- 04 ส.ค. 2560
ฆาตกรรม !?!? ความจริงเริ่มปรากฎ !!! "ธวัชชัย" คนอื่นทำให้ตายคาห้องขัง "ดีเอสไอ"...ย้อนดูชัดๆ กล้องวงจรปิด เหตุการณ์วันนั้น (มีคลิป)
ย้อนกลับไป ช่วงเดือนกันยายน 2559 ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคมตอนนี้นั่นก็คือ การเสียชีวิตของ นายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าพนักงานที่ดินพังงา สาขาท้ายเหมืองจ.พังงา ซึ่งเป็น ผู้ต้องหาคดีออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบใน จ.ภูเก็ต และจ.พังงา ถูกการมสอบสวนคดีพิเศษจับกุม เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม และได้ผู้กคอตัวเองภายในห้องขังดีเอสไอ ในคืนวันเดียวกัน ซึ่งประเด็นดังกล่าวก็ทำให้สังคมนั้นตั้งคำถามว่าการตายของนายธวัชชัยนั้นเป็นการฆ่าตัวตาย หรือการฆาตกรรม
และวันนี้4 สิงหาคม 2560 ศาลนัดฟังคำสั่งการขอไต่สวนชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน จ.พังงา ผู้ต้องหาออกเอกสารสิทธิที่ดินทับซ้อนอุทยานแห่งชาติกว่าพันแปลง ที่เสียชีวิตภายในห้องควบคุมกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2559 ล่าสุด ศาลได้มีคำสั่งว่าผู้ตาย นายธวัชชัย เสียชีวิตเพราะมีบุคคลอื่นทำให้ตาย
ย้อนกลับไป วันที่ 5 กันยายน 2559 การสืบสวนสอบสวนการเสียชีวิตของ นายธวัชชัย อนุกุล ผู้ต้องหาคดีออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินโดยมิชอบหลายแปลงใน จ.ภูเก็ต และพังงา ซึ่งเสียชีวิตภายในห้องคุมขังกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งขณะนี้ก็ดำเนินการสอบสวนเริ่มตั้งแต่วันควบคุมตัว โดยยังไม่สามารถวินิจฉัยชี้ขาดได้ว่า เป็นการตายด้วยการฆ่าตัวตาย
พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผู้กำกับการ สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า การสืบสวนสอบสวนของตำรวจเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามมาตรา 150 ทุกประการ มีการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ มีการรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่าง ขณะนี้ก็ดำเนินการมากว่า 5 วันแล้ว ตั้งแต่วันเกิดเหตุ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนยังไม่สามารถวินิจฉัยชี้ขาดได้ว่า เป็นการตายด้วยการฆ่าตัวตาย หรือ มีคนทำให้ตาย ต้องอาศัยพยานหลักฐานอย่างอื่นๆ ประกอบให้มากกว่านี้ เช่น เสื้อ ถุงเท้า ของนายธวัชชัย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจดีเอ็นเอของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนกรณีผู้เสียชีวิตตับแตกต้องมีการขยายผลตรวจสอบอย่างละเอียดว่า ตับแตกเกิดขึ้นช่วงไหนอย่างไร เบื้องต้นมีการสอบปากคำไปแล้ว 3 ปาก ส่วนรายอื่นๆ อยู่ระหว่างทยอยให้ปากคำ
ส่วนการสอบพยานในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนผู้ทำหน้าที่ควบคุมตัวนายธวัชชัยตั้งแต่วันแรก คือ นายสมมาตร นาควงศ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ควบคุมห้องขังวันเกิดเหตุ ซึ่งได้ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า นายธวัชชัย ใช้ถุงเท้าผูกคอตัวเองกับบานพับของประตู แต่กลับไปรายงานกับผู้บังคับบัญชาของดีเอสไอว่า ใช้เสื้อยืดผูกคอเสียชีวิต ซึ่งการให้การลักษณะนี้ไม่ถือว่า เป็นพิรุธ เนื่องจากนายสมมาตร อาจจะอยู่ระหว่างการตื่นตระหนก หรือ หวาดกลัว จึงให้การสับสน เบื้องต้นดีเอสไอได้นำตัวนายสมมาตรไปเข้าเครื่องจับเท็จแล้ว แต่ยังไม่ได้ส่งรายงานมาถึงพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง
นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการกลาง เข้ามาตรวจสอบกรณีการเสียชีวิต ของนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่ที่ดินออกเอกสารสิทธิ์มิชอบ ที่ผูกคอเสียชีวิต ขณะอยู่ในการควบคุมตัวของดีเอสไอว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาทาบทามผู้เชี่ยวชาญจาก หน่วยงานภายนอกเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ รอการตอบรับอย่างเป็นทางการก่อน จึงจะมีคำสั่งแต่งตั้ง คาดว่าวันพรุ่งนี้จะมีความชัดเจนขึ้น
ขณะเดียวกันในการตรวจสอบการเสียชีวิตของนายธวัชชัย เจ้าหน้าที่รอผลรายงานการตรวจศพทราบผลอย่างเป็นทางการ และได้ผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมระบุว่า จะทำให้คดีมีความชัดเจนมากขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2559 นายชาญณรงค์ อนุกูล น้องชายของนายธวัชชัย และทีมแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะมาสอบปากคำที่ สน.ทุ่งสองห้องด้วย
นายชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายของ นายธวัชชัย เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.กฤติเดช ชอบค้าขาย รอง สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อให้ปากคำเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายธวัชชัย
ซึ่งได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณี หากผลการชันสูตรครั้งที่2 จากกระทรวงยุติธรรมออกมาเป็นการฆ่าตัวตายจริงจะยอมรับผลหรือไม่ นายชัยณรงค์ กล่าวว่า ยอมรับเพราะเป็นผลทางวิทยาศาสตร์ แต่ก็ต้องนำผลทั้ง 2 ครั้งมาประกอบกัน แล้วให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินเรื่องไป ตนเข้าไปร่วมไม่ได้ เพราะไม่มีความรู้ในทางนิติวิทยาศาสตร์ หลังจากนี้ตนจะเดินทางไปที่ทนายก่อน จากนั้นดีเอสไอจะให้ตนไปดูสถานที่ และภาพวงจรปิด ซึ่งตั้งแต่ครั้งแรกที่ตนไม่ดู เพราะรับแจ้งว่าดูได้เฉพาะทางเดินเท่านั้น จึงเห็นว่ามีเฉพาะทางเดินก็ไม่รู้จะไปดูอะไร ตนเชื่อว่าไม่ต้องร้องขอในการเข้าร่วมตรวจพิสูจน์ครั้งที่ 2 แต่ไม่แน่ใจว่าจะใจแข็งพอหรือไม่ที่จะสังเกตการณ์ผ่าพิสูจน์ ซึ่งตนได้ร้องขอให้นิติเวชรพ.ตำรวจและรพ.จุฬาลงกรณ์ ให้เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย นอกเหนือจากที่ดีเอสไอแจ้งว่าจะมีแพทย์จากรพ.รามาธิบดี และรพ.ศิริราช
จากการสอบปากคำในครั้งนี้ได้มอบใบแจ้งตาย พร้อมลงชื่อกำกับไว้มอบให้กับพนักงานสอบสวน ไม่มีการสอบสวนเรื่องอุปกรณ์ที่ทำให้พี่ชายตนเสียชีวิต หากถามตนก็คงตอบไม่ได้ ทั้งนี้ตนไม่ได้ถามความคืบหน้าในคดีขอให้ทางพนักงานสอบสวนได้ทำงานก่อน เพราะจะต้องสอบปากคำอีกหลายปาก
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าเชื่อในสาเหตุของการเสียชีวิตหรือไม่ นายชัยณรงค์ กล่าวว่า เชื่อเพียง 5% ปกติแล้วนายธวัชชัยเป็นคนร่าเริง ไม่เครียด วันที่ตนไปพบก็ไม่ได้เครียดอะไร หลังจากที่ห่างกันมาเกือบ 30 ปี จนถึงตอนนี้ตนต้องขอรอฟังผลการชันสูตรทั้ง 2 ครั้งก่อนว่าจะมั่นใจได้หรือไม่ หากผลออกมาแล้วก็ต้องดูว่ารับได้เพียงใดและรับไม่ได้อย่างไร
และก็สืบเนื่องจากการเสียชีวิตของนายธวัชชัย ที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรง หลังจาก พลตรีนายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความวิจารณ์ ลงบนเฟชบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงกรณีการเสียชีวิตปริศนาของ นายธวัชชัย อนุกูล ผู้ต้องหาคดีทุจริตออกโฉนดที่ดินหลายแห่งว่า น่าจะเป็นฆาตกรรม และมีเจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รู้เห็นเป็นใจ
