- 19 ส.ค. 2560
รัฐทำตัวเป็นที่พึ่งซะบ้าง !!! "พระพุทธะอิสระ" ขยี้อีก ตื่นได้แล้ว"รัฐบาล" จีนจะเอาไปหมด....แฉซ้ำเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทำตัวเป็น"นอมินี" !
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2560 หลวงปู่พุทธะอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กว่า
โชคดีของแผ่นดินไทย ที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอตื่นขึ้นมาได้ทันเวลา
๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๐
ดีเอสไอลงพื้นที่ อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี เพื่อตรวจสอบปัญหาการบุกรุกที่ราชพัสดุ หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีนักธุรกิจขาวจีนซื้อสิทธิ์จากชาวบ้านที่เข้าไปบุกรุกพื้นที่ราชพัสดุ ๑,๒๐๐ ไร่ และปลูกพืชผลทางการเกษตร ประเภทแก้วมังกร มะนาว มะม่วง เต็มแปลงเพื่อส่งออกผลไม้ไปจำหน่ายที่ประเทศจีน
ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในหลายอำเภอของ จ.กาญจนบุรี โดยมีนายทุนไทยเป็นนอมินีถือครองแทน
ก่อนหน้านี้เคยมีนักลงทุนชาวจีนใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมีมากเกินจำเป็น ของสวนกล้วยที่จังหวัดทางภาคเหนือ จนส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ทั้งน้ำดื่มน้ำใช้ และเป็นเหตุทำให้ปลาในบ่อเลี้ยงของชาวบ้านตายลอยเกลื่อน
อีกทั้งคนงานไทยในสวนกล้วยก็เจ็บป่วยเพราะสัมผัสโดนสารเคมีในระหว่างการทำงาน
แม้แต่ในประเทศลาว รัฐบาลเขายังควบคุมและปกป้องผลประโยชน์ของเขา เช่น ที่เวียงจันทน์มีคำสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นออกใบอนุญาตครอบครองที่ดินแก่นักลงทุนจีน รวมถึงสวนกล้วยที่มีอยู่ในลาวยังถูกห้ามขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มเติม หลังจากสวนกล้วยในแขวงบ่อแก้วถูกเปิดโปงว่ามีการใช้สารเคมีเป็นพิษมากมาย
โดยรัฐบาลกำชับให้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด หากพบนักลงทุนจีนรายใดใช้สารเคมีที่เป็นพิษมากเกินขนาด ทำให้เกิดผลกระทบต่อคนและสิ่งแวดล้อม ก็สั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตได้ทันที จะเห็นว่ารัฐบาลลาวเขาตื่นตัวกลัวประเทศเขาจะล่มจมฉิบหายด้วยน้ำมือของนักลงทุนจีน
แล้วพี่ไทยล่ะ ทำไมถึงปล่อยปละละเลย ให้นักลงทุนจีนและต่างชาติเข้ามาแย่งอาชีพเกษตรไทย ทั้งที่มีกฎหมายห้ามเวลานี้พื้นที่ใดสามารถปลูกทุเรียน ลองกอง มังคุด กล้วยหอม และผักผลไม้เมืองร้อนอื่นๆ ที่คนจีนชอบกิน
ก็จะมีนักลงทุนจีนเข้ามาทุ่มทุนกว้านซื้อที่ดิน โดยมีคนไทยขายชาติบางคนร่วมมือทำตัวเป็นนอมินี เปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาทำร้ายคนไทยด้วยกัน
นี่ยังไม่นับรวมพวกที่รับซื้อผลผลิต ไม่ว่าจะเป็นลำไย ทุเรียน มังคุด ลิ้นจี่ ลองกอง หอมหัวใหญ่ และพืชผักอื่นๆ ตอนนี้กลายเป็นของคนจีนแทบจะหมดแล้ว แถมยังกดราคา ตั้งราคาซื้อต่ำๆ ตามชอบใจ
อยากจะถามว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำอะไรกันอยู่กรมการค้าภายในไม่คิดจะแก้ไขอะไรกันบ้างหรือ นี่ยังไม่นับรวมความฉิบหายเสียหายของสิ่งแวดล้อมที่พวกนักลงทุนต่างชาตินำสารเคมีเข้ามาระดมใช้กับพืชผลที่ตนปลูก
ขอร้องล่ะท่านนายก ว่างๆ ลองส่งคนที่ไว้ใจได้ออกมาสำรวจตรวจสอบกันดูหน่อย จะได้รู้ข้อเท็จจริง อย่าไปฟังแต่ข้าราชการขี้ประจบ ลองออกสำรวจถามชาวบ้านเกษตรกรเขาดูบ้าง
หากวันนี้รัฐบาลยังไม่ตื่นรู้ วันข้างหน้าคนไทยคงต้องซื้อทุเรียน มังคุด ลำไย ลิ้นจี่ กล้วยหอมใหญ่ จากจีนกินเป็นแน่
พุทธะอิสระ
