- 20 ส.ค. 2560
อาชีพใหม่!! แจ้งเบาะแสผู้ทำผิดได้ส่วนแบ่ง 50% วันแรกได้เงินนำจับไปแล้ว 17 ราย
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแบ่งค่าปรับที่ได้จากการเปรียบเทียบให้แก่ผู้แจ้งความนําจับ ตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2560 โดยสาระสำคัญของระเบียบนี้คือ
จาก พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ พ.ศ.2535 มาตรา 48 วรรคสาม ให้แบ่งจ่ายค่าปรับจากการเปรียบเทียบปรับแก่ผู้แจ้งกึ่งหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมกึ่งหนึ่ง เพื่อความเรียบร้อยจึงออกหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแบ่งค่าปรับซึ่งผู้แจ้งความนำจับ ต้องยื่นคำขอรับเงินต่อผู้รับแจ้งความภายใน 60 วันนับตั้งแต่ได้รับแจ้งความ หากพ้นกำหนดนี้ถือว่าสละสิทธิ์ ในกรณีที่ไม่ประสงค์ขอรับเงิน หรือไม่มารับในเวลาที่กำหนด ให้ส่งเงินดังกล่าวเป็นรายได้ของกรุงเทพมหานคร โดยประชาชนผู้แจ้งความนำจับสามารถแจ้งได้ทั้งโทรศัพท์ ไปรษณีย์ โทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรืออื่นๆ กรณีแจ้งความนําจับพร้อมกันให้ถือว่าทุกคนมีสิทธิได้รับเงินค่าปรับที่ได้จากการเปรียบเทียบโดยให้เฉลี่ยเท่ากันทุกคน โดยช่องทางที่ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางต่อไปนี้
1.สายด่วนสำนักเทศกิจ 02-465-6644
2.ไปรษณีย์ ส่งถึงสำนักเทศกิจ เลขที่ 1 ถนนเทศบาลสาย 1 แขวงวัดวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี 10600
3.อีเมล์ [email protected]
4.ทางเฟซบุ๊กสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร
5.ทางแอพพลิเคชันไลน์ ในกลุ่ม http://line.me/R/ti/g/NM4UVW0C2
6.ทางสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต
ซึ่งหลังจากที่กรุงเทพมหานครเชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งเหตุหากพบผู้กระทำผิดตามรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 พร้อมรับรางวัลนำจับครึ่งหนึ่งของค่าปรับ โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุได้ตามช่องทางต่าง ๆ นั้น ปัจจุบันช่องทางที่ประชาชนสนใจส่งหลักฐานการกระทำความผิดมามากที่สุด คือช่องทางไลน์ เนื่องจากถือเป็นช่องทางที่สะดวก และส่งภาพถ่ายข้อมูลผู้กระทำความผิดมาได้ทันที
โดยมีเงื่อนไขว่าผู้แจ้งเบาะแสต้องส่งหลักฐานเป็นภาพถ่ายหรือวีดีโอที่แสดงถึงการทำความผิดชัดเจน ซึ่งประกอบไปด้วย หมายเลขทะเบียนรถที่ทำความผิด วัน เวลา สถานที่ที่กระทำความผิด และบุคคลที่ทำความผิด ซึ่งมีอายุความ 1 ปี"
โดยขณะนี้ช่องทางแอปพลิเคชั่น Line : @ebn6703w มีผู้แอดไลน์เข้าร่วมกลุ่มแล้วจำนวนกว่า 4,500 ราย โดยตั้งแต่การเปิดให้ส่งข้อมูลเบาะแสผู้กระทำผิด วันที่ 15 ส.ค.ถึงปัจจุบัน มีผู้แจ้งข้อมูลเบาะแสทั้งสิ้นกว่า 300 ราย แต่การแจ้งข้อมูลบางส่วนก็ไม่ครบถ้วน เป็นการส่งเพียงภาพการกระทำความผิด แต่ไม่แจ้งสถานที่ เวลา หรือรายละเอียดต่าง ๆ โดยในจำนวนดังกล่าว กทม.สามารถดำเนินการจับปรับผู้กระทำความผิดได้ทันที และจ่ายส่วนแบ่งค่าปรับให้ประชาชนผู้แจ้งเบาะแสไปได้ 17 ราย ซึ่งเป็นความผิดซึ่งหน้าที่สามารถหาตัวผู้กระทำความผิดได้ทันที ส่วนที่เหลือที่มีการส่งเบาะแสมานั้นเป็นการขับขี่บนทางเท้า ต้องประสานข้อมูลกับตำรวจจราจร และกรมขนส่งทางบก เพื่อตรวจสอบผู้ครอบครองรถ เพื่อแจ้งให้มาจ่ายค่าปรับตามกฎหมายแล้วจึงแบ่งส่วนค่าปรับให้
อย่างไรก็ตาม ข้อกังวลในเรื่องความปลอดภัยของผู้แจ้งเบาะแส ประเด็นนี้ ทางเจ้าหน้าที่กทม.จะปิดเป็นความลับ และทางกรุงเทพมหานครไม่ขัดข้องที่จะมีประชาชนคอยเฝ้าถนนหรือคูคลองเพื่อสอดส่องดูแลและแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดแบบถาวร
