- 02 ส.ค. 2560
จับตาชนิดห้ามกระพริบตา! “สปท.หมดวาระ ทหาร-ข้าราชการเกษียณนักวิชาการ”แห่ชิงเก้าอี้คณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ วิษณุระบุนายกฯเปิดกว้างทุกสาขา
จับตาชนิดห้ามกระพริบตา! “สปท.หมดวาระ ทหาร-ข้าราชการเกษียณ นักวิชาการ” แห่ชิงเก้าอี้คณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะทำงานปฏิรูปประเทศ วิษณุระบุนายกฯเปิดกว้างทุกสาขาอาชีพที่เป็นคนดีคนเก่ง ยาหอมเผลอๆอาจได้เป็นส.ว.
หลังจากที่ทำกฎหมายกันมายาวนานล่าสุด “กฎหมายพี่ กฎหมายน้อง” คือพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ และ พ.ร.บ.ปฏิรูปประเทศก็คลอดออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชบัญ ญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจคือ ให้นายกฯ เป็นประธานกรรมการ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นรองประธานคนที่ 1 ประธานวุฒิสภา เป็นรองประธานคนที่ 2 และในการจัด ทำยุทธศาสตร์ชาติให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะและผู้ทรงคุณ วุฒิให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ขณะเดียวกันในส่วนของพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ.2560 ที่มีเนื้อหาสำคัญ คือ ให้มีการจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศต่างๆ จำนวน 11 ด้าน ประกอบด้าน การเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมาย กระบวนการยุติธรรมการศึกษาเศรษฐกิจทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข สื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ สังคม และด้านอื่นตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)
โดยเรื่องนี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย เนติบริกรสายทหารมาร่ายยาว การตั้งคณะกรรมการหลังจากมีกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับนี้ออกมาว่าจะมีการตั้งซุปเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ชาติ
ขึ้นมาหนึ่งคณะจำนวน 34 คนโดยมีนายกฯเป็นประธาน ในจำนวนนี้จะแบ่งเป็นการสรรหา 17 คน และคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิอีก 17 คน โดยทั้งหมดต้องคัดเลือกให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ส.ค.นี้ และจากนั้นซุปเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ชาติจะไปตั้งคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์ชาติอีกหลายคณะๆละ 15 คน เพื่อดำเนินการด้านต่างๆ โดยทั้งหมดจะมีอายุการทำงาน 5 ปี คณะที่คณะทำงานด้านปฏิรูปประเทศจะมีทั้งหมด 11 คณะ โดยก่อนหน้านี้มีการแต่งตั้งคณะทำงานด้านปฏิรูปการศึกษาไป
แล้วหนึ่งคณะ ก็จะเหลือแค่ 10 คณะที่ต้องแต่งตั้งใหม่ โดยในแต่ละคณะจะมีทั้งสิ้น 15 คน แต่ในการนี้ทางสภาพัฒน์ขอส่งเจ้าหน้าที่มาเป็นเลขาฯ 1 คน จึงทำให้แต่ละคณะเหลือแค่ 14 คน ที่จะต้องคัดเลือกเข้ามา เพราะฉะนั้นจะมีคณะทำงานด้านปฏิรูปที่ต้องคัดเลือกทั้งสิ้น 140 คน โดยทั้งหมดจะต้องคัดเลือกให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ส.ค.นี้เพื่อจะได้เริ่มทำงาน โดยทั้งหมดจะมีวาระในการทำงาน 5 ปีเช่นเดียวกับคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ
“ในส่วนของการคัดเลือกบุคคลที่จะมาเป็นคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และคณะทำงานด้านปฏิรูปประเทศอีก 10 คณะนั้น เราจะอิงจากสปท.ที่เคยทำงานมาก่อน แต่ก็จะเปิดโอกาสให้คนนอก นักวิชาการ ตัวแทนพรรค หรือประชาชนที่สนใจสมัครหรือแจ้งความความจำนงค์เข้ามาเป็นได้ โดยหลักของนายกฯไม่ต้องการให้คนเดิมๆทำงานซ้ำกันในหลายชุด แต่อยากให้มีการเปลี่ยนหน้า หาคนดีๆ คนเก่งๆ ทุกสาขาอาชีพมาทำงาน คนเหล่านี้นอกจากจะเป็นคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะทำงานปฏิรูปประเทศแล้ว อนาคตที่เหลือยังมีโอกาสเป็นส.ว.เป็นคณะทำงานอื่นๆได้อีก เพราะนายกฯต้องการเปิดกว้างให้ทุกคนทุกฝ่ายเข้ามาทำงาน” รองวิษณุระบุ
งานนี้รับรองว่ามีรายการวิ่งหาตำแหน่งกันตีขวิด เพราะมีตำแหน่งเปิดกว้างรอคนทำงานจำนวนมาก จากนี้ต้องจับตาชนิดห้ามกระพริบตา โดยเฉพาะบรรดาสปท.ที่เพิ่งหมดวาระตกงานหมาดๆ ทหารเกีษยณ ข้าราชการครบอายุ นักวิชาการ และบุคคลธรรมดา ว่าใครจะเข้าวินไปนั่งช่วยงานพล.อ.ประยุทธ์บ้าง
/////////////////////
