จะจัดการอย่างไรดี!! พบปลาหายากวางขายตามตลาด นักอนุรักษ์-ผู้เชี่ยวชาญ ระบุฉลามพันธุ์หายาก

จะจัดการอย่างไรดี!! พบปลาหายากวางขายตามตลาด นักอนุรักษ์-ผู้เชี่ยวชาญ ระบุฉลามพันธุ์หายาก

ในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558 มีการพบปลาโรนินตัวหนึ่งเป็นเพศเมีย บริเวณปากแม่น้ำประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งถือว่าการพบปลาโรนินในครั้งนั้นนับว่าเป็นที่ฮือฮา เนื่องจากในทะเลด้านอ่าวไทยแถบจังหวัดระยอง ไม่ได้พบปลาโรนินเป็นเวลานานกว่า 30 ปีแล้ว ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมาผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อว่า Unjunior Phuket  ได้โพสต์ข้อความระบุว่าฉลามโรนิน หรือกระเบนท้องน้ำ ตัวนี้นอนอยู่ที่แผงขายปลาในตลาดด้วยค่าตัว 8,000 บาท แต่ถ้ามันได้แหวกว่ายในท้องทะเล จะดึงดูดนักท่องเที่ยวที่อยากเข้ามาดำน้ำดูมันได้เป็นมูลค่ากี่ล้านบาท?#จะกี่บาทมันก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี#RIP  ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ นายวัฒน์ชรา ตุดเอียด ได้โพสต์ข้อความเมาอวันที่ 1 ส.ค ที่ผ่านมาโดยระบุว่า เกิดจากท้องพ่อท้องแม่มาก็ไม่เคยเจอฉลามโรนันตัวจริงๆๆใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย..พระเจ้า ซึ่งเป็นภาพของฉลามโรนินถูกวางขายอยู่ในแผงปลาตลาดสด

ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง แม้แต่ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยังระบุว่ารู้สึกเสียใจกับข่าว ในชีวิตก็เคยเห็นปลาชนิดตัวเป็นๆใต้น้ำก็แค่ครั้งเดียว พร้อมระบุว่าเป็นสัตว์คุ้มครองแล้วตั้งแต่ปี 2559 รอประกาศกฤษฎีกา ปัจจุบัน ปริมาณโรนินน้อยลงจนแทบไม่มีข้อมูล และได้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า #การรอคอยอันยาวนาน ปรกติอาจารย์ธรณ์เป็นคนที่มีความอดทนสูง อีกทั้งเป็นข้าราชการมาตลอด พอเข้าใจว่าระบบบางทีมันก็ใช้เวลา แต่เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น บางหนมันก็ยากทำใจ ดังเช่นภาพปลาโรนินที่ถูกจับมาขายที่ภูเก็ตโรนินเป็นปลาหายากมาก ทั้งชีวิตผมเคยเห็นใต้น้ำเพียงหนเดียว ถามนักดำน้ำด้วยกัน เท่าที่รู้มีคนเคยเห็นเพียง 3-4 ราย และเป็นสมัยก่อนทั้งนั้น เพราะปัจจุบัน ปริมาณโรนินน้อยลงจนแทบไม่มีข้อมูล ในยุคที่ผลักดันวาฬบรูด้าและผองเพื่อนเป็นสัตว์สงวน เราใส่ชื่อปลาโรนินในฐานะสัตว์คุ้มครอง และผ่านทุกกระบวนการในเวลาไม่ถึงปี ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะกรมทรัพยากรทางทะเลฯ กรมประมง และกรมอุทยาน รวมถึงท่านปลัดเกษมสันต์ ท่านรมต.ทั้งท่านดาวพงษ์และท่านสุรศักดิ์ก็ช่วยผลักดันจนผ่านที่ประชุมครม.สำเร็จและแน่นอนว่ายังมีคนรักทะเลจำนวนมากกว่า 50,000 ราย ที่ลงนามเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดันครั้งนี้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ ฉลามวาฬ และเต่ามะเฟือง เป็นสัตว์สงวน และยังมีมติให้สัตว์ทะเลอีก 12 ชนิดเป็นสัตว์คุ้มครอง โดยมีโรนินเป็นหนึ่งในจำนวนนั้นมติครม. มีในวันที่ 21 มิถุนายน 2559 หรือกว่า 1 ปีมาแล้ว โดยส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการต่อไปผมในฐานะคนที่มีส่วนในการผลักดัน ก็ตามเรื่องมาตลอด เมื่อได้เป็นกรรมการทะเลแห่งชาติ ก็เคยเรียนถามในที่ประชุมซึ่งมีท่านรองนายกประวิตรเป็นประธาน ซึ่งทุกคนก็ให้ความสนใจ จนบรรจุเป็นวาระสืบเนื่องในที่ประชุมในทุกครั้งที่ผ่านมาเมื่อผมมาเป็นประธานในคณะทำงานสัตว์ทะเลหายาก ผมก็พยายามติดตามเรื่องนี้ รวมถึงหลายครั้งที่พยายามถามความคืบหน้าอย่างไม่เป็นทางการกับหลายต่อหลายท่าน รวมทั้งท่านที่ทำงานในกฤษฎีกา เพราะผมก็เคยเป็นวิทยากรอบรมให้ความคืบหน้ามีอยู่บ้าง แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังไม่เกิด สัตว์ทั้งหมดยังไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายเสียที ทั้งที่เวลาผ่านไปหลังจากครม.อนุมัติได้กว่า 1 ปีแล้วผมมั่นใจว่าภายในปีนี้ ทุกอย่างคงเสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นล่ะ ? เพราะปีที่แล้ว ผมก็มั่นใจเช่นนี้ผมไม่เคยคิดว่าจะต้องเขียนลงเฟซ ไม่อยากให้เรื่องของทะเลต้องเร่งด่วนกว่าเรื่องอื่นๆ เพราะทุกเรื่องล้วนมีความสำคัญ และกฤษฎีกามีงานมากมายมหาศาล เนื่องจากกฎหมายที่ออกมาเต็มไปหมดผมจึงใคร่ขอร้องว่า รบกวนสักนิดได้ไหมครับ ขอความกรุณาช่วยผลักดันร่างพรบ.ฉบับนี้ให้เสร็จสิ้นกระบวนการเสียทีเพราะระหว่างที่กฎหมายยังไม่ออก ชีวิตของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้กำลังตาย โดยไม่มีใครทำอะไรไดผมไม่ได้อยู่ในวงการธุรกิจดำน้ำ แม้ผมจะเห็นด้วยว่าโรนินมีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อการท่องเที่ยวมหาศาล แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับความภาคภูมิใจของคนรุ่นเราความภูมิใจที่สามารถรักษาสัตว์หายากของโลก ปลาดึกดำบรรพ์กึ่งฉลามกึ่งกระเบน ให้คงอยู่ในทะเลไทยต่อไปลูกเราหลานเรากำลังจะรู้จักปลาโรนินแต่เพียงชื่อ เหมือนที่คนรุ่นหนุ่มสาวสมัยนี้รู้จักปลาฉนากแต่เพียงชื่อ (ปลาฉนากอยู่ในกม.ฉบับนี้ด้วย แต่ใช้คำว่าสูญพันธุ์ไปแล้วจากน่านน้ำไทยก็พอได้)เรายังอาจมีหวังน้อยๆ กับปลาโรนิน หากกฎหมายออกมาทันเวลา และการมีหวังน้อยๆ ย่อมดีกว่าไม่มีอะไรเลจึงใคร่ขอคนรักทะเลทั้งหลาย ช่วยกันแชร์ช่วยกันบอกกล่าวเรื่องนี้ไปเพราะพวกเราไม่อยากเห็นกฎหมายออกมาเมื่อสายเกินไป ดังที่เกิดมาแล้วหลายครั้งคราวน้ำตาและความเสียใจเมื่อสายเกินไป มันตอบคำถามลูกหลานไม่ได้หรอกครับ
ขอบคุณครับ
ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

