- 18 ส.ค. 2560
สาธุ !!!! สมเด็จพระสังฆราช เผยเคล็ดลับที่นำไปสู่ความสำเร็จ และความเจริญรุ่งเรืองทางธุรกิจ??(อ่าน มีรายละเอียด)
ในเพจเฟสบุค สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช โพสต์ว่า "เช้าวันพฤหัสบดีที่17 สิงหาคม 2560 เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปยังบริษัท บางจากคอปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ทรงเปิดอาคารที่ทำการใหม่ของบริษัท
โอกาสนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชประทานพระโอวาทความตอนหนึ่งว่า การจะประสบความเจริญรุ่งเรืองในธุรกิจการงานนั้น บุคคลผู้เป็นสมาชิกขององค์กร จะขาดคุณธรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จที่เรียกว่า
อิทธิบาท4 ไปมิได้เลย
อิทธิบาททั้ง4 ประการ ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานไว้เป็นหนทางแห่งความสำเร็จ ประกอบด้วย ฉันทะ คือความพอใจ วิริยะ คือความเพียร จิตตะ คือความเอาใจใส่ และวิมังสา คือการหมั่นตรวจสอบทบทวน อาตมาเชื่อว่าเป็นหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนาที่ท่านทั้งหลายได้ยินจนชินหูอยู่ทุกเมื่อวันอยู่แล้ว
วันนี้จะขอหยิบยกธรรมะเฉพาะข้อสุดท้ายในอิทธิบาท4 คือ วิมังสา มาให้ท่านพินิจพิจารณาเพราะอาตมาเห็นว่าเป็นข้อสำคัญที่องค์กรขนาดใหญ่เช่น องค์กรของท่านจะละเลยหลงลืมไปเสียมิได้
วิมังสา มีความหมายถึงการไตร่ตรอง หรือการทดลอง หมั่นใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญ ตรวจหาเหตุผล และตรวจสอบข้อดีข้อด้อยในสิ่งที่ทำนั้นเพื่อนำไปสู่การวางแผน วัดผล และคิดค้นวิธีแก้ไขปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้การจะพัฒนาตนหรือพัฒนาองค์กรนั้น ย่อมต้องทบทวนถึง บทเรียน ที่ผ่านมาเพื่อให้ตระหนักว่าสิ่งที่คิดและที่ทำมานั้นดำเนินไปในแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ ที่สำเร็จเป็นเพราะอะไร และที่ล้มเหลวเป็นเพราะอะไร เพื่อที่จะได้หาแนวทางแก้ไข หรือหาทางหลีกเลี่ยงผลเสียที่อาจเกิดขึ้น
ความมีสติ ความรู้เนื้อรู้ตัว รู้ว่ากำลังคิด พูด และทำอะไรอยู่ ย่อมเป็นเครื่องมือในการพิจารณาทบทวนสติจะช่วยอุปการะ ให้สามารถมองตนเองได้ชัดเจนขึ้น รู้ว่าขณะนี้ปัญหาคืออะไร และจะแก้ไขอย่างไรเพราะธรรมชาติของคนเรา ย่อมสอดส่ายสายตาทอดมองออกไปข้างนอก ทำให้ไม่เห็นตัวเองและสภาวะที่เป็นไปในตน จนเผลอไปเพ่งโทษแต่ผู้อื่น ไม่เคยเพ่งโทษตนเอง
เพราะฉะนั้น ถ้าท่านทั้งหลายหมั่นถามตนเองบ่อยๆถึงกิจการงานที่กำลังทำในแต่ละขณะของตน จิตเราก็ย่อมหาคำตอบได้พบ เกิดวิถีแห่งการพัฒนาสู่ความสำเร็จ ธรรมะ ในลักษณะที่กล่าวมานี้แล ที่เรียกว่าวิมังสา สามารถก่อให้เกิดประโยชน์มหาศาลเป็นแรงผลักดันไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในการงานของตนเอง ขององค์กร และของสังคมส่วนรวมได้อย่างแน่นอน"
ขอบคุณ: ภาพ และ ข้อมูล จากเฟสบุค สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช
