ลำปางหนาวแน่!ทุบทิ้งอาคารสัญลักษณ์เมืองเก่า100ปี ทำอะไรไม่ได้ไร้งบประมาณ

ลำปางหนาวแน่!ทุบทิ้งอาคารสัญลักษณ์เมืองเก่า100ปี ทำอะไรไม่ได้ไร้งบประมาณ

กรณีการบูรณะพระปรางค์วัดอรุณ ซึ่งเกิดวิวาทะในโลกโซเชี่ยลประเด็นการอนุรักษ์อย่างรู้คุณค่าประวัติศาสตร์ ซึ่งดูเหมือนสังคมไทยยังไม่ค่อยให้น้ำหนักกับการรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากนัก  ล่าสุด เฟสบุ๊คของผู้ใช้นาม Manaspee Dacha ได้โพสต์ภาพการทุบทิ้งอาคารเก่าที่มีความงดงามทั้งเรื่องสถาปัตย์และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ที่จังหวัดลำปาง และมีแนวโน้มว่า การรุกคืบของความทันสมัยก็ค่อยคืบคลานกลืนความเป็นเมืองเก่าของจังหวัดลำปางอย่างต่อเนื่อง

 

 

      “ภาพสะท้อนอาคารย่านอนุรักษ์เมืองเก่าลำปาง....มีเกิด..กำเนิดเกิดมานับร่วม 100 ปี...มีดับ..ทำลายช่วงเพียงไม่กี่วัน....แล้วสร้างขึ้นใหม่นับประวัติศาสตร์กันใหม่...จะว่าเจ้าของเดิมผิดก็ไม่ใช่เพราะองค์กรของรัฐไม่มีงบประมาณช่วยดูแล...นายทุนซื้อที่ดินเพื่อลงทุนทำธุรกิจเพื่อแสวงหากำไร...เมื่อทำลายประวัติศาสตร์ลงไปแล้วก็ควรมีจิตสำนึกสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาในแนวทางให้สอดคล้องกับย่านเมืองเก่าด้วย...นับวันเรือนเก่าที่มีประวัติเล่าขานจะหายไปทีละหลังๆ...ถ้ากฎหมายท้องถิ่นไม่มีขึ้นหรือมีใช้...เรือนเก่าอาคารเก่าก็ต้องสูญหายต่อไป...ลำปางมีอาคารทางด้านสถาปัตยกรรมที่สวยงามจำนวนมากที่มีประวัติศาสตร์เล่าขานถึงความเป็นมา....อยากให้คงอยู่ถึงลูกหลาน...ไม่อยากให้ดับสูญสิ้นไป...เพียงชั่วพริบตา”Manaspee Dacha ยังโพสต์อีกว่า  สิ่งปลูกสร้างยุคเก่าอย่างบ้านวงค์พรหมมินทร์ ก็กำลังจะถูกความเป็นสมัยใหม่กลืนกิน

 

ลำปางหนาวแน่!ทุบทิ้งอาคารสัญลักษณ์เมืองเก่า100ปี ทำอะไรไม่ได้ไร้งบประมาณ

ลำปางหนาวแน่!ทุบทิ้งอาคารสัญลักษณ์เมืองเก่า100ปี ทำอะไรไม่ได้ไร้งบประมาณ

ลำปางหนาวแน่!ทุบทิ้งอาคารสัญลักษณ์เมืองเก่า100ปี ทำอะไรไม่ได้ไร้งบประมาณ

ลำปางหนาวแน่!ทุบทิ้งอาคารสัญลักษณ์เมืองเก่า100ปี ทำอะไรไม่ได้ไร้งบประมาณ

ลำปางหนาวแน่!ทุบทิ้งอาคารสัญลักษณ์เมืองเก่า100ปี ทำอะไรไม่ได้ไร้งบประมาณ

ลำปางหนาวแน่!ทุบทิ้งอาคารสัญลักษณ์เมืองเก่า100ปี ทำอะไรไม่ได้ไร้งบประมาณ

ลำปางหนาวแน่!ทุบทิ้งอาคารสัญลักษณ์เมืองเก่า100ปี ทำอะไรไม่ได้ไร้งบประมาณ

 

“บ้านวงค์พรหมมินทร์...นี่ก็เป็นเรือนเก่าอีกหลังหนึ่งสร้างในสมัย ราว พ.ศ.2451 สวยงามด้วยการออกแบบเชิงสถาปัตย์แบบพม่าผสมลำปาง ที่อยู่ติดร้านบุญสนองที่ถูกทำลายเชิงประวัติศาสตร์ทิ้งไปแล้ว...และอีกไม่นานอาจมีโอกาสสูญหายเหมือนกัน...เป็นบ้านของนายสิงโต วงศ์พรหมมินทร์ ผู้ทำการสัมปทานค้าไม้ของบริษัทบริททิส บอร์เนียว จำกัด เป็นชาวพม่าสร้างให้ฝรั่งเช่าเพื่อก่อสร้างสะพานรัษฏาภิเสก... ใครก็ได้ช่วยที...ขอสมาคมสถาปนิกสยามและสมาคมสถาปนิกล้านนาช่วยออกแรงช่วยซักทีครับ”

 

 

 

 

Cr.FB: Manaspee Dacha