- 31 ก.ค. 2560
"สิงหาฯเดือด" สั่งยกระดับรักษาความปลอดภัย ติดป้ายทำเนียบพื้นที่ควบคุม หลังคดีดังเตรียมตัดสินอนาคต การเมืองร้อน
สิงหาคมกลายเป็นเดือนร้อนสำหรับการเมืองไทยหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงค์ตำแหน่งทางการเมืองเตรียมพิจารณาคดีสำคัญหลายคดี อาทิ คดีโครงการรับจำนำข้าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คดีขายข้าวแบบจีทูจีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ และนายภูมิ สาระผล รวมถึงคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และพล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีการจับตามองว่าเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้จะกลายเป็นเดือนองศาเดือดทางการเมืองของไทยหลังคดีสำคัญๆ เดินทางมาถึงจุดพิพากษาคดี ส่งผลให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งบนดินและใต้ดินมากเป็นพิเศษ รวมถึงมีการปล่อยข่าวลือข่าวลวงมีการบิดเบือนข้อมูลสารพัดว่อนโซเชียลมีเดียทั้งเฟสบุ๊ค LINE IG ฯลฯ
ส่งผลให้ต้องมีการเพิ่มมาตราการรักษาความปลอดภัยมากขึ้นเป็นพิเศษเพื่อป้องกันเหตุร้ายเหตุไม่คาดฝันจากผู้ไม่หวังดี ซึ่งอาจจะฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ โดยเฉพาะบุคคลระดับวีวีไอพี รวมถึงสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญต่างๆ ด้วยเหตุนี้ทีมรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรีจึงต้องมีการอัพเกรด ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยนายกฯ ให้เข้มงวดมากขึ้นเป็นพิเศษโดยเห็นได้จากการเดินทางไปรัฐสภาเพื่อเป็นประธานการ ส่งมอบการปฏิรูปประเทศของสปท. งานนี้ฝ่ายรัฐบาลในฐานะเจ้าภาพได้มีการสั่งห้ามไม่ให้โรงอาหารภายในสโมสรรัฐสภารวมถึงร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านสะดวกซื้อภายในรัฐสภาเปิดขายของเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คนนอกหรือคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในอาคารรัฐสภาในช่วงเวลาที่นายกฯ มอบนโยบายให้แม่น้ำ 5 สาย
ไม่แค่นั้นในส่วนของทำเนียบรัฐบาลก็มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย มากขึ้นเป็นพิเศษโดยเห็น ได้จากมีการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ ทั้งตัดต้นไม้ที่หนาทึบ ปรับปรุงกล้องวงจรปิดให้ใช้การได้ ล่าสุดก็คือการประกาศให้พื้นที่รอบๆทำเนียบรัฐบาลเป็นพื้นที่ควบคุมต้องมีการติดบัตรแสดงตนหรือแลกบัตรผ่านเข้าออกอย่างเคร่งครัด โดยมีการนำป้ายประชาสัมพันธ์มาตั้งไว้บริเวณทางเข้าออกทุกประตู
ขณะเดียวกันก็ได้มีหนังสือเวียนไปถึงบุคลากร ข้าราชการ รวมถึงสื่อมวลชนที่จะเข้ามาทำงานในทำเนียบรัฐบาล โดยเฉพาะรถที่ผ่านเข้าออกต้องลดกระจก ปิดไฟหน้า เปิดไฟเก๋ง และเปิดฝาท้ายกระโปรง ฯลฯ เพื่อให้เจ้าที่ทำการตรวจค้น
ทั้งนี้ทำเนียบรัฐบาลขอใช้มาตรการในการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดในการดูแลรักษาพื้นที่ นอกจากมาตรการดังกล่าวแล้วยังมีการติดกล้องสแกนหน้าคนขับรถและบุคลากรที่จะเข้ามาติดต่องานภายในทำเนียบรัฐบาลทุกคน
สำหรับมาตรรการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายหลังมีการคาดการณ์ว่าสถานการณ์ทางการเมืองของไทยจะร้อนแรงขึ้นในเดือนนี้ เนื่องจากมีคดีสำคัญๆ ของอดีตนายกฯ คดีของนักการเมืองชื่อดัง เตรียมจ่อคิวตัดสินภายในเดือนนี้ด้วยเหตุนี้จึงมีการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งในตัวของนายกฯ เองและพื้นที่สำคัญๆ รอบทำเนียบรัฐบาลเพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นจากพวกมือที่ 3 หรือพวกไม่หวังดี