ต่อมาในวันที่ 18 ส.ค. 2560 หลวงปู่พุทธะอิสระก็ได้โพสต์เกี่ยวกับเรื่องนี้อีก โดยระบุว่าตอนนี้จีนเริ่มเข้ามากว้านซื้อสวนผลไม้ของคนไทย แถมเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นยังสนับสนุนทำตัวเป็นนอมินี จึงอยากขอรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหานี้ให้เร็วที่สุด
ตื่นเสียทีเถิดรัฐบาลไทย
๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๐
เห็นผู้นำกลุ่มทัวร์ ก็คือนายทุนจีน
เห็นไกด์นำเที่ยว ก็คือไกด์เถื่อนชาวจีน
เห็นเจ้าของรถทัวร์รับส่งนักท่องเที่ยว ก็คือบริษัทร่วมทุนของจีน
ร้านอาหาร ภัตตาคาร ร้านขายของที่ระลึก คนจีนแผ่นดินใหญ่ก็ลงทุนโดยมีคนไทยเป็นนอมินี
ถามว่าตำรวจท่องเที่ยวรู้ไหม ขนาดพุทธะอิสระยังรู้เลย แล้วตำรวจมีหรือจะไม่รู้
ถามต่อว่า เมื่อรู้แล้วทำอย่างไร
ตอบว่า กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง จะให้โวยวายได้อย่างไร
ถามว่าแล้วยังงี้ประเทศไทยได้อะไร
ตอบว่า ได้มูตรคูถและความเสื่อมโทรมที่นักท่องเที่ยวเข้ามาทำไว้
ส่วนกรณีนักลงทุนจีนเข้ามาเอาเปรียบเกษตรไทย มีชาวบ้านทางภาคเหนือเล่าให้ฟังว่า นักลงทุนจีนเข้ามากว้านซื้อที่สวนลำไย ด้วยการตกเขียว คือปล่อยเงินกู้ก่อนล่วงหน้า โดยมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเป็นนอมินี
ชาวบ้านต้องการเงิน ให้เงิน
ต้องการปุ๋ย ให้ปุ๋ย
ต้องการยาฆ่าแมลง ให้ยาฆ่าแมลง
ต้องการสารเร่งให้ลำไยออกดอก ก็ให้สารเร่ง
แถมมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญออกเดินสายแนะนำวิธีใช้สารเคมีให้อีก แต่พอผลผลิตลำไยเก็บเกี่ยวได้เจ้าของสวนจะไม่มีโอกาสเก็บลำไยขายเอง นายทุนจีนจะส่งคนมาดูแล้วตีราคาถูกๆ กันในสวน ชาวบ้านเจ้าของสวนแค่นั่งดูเฉยๆ มันส่งคนงานมาเก็บ มาชุบน้ำยา แพคลงกล่อง ส่งไปขายเมืองจีนเองเลย
วิธีนี้เขาใช้กับทุเรียน มังคุด ลิ้นจี่ หอมหัวใหญ่ ผลไม้ดอกไม้เมืองหนาวด้วยไม่รู้ว่าท่านรัฐมนตรีเกษตร จะรู้เรื่องนี้ไหม แล้วพวกเกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัด ทำอะไรอยู่
นี่ก็ได้ข่าวมาอีกว่ากำลังมีขบวนการกว้านซื้อที่ดินโดยผ่านนอมินีเพื่อทำปศุสัตว์ พร้อมโรงเชือด เพื่อส่งออกเนื้อสัตว์ไปจีนอีกแล้ว งานนี้ก็ไม่แคล้วมีคนไทยใจทาสให้ความร่วมมืออย่างเชื่องๆ
หากรัฐมนตรีเกษตรหรือท่านนายกอยากรู้ความจริง ลองส่งสายสืบไปตระเวนหาข้อมูลจากชาวบ้านในแต่ละจังหวัดก็จะได้รู้
พุทธะอิสระขอตั้งข้อสังเกต ว่านักลงทุนจีน สินค้าจีน เข้ามาประเทศไทยทำไมมันง่ายจัง แต่สินค้าไทย นักลงทุนไทย ไปลงทุนค้าขายจีน ทำไมมันถึงได้ยากนัก ที่เขียนเล่าเสียยืดยาวไม่ได้มีเจตนาให้รังเกียจประเทศจีน หรือนักลงทุนจีน แต่ต้องการกระตุ้นเตือนให้เจ้าหน้าที่รัฐทำตัวเป็นที่พึ่งของคนไทยเสียบ้าง อย่าเอาแต่จ้องให้บริการนักลงทุนต่างชาติ แล้วปล่อยให้มาเอาเปรียบคนไทย แผ่นดินไทย
พวกพี่น้องเกษตรกรไทยล้วนแล้วแต่ใสซื่อ ใครมาพูดอะไร มาให้อะไร ทุกคนล้วนมีน้ำใจไม่กล้าปฏิเสธ แถมเชื่อถืออีกตะหาก นี่คือจุดอ่อนที่เป็นช่องให้นักลงทุนต่างชาติแทรกเข้ามาเอาเปรียบเกษตรกรไทยได้ง่ายๆ
ยิ่งพวกข้าราชการและนายทุนไทยรวมหัวกันแสวงหาประโยชน์ เอาเปรียบคนชนบท พวกเขาจึงหลวมตัวตกเป็นเหยื่อได้โดยไม่รู้สึกผิด มารู้ทีหลังก็หมดตัว
หวังว่าการโพนทะนาครั้งนี้คงจะทำให้สังคมและรัฐบาลตื่นรู้ เห็นถึงเภทภัยของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทย แล้วช่วยกันหาวิธีแก้ไข คนไทยจะได้ไม่ถูกเอาเปรียบ
วอนรัฐบาล คสช.ช่วยกรุณาหาวิธีสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนคนไทย อย่าให้เขาต้องถูกหลอก ถูกเอาเปรียบอีกเลย ฉันล่ะสงสารจริงๆ
ไหนจะถูกนักการเมืองหลอกมายุคนี้ยังถูกพวกนักลงทุนหลอกอีก
ทำไมคนไทยถึงได้ถูกหลอกง่ายจัง
พุทธะอิสระ
อ้างอิง หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)