 

ปลาโรนิน (อังกฤษ: Bowmouth guitarfish, Mud skate, Shark ray) ปลากระดูกอ่อนชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rhina ancylostoma อยู่ในวงศ์ Rhinidae จัดเป็นเพียงชนิดเดียวที่อยู่ในวงศ์นี้ และสกุล Rhina  มีรูปร่างแตกต่างไปคล้ายกับปลาโรนัน (Rhinobatidae) แต่มีลักษณะที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด สันนิษฐานว่ามีไว้เพื่อป้องกันตัว โดยมีส่วนหัวขนาดใหญ่ รูปทรงแบนกลมและโค้งมน ปากกลม ครีบอกแผ่กว้าง ครีบหลังตั้งสูง เป็น 2 ตอน บริเวณเหนือตามีสันเป็นหนาม ตรงกลางหลังด้านหน้าของครีบหลังมีหนามเรียงตัวกันเป็นแถวชัดเจน พื้นผิวลำตัวด้านบนมีสีเทาอมน้ำตาล มีแต้มเป็นจุดสีขาวจาง ๆ กระจายอยู่ทั่วตัว ด้านท้องมีสีขาว ยิ่งโดยเฉพาะปลาวัยอ่อนจะมีลวดลายที่มากกว่าปลาตัวโต
ขนาดโตเต็มที่มีความยาวได้ถึง 3 เมตร หนักได้ถึง 135 กิโลกรัม พบอาศัยอยู่ตามบริเวณพื้นทะเลที่เป็นดินทรายปนโคลน จัดเป็นปลาที่พบเห็นได้ยากมากในปัจจุบัน พบได้ในทะเลแดง, แอฟริกาตะวันออก, ญี่ปุ่นตอนใต้, ปาปัวนิวกินี, ในน่านน้ำไทยพบที่ฝั่งอันดามัน โดยมีชื่อที่ชาวประมงเรียกว่า "ปลากระเบนพื้นน้ำ" และมีความเชื่อว่าหนามบนหลังนั้นใช้เป็นเครื่องรางของขลังในทางไสยศาสตร์ได้ โดยนิยมนำมาทำเป็นหัวแหวน หรือนำมาห้อยคอ ซ้ำยังมีราคาซื้อขายที่ไม่แพง
เป็นปลาที่นิยมเลี้ยงในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำต่าง ๆ ทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยมีอยู่ที่อันเดอร์วอเตอร์เวิลด์ พัทยา จังหวัดชลบุรี และ SEA LIFE Bangkok Ocean World ที่ห้าง Siam Paragon โดยมีราคาซื้อขายที่แพงมากนับล้านบาท ซึ่งปลาในที่เลี้ยงมีพฤติกรรมที่เชื่องต่อผู้เลี้ยงและกินเก่งมาก
ในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558 มีการพบปลาโรนินตัวหนึ่งเป็นเพศเมีย ที่บริเวณปากแม่น้ำประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง น้ำหนักประมาณ 40 กิโลกรัม ความยาวตลอดตั้งแต่หัวจรดหางประมาณ 2 เมตร อายุประมาณ 10 ปี โดยปลามีบาดแผลถลอกตลอดทั้งตัว เนื่องจากติดอวนประมง ทางศูนย์ประมงศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออกได้นำมาพักฟื้น โดยปลายังมีสุขภาพแข็งแรงและว่ายน้ำเล่นอย่างร่าเริง การพบปลาโรนินในครั้งนี้นับว่าเป็นที่ฮือฮา เนื่องจากในทะเลด้านอ่าวไทยแถบจังหวัดระยอง ไม่ได้พบปลาโรนินเป็นเวลานานกว่า 30 ปีแล้ว