“ต่อท่ออำนาจ”...ดันประยุทธ์นายกฯสมัย 2 เอ็กซเรย์คณะกรรมการปฏิรูปแบ่งเค้กทุกกลุ่มแจกทุกก๊วนวางฐานอยู่ยาวการเมือง คนเด่น คนดัง นักธุรกิจ มาครบ

“ต่อท่ออำนาจ”...ดันประยุทธ์นายกฯสมัย 2 เอ็กซเรย์คณะกรรมการปฏิรูปแบ่งเค้กทุกกลุ่มแจกทุกก๊วนวางฐานอยู่ยาวการเมือง คนเด่น คนดัง นักธุรกิจ มาครบ

ทำคลอดออกมาเป็นที่เรียบร้อยสำหรับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน 125 คนจาก165 คน  ตามแนวคิดที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.วางโปรเจคต์ไว้เพื่อการปฏิรูปประเทศ   งานนี้ถือเป็นบันไดอีกขั้นที่มีการจัดวางคนพวกพ้องเครือข่ายเอาไว้นภายภาคหน้า ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาและคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ด้านตำรวจไปแล้ว 2 คณะ        

 

  โดยบุคคลากรทั้ง 13 คณะที่ว่านี้ อนาคตจะกลายเป็นมือไม้ที่สำคัญของพล.อ.ประยุทธ์แน่นอนในการอยู่ยาวทางการเมือง อย่าลืมว่าคณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 13 คณะนี้  ไม่ได้จบภารกิจแค่การสรุปและเสนอแนวทางปฏิรูปประเทศทั้ง 13 ด้านให้กับสังคมและประชาชนทราบซึ่งตรงนั้นจะใช้เวลาสั้นแค่ 8 เดือนและคาดว่าจะจัดทำแนวทางปฏิรูปประเทศทั้งหมดแล้วเสร็จและประกาศต่อสาธารณชนได้ภายในเดือนเมษายน 2561 แต่ตัวคณะกรรมการทั้ง 13 คณะจะมีวาระการทำงานยาวถึง 5 ปีเต็ม  ตรงนี้แม้ “โฆษกรัฐบาล” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด จะมีการอ้างภารกิจหลังการเสนอแนวทางปฏิรูปประเทศ 13 ด้านแล้วเสร็จ  ว่าคณะกรรมการทั้ง 13 คณะจะมีหน้าที่ต่อจากนั้นในการติดตามว่า กระทรวง ทบวง กรม กอง ต่างๆ รวมไปถึงศาล องค์กรอิสระ หน่วยงานอื่นของรัฐบาล ๆ  ได้ดำเนินการปฏิรูปประเทศตามแนวทางที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง 13 ด้านเสนอไปหรือไม่

หากทำแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าไม่ทำหรือทำไม่มีประสิทธิภาพ ทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศก็สามารถส่งเรื่อง เขียนให้เข้าใจแบบง่ายๆ คือ “ฟ้อง” ตรงไปยังนายกฯหรือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่กำลังจะตั้งขึ้นและมีอำนาจล้นฟ้า ให้เอาผิดหน่วยงานหรือองค์กรนั้นๆได้ 

 

นั้นคือเหตุผลฉากหน้าที่ใช้อธิบายสาธารณะชนถึงความ “จำเป็น” ในการคงอยู่ของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ  แต่ลึกๆจริงๆ คนในแวดวงการเมืองรู้ดีว่ารอบนี้ พล.อ.ประยุทธ์เล่นเป็น เพราะตบรางวัลแจกเค้กมอบเก้าอี้ให้ทุกกลุ่มในสังคม จะเรียกว่าสร้างสะพานต่อท่ออำนาจเตรียมอยู่ยาวการเมืองก็ว่าได้ เพราะอายุการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปนั้นอยู่ยาวถึง 5 ปี แถมเลือกคนเก่งฝีมือดีเป็นผู้เชี่ยวชาญจากทั้ง 13 ด้านมาหมด งานนี้จึงคงไม่ได้มองแค่เรื่องปฏิรูปอย่างเดียว

