- 17 ส.ค. 2560
เปิดคำร้อง นปช. จี้ ป.ป.ช.รื้อคดี สลาย "เสื้อแดง" ปี 53 ยัน ไม่มี "ชายชุดดำ"
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. นำโดย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อเสนอให้พิจารณาข้อกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) โดยขอให้รื้อคดีสลายชุมนุมของ นปช. เมื่อปี 53 ใหม่
ทั้งนี้ นปช.นำคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มติยกฟ้องนาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีและพวก ในคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อปี 51 มาเทียบเคียง เพราะเห็นว่าคดีนี้ อัยการสูงสุด มีมติไม่ส่งฟ้อง แต่ ป.ป.ช.กลับฟ้องเอง ซึ่งต่างจากคดีสลายการชุมนุมเมื่อปี 53 ที่ ป.ป.ช.ไม่ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณาส่งฟ้อง แต่กลับตีตก เป็นอันสิ้นสุดขั้นตอนของคดีความ
ในคำร้องที่เทียบเคียงคดีสลายการชุมนุมระหว่างปี 51 กับปี 53 ประกอบด้วย 1.กรณีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯจะเห็นว่า ป.ป.ช. มีดุลพินิจแตกต่างจากองค์กรอื่นในกระบวนการยุติธรรม คือใช้อำนาจหน้าที่โดยครบถ้วนที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อกลุ่มพันธมิตรฯ ต่างจากคดีปี 53 ที่ ป.ป.ช. ใช้ดุลพินิจเสียงข้างมาก ไปในทางให้โทษแก่ นปช.โดยยกคำร้อง ตัดโอกาสของฝ่ายผู้เสียหาย ไม่ให้ถึงชั้นอัยการและศาล
2.กรณีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งใช้อาวุธสงครามสารพัดชนิด จะไม่มีความผิดได้อย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ใช้แก๊สน้ำตา แล้ว ป.ป.ช.ยังส่งฟ้องเอาผิดได้
3.การชุมนุมของพันธมิตรฯนั้น ใช้เวลาเพียงวันเดียว แต่ในสำนวนของ ป.ป.ช.ได้แยกเป็น 2 เหตุการณ์ ขณะที่การสลายการชุมนุมของ นปช.ใช้เวลา 1 เดือน การบาดเจ็บและเสียชีวิตเกิดขึ้นต่างกรรมต่างวาระ ต่างสถานที่ ผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งไม่ใช่ผู้ชุมนุม มีอาสาสมัครพยาบาลเสียชีวิตด้วย โดยคดีนี้ป.ป.ช.ได้พิจารณาแบบเหมารวมให้เป็นเหตุการณ์เดียว โดยอ้างคำวินิจฉัยศาล ที่มีขึ้นก่อนยุติการชุมนุมตั้ง 1 เดือน จึงขอให้ ป.ป.ช.พิจารณาโดยแยกเป็นรายกรณี
4.คำวินิจฉัยของศาลต่อคดีวันที่ 7 ตุลาคม 51 แตกต่างกับมติ ป.ป.ช. เพราะในสำนวนของ ป.ป.ช.ไม่มีรายละเอียดการเสียชีวิตของ พันตำรวจโทเมธี ชาติมนตรี หรือ "สารวัตรจ๊าบ" แกนนำและการ์ดพันธมิตร ซึ่งผลตรวจสอบพบว่า ขับรถบรรทุกอาวุธสงครามอานุภาพการทำลายล้างสูง เข้ามาในพื้นที่ แต่กลับไม่ถูกกล่าวถึง
5.การตีตกคดีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยอ้างคำวินิจฉัยศาลว่า การชุมนุมของ นปช. ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ขณะที่กลุ่มพันธมิตรฯก็กล่าวอ้างการชุมนุม ที่ได้รับการคุ้มครองจากศาล แต่ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กลับวินิจฉัยว่าการชุมนุมของพันธมิตรฯไม่สงบและปราศจากอาวุธ จึงจะเห็นว่าการตีตกคดีสลายกลุ่ม นปช. โดยอ้างเหตุผลดังกล่าว เท่ากับการตัดโอกาสของประชาชน ที่จะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม
6.ที่ระบุว่านายสมชาย มีอำนาจในฐานะหัวหน้ารัฐบาล จึงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบในคดีสลายกลุ่มพันธมิตรฯ แต่กรณีของ นปช. ทาง ป.ป.ช.กลับมีมติ คำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารนำอาวุธสงครามติดตัว เป็นไปเพื่อป้องกันตัวเองตามหลักสากล ทั้งนี้เห็นว่า ก็เป็นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติที่ต้องใช้ความระมัดระวัง หากภายหลังสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการใช้อาวุธปืนโดยไม่สุจริต เลือกปฏิบัติ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ก็น่านำคดีนี้มาพิจารณาใหม่
7.เป็นที่แน่ชัดว่าการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 51 มีการใช้แก๊สน้ำตาเพียงอย่างเดียว ไม่ปรากฏอาวุธสงคราม แต่การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในปี 53 มีการใช้กำลังทหารและอาวุธสงครามเต็มอัตรา มีการประกาศเขตกระสุนจริง ใช้ปืนติดลำกล้องประจำการบนตึกสูง ปรากฏข้อมูลการเบิกจ่ายเครื่องกระสุนจำนวนมาก การที่ ป.ป.ช.ยื่นฟ้องการสลายการชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตา แล้วตีตกการสลายการชุมนุมด้วยอาวุธสงครามร้ายแรงสารพัดรูปแบบ ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นในการปฎิบัติหน้าที่เพื่ออำนวยความยุติธรรมของ ป.ป.ช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในบันทึกข้อเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ทบทวนมติ ป.ป.ช. ของ นปช. ระบุว่า ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง โดยอ้างคำพิพากษาของศาล ว่าการชุมนุมนั้น ไม่ใช่การชุมนุมที่สงบตามรัฐธรรมนูญ และมีบุคคลที่มีอาวุธปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม จึงจำเป็นที่จะต้องขอใช้มาตรการเพื่อขอคืนพื้นที่
ในข้อนี้ ประเด็นบุคคลที่มีอาวุธปืนปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น เป็นการอ้างโดยเชื่อภาพข่าวที่เผยแพร่ในสื่อออนไลน์โดยรัฐบาลขณะนั้น ซึ่งต่อมาไม่สามารถพิสูจน์ความจริงได้ ไม่มีหลักฐานใดๆรองรับ ในคำสั่งการไต่สวนการตายของศาลในกรณีต่างๆ ที่เข้าสู่การไต่สวนล้วนระบุว่า ไม่มีชายชุดดำ ไม่มีการโต้ตอบด้วยอาวุธจากประชาชนทั้งสิ้น และบัดนี้ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์กรณีชายชุดดำ ไม่มีหลักฐานใด แม้เวลาผ่านมา 7 ปีแล้วก็ตาม มีการตั้งข้อหาลอยๆ ในที่สุดก็ต้องปล่อยตัวทั้งหมด
/////
