“ประธานป.ป.ช.” ชี้ “พัชรวาท” อาจเป็นจุดอ่อนชีวิต “วัชรพล” พ้อ หลังโดนโจมตีคดีสลายพันธมิตรฯ

“ประธานป.ป.ช.” ชี้ “พัชรวาท”อาจเป็นจุดอ่อนชีวิต “วัชรพล” พ้อ หลังโดนโจมตีคดีสลายพันธมิตรฯ

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการคัดลอกคำพิพากษาคดีดังกล่าวจากศาลฎีกาฯ โดยกำลังติดตามอยู่ ปกติการคัดลอกคำพิพากษากลางใช้เวลา 1 – 2 สัปดาห์ แต่มั่นใจว่า ป.ป.ช.จะพิจารณาอุทธรณ์ได้ทันภายในกรอบเวลา 30 วัน โดยผลการพิจารณาจะต้องตอบสังคมได้ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรู้ว่า เดดไลน์มันเมื่อไร ถ้าปล่อยให้เลยจะไม่มีคำแก้ตัวทันที ตนยืนยันว่าทัน ในเมื่อกฎหมายเขียนไว้อย่างนั้นเราต้องทำให้ทัน ถ้าทำไม่ทันเหมือนกับแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ชก

 

 

      ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตจากกลุ่มพันธมิตรฯ ถึงท่าทีของป.ป.ช. ไม่ค่อยอยากดำเนินการอุทธรณ์ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่คาดคะเนกันไป แต่เราต้องทำตามหน้าที่ หลักเกณฑ์ที่จะพิจารณาว่า จะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ต้องไปดูประเด็นที่ป.ป.ช.ชุดก่อนมีมติชี้มูลความผิดก่อนส่งฟ้องอย่างไร และอีกหลายเรื่องในคำพิพากษา ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง โดยคำพิพากษากลางและคำพิพากษาของตุลาการแต่ละคนจึงมีความสำคัญ นอกจากนี้ ยังต้องนำหลักฐานที่กลุ่มพันธมิตรฯ ยื่นเข้ามาพิจารณาด้วย

 เมื่อถามว่า กดดันหรือไม่ ที่ถูกจับตามองถึงสายพันธ์ที่ใกล้ชิดกับตระกูลวงษ์สุวรรณ พล.ต.อ.วัชรพล ตอบว่า ไม่กดดัน เพราะเป็นหน้าที่ ทุกอย่างต้องทำตามข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน ถึงแม้ตนจะไม่ได้อยู่กระบวนการของคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดที่ชี้มูลความผิด แต่เมื่อเป็นเรื่องของป.ป.ช. ทุกอย่างต้องเป็นไปตามระบบ 

 

 

 เมื่อถามอีกว่า สังคมวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ตัวประธานป.ป.ช.ดูเหมือนจะเกรงใจจำเลยบางคนในคดีนี้เป็นพิเศษ พล.ต.อ.วัชรพล ตอบว่า “มันคงปฏิเสธไม่ได้ เป็นธรรมดา มันเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่การงาน มันอาจจะเป็นจุดอ่อนของชีวิต มันเลือกไม่ได้ แต่การกระทำของเราจะเป็นอย่างไรนั้นต่างหาก”

       เมื่อถามว่า ประธานป.ป.ช. จะเข้าร่วมพิจารณาว่า จะอุทธรณ์หรือไม่ เพราะถูกครหาว่า มีส่วนได้ส่วนเสีย พล.ต.อ.วัชรพล ตอบว่า ต้องพิจารณาทั้งหมดว่า จะเป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์ องค์กรจะเป็นอย่างไร คิดอยู่ทุกวัน ต้องเอาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ตัวเองไม่เป็นไรเพราะพร้อม เนื่องจากเป็นภาระหน้าที่และความรับผิดชอบ   แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจใดๆ.