- 08 ส.ค. 2560
ใครเป็นคนฆ่า !?!?! ฟังชัดเลย "พล.ต.ท.ศานิตย์" พูดถึงคดี "ธวัชชัย" หลังศาลสั่งว่าถูกคนทำให้ตาย
จากกรณีที่ศาลนัดฟังคำสั่งการขอไต่สวนชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน จ.พังงา ผู้ต้องหาออกเอกสารสิทธิที่ดินทับซ้อนอุทยานแห่งชาติกว่าพันแปลง ที่เสียชีวิตภายในห้องควบคุมกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2559 ที่ผ่านมา ศาลได้มีคำสั่งว่าผู้ตายเสียชีวิตเพราะมีบุคคลอื่นทำให้ตายนั้น
ความคืบหน้า วันที่ 8 ส.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวว่า การตายแบ่งเป็น 5 ประเภท คือ ฆ่าตัวตาย,ถูกฆ่าตาย,ถูกสัตว์ทำร้ยตาย,ตายโดยอุบัติเหตุ และตายโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อมีการตายผิดธรรมชาติเกิดขึ้น ต้องทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ หากเป็นการตายปกติพนักงานสอบสวนร่วมกับแพทย์นิติเวช ทำการชันสูตรพลิกศพ แต่ถ้าเป็นการตายโดยการกระทำของเจ้าพนักงาน หรือตายโดยระหว่างควบคุม จะทำสำนวนชันสูตรพลิกศพธรรมดาไม่ได้ ซึ่งต้องส่งสำนวนให้อัยการเพื่อให้ศาลไต่สวน ถ้าถูกทำร้ายตายสามารถระบุผู้ที่ทำให้ตายได้หรือไม่
เรื่องนี้เมื่อศาลท่านสั่งว่าถูกคนทำให้ตาย ก็ต้องพิสูจน์ทราบว่าเป็นใคร หลังศาลตัดสินจะส่งสำนวนกลับมาที่อัยการ เพื่อส่งให้กับพนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอน โดยหากเป็นบุคคลธรรมดาก็แจ้งความปกติ หากเป็นเจ้าหน้าที่ระดับซี 8 ขึ้นไป ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ระดับต่ำกว่าซี 8 ลงมา ส่งให้ ป.ป.ท. ระยะเวลาภายใน 30 วัน
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา ศาลอาญาได้นัดฟังคำสั่งการขอไต่สวน ชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน จ.พังงา ผู้ต้องหาออกเอกสารสิทธิที่ดินทับซ้อนอุทยานแห่งชาติกว่าพันแปลง ที่เสียชีวิตภายในห้องควบคุมกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2559
ซึ่งผลการวินิจฉัยจากการไต่สวนการตายแบบผิดธรรมชาติ พบว่าการชันสูตร ร่างกายของนายธวัชชัย พบบาดแผลช้ำที่ท้อง 3 แห่ง และเกิดขึ้นก่อนการเสียชีวิต ลักษณะบาดแผลเกิดจากของแข็งไม่มีคมกระแทก จนทำให้ตับแตก เลือดออกใน ช่องท้อง ร่วมกับการขาดอากาศหายใจจากการผูกคอทำให้ตาย โดยเฉพาะบาดแผล บริเวณกลางท้อง จนทำให้เกิดรอยช้ำที่ขั้วลำไส้ และพบว่ากล่องกระดูกเสียงหักทั้ง 2 ข้าง ซึ่งเกิดจากการกดรัดบริเวณคอด้านหน้าตำแหน่งลูกกระเดือก
การชันสูตรบาดแผลที่ลำคอ พบบาดแผลกดรัดบริเวณคอด้านหน้ากว้าง 0.5 เซนติเมตร เฉียงขึ้นไปทางด้านหลัง น่าจะเกิดจาก มีวัตถุรัดคอ ในระยะเวลา เพียงเล็กน้อย และการรัดคอในลักษณะนี้ ถุงเท้า ซึ่งเป็นวัตถุของกลาง ทำให้เกิด บาดแผลเช่นนี้ไม่ได้และที่สำคัญการผูกคอส่วนใหญ่ไม่สามารถเกิดรอยบริเวณกลางลูกกระเดือกได้ แต่การที่นายธวัชชัย มีกระดูกซี่โครงด้านขวาและด้านซ้ายหักนั้น จากการตรวจศพทำให้ทราบว่าเกิดก่อน เสียชีวิต
ศาลจึงลงความเห็นจากการไต่สวนการตายว่านายธวัชชัยไม่ได้ผูกคอตัวเองเสียชีวิต แต่มีบุคคลอื่นทำให้ตาย ทำให้การสอบสวนต้องไปขยายผลในประเด็นนี้ว่าใคร เกี่ยวข้องกับการตายของนายธวัชชัย
และในสัปดาห์นี้เองทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมเรียกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมตัว และปฐมพยาบาลเบื้องต้น มาสอบปากคำใหม่อีกครั้ง
ทั้งนี้หากย้อน เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2559 ชุดสืบสวนดีเอสไอ ได้จับกุม นายธวัชชัย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1165/2559 ลงวันที่ 14 มิ.ย.2559 ได้ที่บริเวณด้านหน้าร้านตัดผม อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดย นายธวัชชัย ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 คดีทุจริตออกโฉนดที่ดินบริเวณหาดลายัน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
