- 30 ก.ค. 2560
แฉนักการเมืองบิดเบือนข้อมูลน้ำท่วม "โฆษกรบ.-โฆษกคสช." ซัดอย่าบิดเบือนหาว่าไม่แจ้งเตือนน้ำท่วม ยันทหารช่วยปชช. 24 ชั่วโมง
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคสช. กล่าวว่าฝนตกลงมาอย่างหนักในบางพื้นที่ในปริมานมากเกิน ส่งผลให้การระบายน้ำในระบบทางธรรมชาติตอบสนองไม่ทันการภายในเวลาที่ต้องการ จึงส่งผลกระทบ ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้โดยหลักธรรมชาติ โดยที่ผ่านมาสำหรับทุกเหตุการณ์เมื่อจะต้องเผชิญหน้าภัยพิบัติ ภาครัฐได้ดำเนินการตามแนวทางหลักๆ มี 2 ขั้น คือ ขั้นการแจ้งเตือนและเตรียมการ กับ ขั้นเผชิญสถานการณ์ ในขั้นการแจ้งเตือนจะเห็นว่าทางรัฐบาล และคสช. ได้มีการแจ้งเตือนเรื่องข่าวสภาพอากาศกันมาอยู่เป็นระยะๆ
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ในหลายพื้นที่เสี่ยงจากข้อมูลที่ได้ประเมินมาตามระบบมีเป้าหมายหลัก 2 กลุ่มคือ กลุ่มประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบในการเตรียมรับมือ กับกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่จะต้องเตรียมการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ.มีการเตรียมทั้งคนบุคลากร และเครื่องมือ เครื่องใช้สิ่งของจำเป็น ต่อการช่วยเหลือ เพื่อให้มีการเตรียมการรับมือ ส่วนขั้นเผชิญหน้ากับสถานการณ์ เป้าหมายก็เพื่อพยายามจะลดระดับความรุนแรงในเรื่องผลกระทบที่จะเกิดกับ ประชาชน ด้วยการระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบผ่านรูปแบบต่าง ซึ่งครั้งนี้ใครที่ติดตามข่าวจะเห็นได้ว่าทุกๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามทำกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาได้ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง
"เนื่องจากเกรงว่าอาจผู้ที่ไม่เข้าใจ หรือผู้ที่ไม่หวังดี พยายามจะไปเข้าใจในทำนองคลาดเคลื่อนว่ารัฐบาล ไม่ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนนั้น ซึ่งอาจเป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคล คนส่วนใหญ่สามารถใช้วิจารณญาณได้จากข้อเท็จจริงจากที่เห็นและเป็นอยู่ เพราะการให้ข้อมูลในบางลักษณะอาจทำให้สังคมเข้าใจได้ว่า อาจมีเรื่องการเมืองผสมมาด้วย อย่างในหลายเรื่องที่ผ่านมาโดยเฉพาะอาศัยสถานการณ์ความทุกข์ร้อนของประชาชนมาเป็นประเด็น แต่ก็เชื่อว่าปัจจุบันนี้สังคมมักจะมองออก" พ.อ.วินธัย กล่าว
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า เรียนว่าอุทกภัยครั้งนี้ มีความต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 เพราะครั้งนั้นปริมาณฝนไม่ได้ตกมาในลักษณะฉับพลันแบบนี้ แต่เกิดจากปริมาณน้ำสะสมมีมากเกิน เนื่องระบบบริหารจัดการเกี่ยวกับการระบาย สังเกตได้ว่าช่วงนั้นขณะที่เกิดเหตุอุทกภัยในแต่ละพื้นที่ ไม่ได้มีฝนตกลงมาแล้วเหมือนครั้งนี้
"นายกรัฐมนตรีได้ให้กำลังใจและขอขอบคุณเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร รวมถึงภาคเอกชน ทุกคนที่ได้ช่วยกันอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยเพื่อพี่น้องประชาชน" พ.อ.วินธัย กล่าว
ขณะที่พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและภาคเอกชนที่ได้ร่วมมือร่วมใจกันอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางบางส่วน โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีระดับน้ำท่วมสูงมากและประชาชนได้รับความเดือดร้อน ซึ่งสถานการณ์ครั้งนี้เกิดจากสาเหตุทางธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยประเทศเพื่อนบ้านก็ได้รับความเสียหายหนักเช่นกัน
“นายกฯ ไม่ต้องการให้นักการเมืองฉวยโอกาสที่ประชาชนเดือดร้อนแสวงหาประโยชน์ทางการเมืองด้วยการกล่าวโจมตีรัฐบาล และสร้างข่าวลือเพื่อให้ผู้คนเกิดความตื่นตระหนก เพราะเมื่อย้อนกลับไปดูเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554 จะพบว่า สาเหตุเกิดจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาด แม้รัฐบาลรู้ว่ามีปริมาณฝนตกมากแต่ไม่เร่งระบายน้ำ จนเกิดความเสียหายแก่ประเทศอย่างมหาศาล”
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ออกประกาศเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รับทราบข้อมูลสภาพอากาศ พร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ ปภ. และอาสาสมัครเตือนภัยออกไปแจ้งข่าวแก่ประชาชนอย่างรวดเร็วตามนโยบายประเทศไทยปลอดภัย หรือ Safety Thailand และนับตั้งแต่ที่ฝนเริ่มตกจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ได้ออกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาโดยตลอด รวมทั้งยังได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากภาคเอกชนด้วย
“นายกฯ สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และทุกเหล่าทัพ เร่งนำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งเพื่อระบายน้ำออกสู่แม่น้ำสายหลักโดยเร็ว พร้อมทั้งกำชับให้แต่ละจังหวัดเตรียมสำรวจความเสียหายของอาคารบ้านเรือน จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต เพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป”
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้รับรายงานว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการทุกหน่วยงานเพื่อระดมเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เช่น รถไฟฟ้าส่องสว่าง รถสูบน้ำระยะไกล รถผลิตน้ำดื่ม รถบรรทุก เรือท้องแบน ฯลฯ สนับสนุนปฏิบัติการกู้วิกฤตน้ำท่วม รวมถึงจัดวางแนวกระสอบทรายเป็นคันกั้นน้ำล้อมรอบสถานที่สำคัญ ตลอดจนจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมจัดหาอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเต็มที่ด้วย
///
จันทรา ส่องแสง
///