3 กันยายน พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวในฐานะที่เคยเป็นเสนาธิการฝ่ายยุทธการและการข่าว ว่า การเสียชีวิตของ นายธวัชชัย อนุกูล ผู้ต้องหาของกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น น่าจะเป็นการฆาตกรรมที่มีเจ้าหน้าที่ภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ รู้เห็นเป็นใจ ร่วมมือกับมือสังหารโดยที่ผู้บริหารกรมสอบสวนคดีพิเศษมิได้รู้เห็น
ทั้งนี้ เพื่อหวังผลกระทบทางตรงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ และผู้บริหารกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ และผู้บริหารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตกอยู่ในสถานะผู้ร้ายทางสังคม
ซึ่งในวันนี้ พันตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการสำนักบริหารคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า ตามที่มีการโพสต์เฟซบุ๊กของ พลตรีนายแพทย์เหรียญทอง ว่า กรณีนี้ดีเอสไอถือว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวจึงไม่มีการแจ้งความเอาผิด
ย้อนกลับไปถึงเงื่อนงำการเสียชีวิตของนายธวัชชัย เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ชุดปฏิบัติการพิเศษดีเอสไอนำหมายจับเข้าจับกุม ธวัชชัย ขณะเดินทางจากบ้านพักย่าน จ.นนทบุรี โดยจับกุม ส่งให้พนักงานสอบสวนสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม เจ้าของสำนวนคดีสอบปากคำ ระหว่างนั้น ระบุว่าจะขอใช้สิทธิประกันตัวในชั้นศาล แต่ไม่ทันข้ามวัน “ธวัชชัย” ผูกคอตาย เหตุเกิดภายในห้องควบคุมตัวของดีเอสไอ
ขณะเดียวกันหากตรวจสอบข้อมูล คดีที่ ธวัชชัย เข้าไปเกี่ยวข้อง ประกอบด้วย
1.ร่วมกับนายบุ่นเก้ง ศรีแสนสุชาติ นำ สค.บินจากพื้นที่อื่นมาออกโฉนดที่ดิน ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต
2.ร่วมกันปลอมเอกสารยื่นขอออกโฉนดและออกหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินอันเป็นเท็จ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต
3.ทุจริตออกเอกสารสิทธิที่ดิน ต.กมลา อ.กะทู้ และทุจริตออกเอกสารสิทธิในป่าสงวนสิรินาถ
ก่อนหน้านี้คณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 4/2559 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม มีมติให้อายัดทรัพย์สิน (ที่ดิน) ของนายพานทอง ณ ระนอง กับพวก ไว้ชั่วคราว รวม 2 รายการ มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท ได้แก่
1.โฉนดที่ดิน ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต เนื้อที่ 45 ไร่ 1 รายการ
2.โฉนดที่ดิน ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต เนื้อที่ 19 ไร่ 1 รายการ
ตามที่ตำรวจกองปราบปรามนำหมายศาลเข้าจับกุมนายพานทอง ณ ระนอง ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา หลังคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทุจริตที่ดิน จ.ภูเก็ต ตรวจสอบแล้วมีหลักฐานชัดเจนว่า นายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดภูเก็ต กับพวก ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยทุจริตออกเอกสารสิทธิ
รวมทั้งการขยายผลของพนักงานสอบสวนกองปราบฯ พบว่า นายธวัชชัยได้ร่วมกับ นายพานทอง ออกโฉนดที่ดินปลอมเลขที่ 42650 และ 42651 ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต โดยมี นายพานทอง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ มีการทุจริตสร้างโฉนดที่ดินและปลอมลายมือชื่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด ผู้ลงนามออกโฉนดที่ดินจำนวน 65 ไร่