ต่อมาวันที่30 ส.ค.2559 ภายหลังจากเข้าจับกุม เวลาประมาณ 01.00 น. นายธวัชชัย ที่ถูกควบคุมตัวในห้องขังของดีเอสไอ ได้เสียชีวิตลง อย่างปริศนา
จากนั้นเมื่อวันที่ 31 ส.ค. เอสไอก็ได้ตั้งโจ๊ะแถลงสถานการณ์ ด้านพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมายอมรับ ว่า การเสียชีวิต เกิดจากนายธวัชชัย ได้ ใช้เสื้อของตนเองผูกคอ เมื่อเจ้าหน้าที่มาพบเห็น จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนที่ผู้ต้องหาจะเสียชีวิตในช่วงเวลาประมาณ ตี 4-5 สำหรับสาเหตุคาดว่าน่าจะมาจากความเครียด แต่ต่อมา ทางดีเอสไอ กลับแถลงว่าเป็นถุงเท้าผูกคอ
ขณะที่นายชยพล หวานชะเอม หัวหน้าผู้ควบคุมผู้ต้องขัง ดีเอสไอ (ขณะนั้น)
ระบุว่า ห้องเกิดเหตุเลขที่ 6008 เป็นห้องที่อยู่ติดกับห้องของตัวเองและก่อนเกิดเหตุ นายธวัชชัย ก็ได้พูดคุยตามปกติ ก่อนที่ในเวลาประมาณ 02.00 น. จะพบ นายธวัชชัย นั่งหันหลังให้ประตูนานผิดปกติ จึงเข้าไปตรวจสอบพบว่า นายธวัชชัย ใช้ถุงเท้าที่สวมติดตัวมาผูกคอกับบานพับของประตูจนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล
ทั้งนี้ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่เดินตรวจตราความเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง และดำเนินการตามขั้นตอนเคร่งครัด และจากนี้จะเตรียมเสนอผู้บังคับบัญชาปรับปรุงรูปแบบของประตูห้องขังและอื่นๆ เพื่อป้องกันเหตุลักษณะเดียวกันที่อาจจะเกิดขึ้น
ทั้งนี้จากถถ้อนแถลงของ ดีเอสไอ ก็ทำให้เกิดคำถามข้อสงสัยมากมาย สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของ “ดีเอสไอ” โดยขณะนั้น ว่านายธวัชชัยเสียชีวิตได้อย่างไร ทั้งๆที่ถูกควบคุมตัวอยู่แท้ๆ และต่างพากันตั้งข้อ สังเกตพิรุธการตายในครั้งนี้ โดยญาติผู้ตายระบุว่าบาดแผลที่คอเป็นรอยรัดขนาดเล็ก คาดเดาว่าเป็นรอย เชือก หรือ ลวด มากกว่าจะเป็นถุงเท้า และหากเป็น “ถุงเท้า” ก็ยังมีข้อสงสัยกันว่า ถุงเท้าของผู้ต้องหาที่มีความยาวแค่ครึ่งหน้าแข้ง จะใช้ผูกคอตายได้อย่างไร
อีกทั้ง “กล้องวงจรปิด” ไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ เพราะเซิร์ฟเวอร์กล้องบริเวณชั้น 6 เสียมาตั้งแต่เดือนเมษายน โดยชั้น 6 ของตึกดีเอสไอเป็นห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา และเป็นสถานที่ที่นายธวัชชัยพำนักอยู่ก่อนตาย
ซึ่งสำหรับประเด็นกล้องวงจรปิด ทำให้ดีเอสไอถูกครหาจากสังคม เป็นอย่างมาก ทำให้ต่อมาเมื่อวันที่10 กันยายน 59 พ.ต.อ.ไพสิฐ ได้แถลงชี้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นข้อสงสัยในเรื่อง กล้องวงจรปิดอีกครั้ง โดยระบุว่า..
สำหรับพื้นที่ที่ใช้ควบคุมผู้ต้องหาอยู่บริเวณชั้น 6 ของตัวอาคาร มีการติดตั้ง กล้องวงจรปิดพื้นที่ส่วนกลางบริเวณโถงทางเดิน ส่วนในเขตพื้นที่ควบคุมผู้ต้องหา นั้นมีการติดกล้องวงจรปิดบริเวณทางเดินส่วนกลาง แต่ในห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา ซึ่งมีลักษณะเป็นห้องเฉพาะบุคคล ไม่มีการติดกล้องวงจรปิดไว้ภายในห้อง ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล เมื่อประมาณเดือนเมษายน 2559 ศูนย์สื่อสารฯ ตรวจพบความผิดปกติของระบบบันทึกภาพเพื่อดูภาพย้อนหลัง จึงทำบันทึกรายงานเหตุและขอซ่อมแซมระบบเซิร์ฟเวอร์ เมื่อวันที่ 22 เม.ย.59
อย่างไรก็ตามวันนี้ก็ชัดเจนแล้วว่า นายธวัชชัย ได้จบชีวิตลง จากสาเหตุ “มีบุคคลอื่นทำให้ตาย” ทั้งๆที่เป็นห้องขังของดีเอสไอแท้ๆ ฉะนั้นจะบุคคลอื่นที่สามารถเข้าไปในห้องคุมขังได้อีกหรือ นอกเสียจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ซึ่งถ้าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเป็นพูดลงมือจริง จะทำไปเพราะเหตุผลใด จะมีเหตุจูงใจอะไร ที่ต้องถึงขึ้นลงมือฆ่าแกงกันเลย ซึ่งก็ต้องติดตามดูกันต่อไป ว่า ดีเอสไอ ที่ตกเป็นจำเลยของสังคม จะมีวิธีการใดที่จะทำให้เรื่องนี้กระจ่าง ชัดเจนขึ้น
