จับตาประยุทธ์สลับอำนาจ  นั่งประธาน“ซุปเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ชาติ” เตรียมอยู่โยงยาว 5 ปี  ต่อสะพานลุ้นเก้าอี้นายกฯสมัย 2

จับตาประยุทธ์สลับอำนาจ นั่งประธาน“ซุปเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ชาติ” เตรียมอยู่โยงยาว 5 ปี ต่อสะพานลุ้นเก้าอี้นายกฯสมัย 2

จับตาประยุทธ์สลับอำนาจ  นั่งประธาน“ซุปเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ชาติ” เตรียมอยู่โยงยาว 5 ปี  ต่อสะพานลุ้นเก้าอี้นายกฯสมัย 2  อำนาจล้นฟ้าภารกิจกว้างกว่ามหาสมุทร ให้คุณให้โทษหน่วยงานรัฐที่เพิกเฉยไม่ทำตามได้ ไม่เว้นแม้แต่ครม.ไม่ทำตามก็ถูกถอดถอนเอาผิดได้  

 

หลังครม.อนุมัติรายชื่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 ด้านจำนวน 125 คนจากจำนวนที่แต่งตั้งได้ทั้งหมด 165 คนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อรวมกับ 2 คณะปฏิรูปที่แต่งตั้งไปก่อนหน้านี้อย่าง คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาและคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ถือว่าขณะนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายฯและหัวหน้าคสช.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการที่จะเดินเครื่องเรื่องปฏิรูปได้ครบหมดแล้ว  อาจจะเรียกการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง 13 ด้านว่าเป็นการ “สร้างตอหม้อ” เพื่อปูทางหวนคืนอำนาจในอนาคตของพล.อ.ประยุทธ์และคณะในอนาคตก็คงไม่ผิดนัก  แต่แค่การตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง 13 ด้านคงไม่พอที่จะทำให้ถึงฝั่งฟันเป็นนายกฯสมัย 2 ได้

           เพราะเป้าหมายในการถึงตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรักษาอำนาจให้คงอยู่ต้องมีการ “ขึ้นเสาต่อสะพาน”ด้วย  นั้นจึงเป็นที่มาของการวางเกมส์ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ หรือเรียกง่ายว่า “ซุปเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ชาติ” ล้อไปตามพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 ที่ได้ให้ไว้เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา

 

 

งานนี้ในมาตรา12 ได้กำหนดตัวบุคคลและจำนวนคณะกรรมการที่จะมานั่งในซุปเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ชาติไว้ชัดเจน โดยแบ่งเป็น 1 คณะกรรมการโดยตำแหน่งจำนวน 17 คน ประกอบด้วย 1 นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการ  2 ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นรองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง  3 ประธานวุฒิสภาเป็นรองประธานคณะกรรมการคนที่สอง 4 รองนายกฯหรือรัฐมนตรีที่นายกฯมอบหมายเป็นรองประธานคณะกรรมการคนที่สาม 5 ปลัดกระทรวงกลาโหม 6 ผบ.ทหารสูงสุด 7 ผบ.ทบ. 8 ผบ.ทร. 9 ผบ.ทอ. 10 ผบ.ตร. 11 เลขาฯสมช. 12 ประธานบอร์ดสภาพัฒน์ 13 ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ 14 ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 15 ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 16 ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ 17 ประธานสมาคมธนาคารไทย  

นอกจากนี้ยังมีในซีกของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิน 17 คน ที่ครม.จะเป็นคนแต่งตั้ง อายุไม่เกิน 75 ปีและเป็นคนที่มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ด้านต่างๆ อาทิ   ความมั่นคง การเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐาน หรือด้านอื่นที่เป็นประโยชน์ ทั้งนี้ซุปเปร์บอร์ดชาติชุดนี้จะมีเลขาฯสภาพัฒน์เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยซุปเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 34 คน  จะมีวาระในการดำรงค์ตำแหน่งยาวถึงคราวละ 5 ปี 

 

        ในส่วนของอำนาจหน้าที่ซุปเปอร์บอร์ดชาตินั้นเรียกว่าอำนาจ “ล้นฟ้า”  ภารกิจ “กว้างกว่ามหาสมุทร”   นอกจากหน้าที่หลักในการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติที่สามารถแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธ์ศาสตร์ชาติที่เป็น  “คณะกรรมชุดลูก”  กี่ชุดก็ได้แล้วแต่เห็นควรเหมาะสม  เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ชาติเสนอต่อครม. สนช. และนำขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว   ยังมีหน้าที่เผยแพร่ สร้างแนวร่วมในการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งประเมินผล และทบทวนยุทธศาสตร์ชาติทุก 5 ปีแล้ว    ทีเด็ดของซุปเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ชาติยังมีหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการดำเนินการหน่วยงานของรัฐทุกแห่งแบบครอบจักรวาล  ว่าแต่ละแห่งได้ดำเนินการสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติหรือแผนแม่บทหรือไม่

 โดยหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยจะต้องรายงานผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยเฉพาะในเรื่องความก้าวหน้า ปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะต่อสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ   
 

 

  ทั้งนี้หากพบว่าหน่วยงานของรัฐหน่วยงานใดดำเนินการไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติหรือแผนแม่บททางคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติแต่ละคณะจะแจ้งความไม่สอดคล้องและข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงให้หน่วยงานนั้นทราบ โดยหน่วยงานนั้นต้องแก้ไขและรายงานผลกลับมาภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันได้รับแจ้ง แต่หากหน่วยงานนั้นเพิกเฉยไม่ดำเนินการโดยไม่มีเหตุอันควรจะมีการแจ้งให้สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาส่งเรื่องไปยังป.ป.ช.เพื่อเอาผิด  และถ้าป.ป.ช.ชี้มูลให้ผู้บังคับบัญชาของหัวหน้าส่วนราชการนั้นๆ ลงโทษผู้ถูกกล่าวหาด้วยการพักราชการหรือพักงาน หรือสั่งให้ออกจากราชการหรือสั่งให้พ้นจากตำแหน่งต่อไป แต่หากหน่วยงานของรัฐได้รับแจ้งให้แก้ไขแล้วแต่ยังไม่มีการดำเนินการปรับปรุงหรือไม่แจ้งการดำเนินการปรับปรุงให้ทราบ ทางซุปเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ชาติจะรายงานเรื่องนี้ให้ครม.ทราบเพื่อสั่งการต่อไป ยกเว้นกรณีหน่วยงานของรัฐไม่แก้ไขปรับปรุงและไม่มีการแจ้งดำเนินการโดยไม่มีเหตุอันควรให้ถือว่าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้นจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อกฎหมายให้แจ้งเรื่องต่อป.ป.ช.ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป  ทั้งนี้การดำเนินการไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติหรือแผนแม่บทให้หมายรวมถึงคณะรัฐมนตรีด้วยโดยไม่มีข้อยกเว้น  หากคณะรัฐมนตรีเพิกเฉยหรือละเลย  ทางคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติสามารถเสนอเรื่องให้วุฒิสภาดำเนินการถอดถอนครม.ได้  แต่หากวุฒิสภายังเห็นไม่ชัดว่าครม.ผิดหรือไม่ผิดให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ต่อเมื่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าครม.ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทางคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติสามารถเสนอเรื่องต่อป.ป.ช.เพื่อเอาผิดลงโทษได้ และป.ป.ช.ต้องตัดสินและพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันรับเรื่อง 

 

ล่าสุดนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯกฎหมายออกมาเปิดเผยว่าเตรียมเสนอรายชื่อซุปเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ชาติในวันอังคารที่ 29 สิงหาคมนี้   จะเห็นได้ว่าไม่ว่านายกฯคนต่อไปจะเป็นใคร  จะเป็นคนนอก คนใน  จะเป็นทหารหรือนักการเมือง แต่ชื่อของพล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ในวังวนการเมืองจะอยู่ในอำนาจต่อไปอีก 5 ปีเป็นอย่างน้อยแน่นอน  ไม่ว่าอนาคตพล.อ.ประยุทธ์จะเล่นการเมืองหรือไม่เล่น  จะเป็นนายกฯต่อไปหรือไม่เป็น  แต่อย่างน้อยเก้าอี้ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่เขากำลังจะนั่งในเร็ววันนี้  จะเป็นเครื่องการรันตีว่าอำนาจ บารมี จะยังอยู่ในมือพล.อ.ประยุทธ์แน่นอน อย่างน้อยก็สามารถติดตาม กำกับ ดูแล การทำงานของรัฐบาลได้ไม่ว่านายกฯคนที่ 30 จะเป็นคนอื่นหรือตัวเขาเอง ไปๆมาๆ เรื่องการแต่งตั้งซุปเปอร์ยุทธศาสตร์ชาติที่จะมีขึ้นตามที่กล่าวมา ก็แค่การสลับอำนาจสลับตำแหน่งเล่นเท่านั้นเอง แต่อำนาจทั้งหมดยังอยู่ในมือเหมือนเดิม  
////////////////