 แต่น่าจะเป็นการสร้างคอนเนคชั่นต่อสายไปทุกวงการเพื่อสร้างฐานทางการเมือง ที่งานนี้หลายฝ่ายวิเคราะห์ทางเดียวกันว่าพล.อ.ประยุทธ์เล่นการเมืองต่อแน่ๆ เที่ยวนี้ก็เลยต้องสร้างฐานสร้างตอหม้อสะพานไว้ก่อนเพื่อความอุ่นใจ เห็นได้จากการแบ่งเค้กแชร์เก้าอี้คณะกรรมการปฏิรูปให้เครือข่ายอำนาจทุกกลุ่มในประเทศ  ส่วนใหญ่ก็เป็นคนรักกัน คนที่เคยช่วยงาน คนที่เป็นเครือข่าย แม้กระทั่งคนอกหักก็แจกจ่ายให้หมด       ทั้งอดีตรัฐมนตรี อดีตข้าราชการ อดีตองค์กรอิสระ นักธุรกิจ นักการเมือง ฯลฯ ก็ถูกดึงตัวมาช่วยงานเพียบ  อาทิ กลุ่มอดีตรัฐมนตรีรัฐบาลขิงแก่ สมัยพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประกอบด้วย       นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีต รมว.พลังงาน  นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ อดีตรมต.ประจำสำนักนายกฯ     คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ อดีตรมต.ประจำสำนักนายกฯ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป อดีตรมช.พัฒนาสังคมฯ  อดีตรัฐมนตรีเรือแป๊ะของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์เอง อาทิ นายพรชัย รุจิประภา อดีตรมว.ไอซีที นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา อดีตรมว.เกษตรและสหกรณ์  ก๊วนนายแบงค์กลุ่มนักธุรกิจ เช่น นายบัณฑูร ล่ำซำ บิ๊กบอสธนาคารกสิกรไทย นายชาติศิริ โสภณพนิช ซีอีโอแบงค์กรุงเทพ นายอิสระ ว่องกุศลกิจ อดีตประธานหอการค้าไทยปัจจุบันเป็นเจ้าของโรงงานน้ำตาลมิตรผล  นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ซีอีโอปตท.  นายกานต์ ตระกูลฮุน อดีตซีอีโอปูนซีเมนต์ไทยปัจจุบันประธานบอร์ดเอไอเอส

 

 

อดีตบิ๊กทหารและนายตำรวจคนดัง  พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช อดีตจเรทหารทั่วไป  พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ อดีตปลัดกลาโหม พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสำนักงานพล.อ.เปรม  พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่ากทม.  หน้าห้องและคนใกล้ชิด  “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ก็มีไม่น้อย อาทิ  พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ เพื่อนตท.6  พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย อดีตผบช.ส. “บิ๊กเอ็ก”

พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก ลูกชายพล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาฯสมช. ขณะที่คนเก่งคนดังคนต้นทุนสูงที่ได้รับการยกย่องเชิดชูจากคนในสังคมก็โดนเทียบเชิญมาเพียบ ประกอบด้วย นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตหัวหน้าพรรคมหาชน  นายชัยวัฒน์  วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ อดีตประธานกรธ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ นิติเวชชื่อดัง นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าฯแบงค์ชาติ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ  อดีตประธานป.ป.ช.  นายกล้าณรงค์  จันทิก  อดีตกรรมการป.ป.ช. นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป.ป.ช.  แม้กระทั่งคนละฝากคนละก๊วนอย่างนายสุขุมพงศ์ โง่นคำ อดีตรมต.ประจำสำนักนายกฯ สมัยรัฐบาลพลังประชาชนก็ถูกดึงตัวมาช่วยงาน 

จากนี้ต้องจับตาดูงานฉากหน้าคณะกรรมการทั้ง 13 คณะจะเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศออกมาอย่างไร ขณะที่งานเบื้องหลังองคาพยพทั้งหมดจะช่วยกันทั้งในทางตรงและทางอ้อมในการนำพาพล.อ.ประยุทธ์ขึ้นฝั่งฝันเป็นนายกฯสมัย 2 ได้สำเร็จหรือไม่   
///////////////////////