าวแล้ว
ประเด็นเรื่องการเรียกร้องให้ตรวจโกดัง ทางทนายนางสาวยิ่งลักษณ์ เคยร้องขอศาลฎีกาเผชิญสืบ ก็คือการไปตรวจโกดังนั่นเอง แต่ศาลท่านยกคำร้องไปแล้ว ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยไม่ละความพยายาม ล่าสุดออกมาเรียกร้องให้ใช้ม.44 ในการตรวจโกดังข้าว
สิ่งที่น่าแปลกใจนั่นคือ ในช่วงที่ท่านปนัดดาและคณะตรวจสอบ ทำไมพรรคเพื่อไทยเงียบ แต่มาเรียกร้องช่วงจะปิดคดีนางสาวยิ่งลักษณ์ แค่นี้ก็เห็นเจตนาแล้วว่า มีเจตนาจะยื้อคดีจำนำข้าว ถ้ารัฐบาลหลงกลไปตรวจอีกสักหนึ่งแห่ง ทั้งๆที่เคยตรวจไปแล้ว พรรคเพื่อไทยก็จะร้องให้ตรวจทุกโกดังที่เหลือทั้งประเทศ ที่สำคัญจะขอเจาะข้าวทุกกระสอบ อย่างนี้10ปีก็ยังตรวจไม่เสร็จ แค่นี้ก็เห็นเจตนาแล้ว
ผมคิดว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ควรจะหยุดได้แล้ว ในเมื่อศาลท่านก็ให้โอกาสนำพยานมาเบิกความเพื่อชี้แจง การต่อสู้ทุกอย่างควรอยู่ที่ศาล และขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ศาลท่านตัดสินจะดีกว่า........ทุกคนหยุดแล้ว แต่ท่านต่างหากที่ยังไม่หยุด
จากนี้ก็ต้องจับตากันอย่างใกล้ชิดว่า ในวันศุกร์ที่21 กรกฎาคม 2560 จะถึงนี้ จะเกิดอะไรขึ้น กับชะตากรรม อดีตนายกหญิงคนแรกของประเทศไทย อย่างน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
