ย้อนอดีตครม.สัญจร  บิ๊กจิ๋วกำเนิด  “ทักษิณ” ต่อยอดสูตรสำเร็จปั้น....“นายกฯขวัญใจคนรากหญ้า” เคาะประตูบ้านเอาใจคนจน

ย้อนอดีตครม.สัญจร บิ๊กจิ๋วกำเนิด “ทักษิณ” ต่อยอดสูตรสำเร็จปั้น....“นายกฯขวัญใจคนรากหญ้า” เคาะประตูบ้านเอาใจคนจน

ย้อนอดีตครม.สัญจร  บิ๊กจิ๋วกำเนิด  “ทักษิณ” ต่อยอดสูตรสำเร็จปั้น....“นายกฯขวัญใจคนรากหญ้า” เคาะประตูบ้านเอาใจคนจน ขนครม. “เทงบ-ผุดโครงการ”เรียกคะแนนชาวบ้าน   กระจายรายได้ โปรโมตจังหวัด  เอาการตลาด-พีอาร์โปรโมตผู้นำรัฐบาล 
 

 

     หากลองไล่เรียงประวัติการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่หรือที่เราเรียกกันสั้นๆง่ายๆว่า

“ครม.สัญจร” ว่าใครเป็นนายกฯผู้บุกเบิกจัดการประชุมนั้น  คำตอบที่ได้คงหายากเพราะเกิดขึ้นนานมาแล้วตั้งแต่สมัย "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ขงเบ้งกองทัพ แต่สมัยนั้นการประชุมยังไม่มีรูปแบบเด่นชัด  แต่คนที่เอามาบุกเบิกเอามาต่อยอดจริงๆจังๆ จนสำเร็จเป็นต้นแบบการประชุมครม.สัญจร  แถมเป็นเจ้าของไอเดียร้อยแปดพันเก้าในการทำงานสมัยเป็นนายกฯสมัยเป็นรัฐบาล ไม่มียุคใดรัฐบาลใดจะมีกิจกรรมนอกทำเนียบนอกสถานที่นอกเมืองกรุงเท่ากับยุค “นายใหญ่ดาวเทียม” ครองอำนาจ  ที่ก็คือยุคนายกฯคนที่ 23ที่ชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทยนั้นเองที่เป็นคนริเริ่มให้มีการประชุม นัยยะสำคัญของการจัดประชุมครม.สัญจร  แม้หน้าฉากชื่อการประชุมก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นการประชุมครม.สัญจร ที่นายกฯจะนำรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูงทุกกระทรวง ทบวง กรม ไปจัดประชุมครม.นอกสถานที่ตามต่างจังหวัด โดยจะเน้นหัวเมืองเน้นจังหวัดสำคัญๆในแค่ละภาค ตระเวณประชุมสลับกันไปทั่วทุกแห่งของประเทศ 
 

 

 

   ยุคนายทักษิณการประชุมครม.สัญจรฉากหน้านอกจากจะเป็นการขนรัฐมนตรีไปประชุมครม.ที่ต่างจังหวัดโดยเน้นจังหวัดฐานเสียงสำคัญๆ เพื่อติดตามงานและนโยบายของรัฐบาลที่อนุมัติไปก่อนหน้านี้  ผลพลอยได้ยังช่วยให้รัฐมนตรีทุกคนข้าราชการทุกกระทรวงมีความคึกคักในการทำงานไม่เบื่อไม่จำเจอยู่แต่ในเมืองกรุง

ฉากหลังของการเดินทางยังถือเป็นการลงพื้นที่ไปหาเสียงและวัดคะแนนนิยมของ “ผู้นำประเทศ” ของ “รัฐบาล” ว่าดีหรือไม่อย่างไรพ่วงไปด้วยอีกทางหลังทำงานมาได้ระยะนึง   เรียกว่า “ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว”   เรื่องนี้สมัยนายทักษิณเป็นนายกฯจะเห็นได้ชัด เพราะก่อนประชุมครม.จริงๆ นายทักษิณจะมีการแบ่งงานแบ่งพื้นที่แบ่งโควต้ารับผิดชอบให้รัฐมนตรีแต่ละคนลงพื้นที่ไปตรวจงานไปพบปะชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงแบบเคาะประตูบ้าน  เพราะฉะนั้นบรรดา   36 รัฐมนตรีของนายทักษิณจะมีงานทำหมดในการไปประชุมครม.สัญจรแต่ละครั้ง  ในส่วนตัวนายทักษิณเอง  ก็จะมีการจัดโปรแกรมพิเศษครบเครื่องมากมายกว่ารัฐมนตรีคนอื่นๆ  เพื่อเป็นจุดเด่นจุดขายในหน้าหนังสือพิมพ์วันรุ่งขึ้น เรียกว่าต้องมีภาพขึ้นหน้า 1 บ้างก็ทำนาบ้างก็เกี่ยวข้าวบ้างก็นั่งรถอีแต๋นรถแทรกเตอร์ทอผ้าบ้างก็ทำกับข้าว ฯลฯ แล้วแต่จุดเด่นจุดขายของแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร แต่...ต้องมี

 

ด้วยเหตุนี้การประชุมครม.สัญจรทุกครั้งทุกที่จึงเต็มไปด้วยสีสันเป็นอย่างมาก ทั้งได้ประชุมได้ทำงานอนุมัติงบประมาณบริหารประเทศ  ทั้งได้หาเสียงสำรวจคะแนนนิยมไปในตัว  ทั้งได้โปรโมตจังหวัดที่จัดประชุม ทั้งได้กระจายรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจให้จังหวัดที่ไปจัดการประชุมคึกคัก เพราะไปประชุมครม.สัญจรที นอกจากนายกฯและครม.แล้วยังมีข้าราชการแทบทุกกระทรวง ทหารตำรวจที่ไปอารักขาความปลอดภัย สถานที่ต่างๆ ทั้งกองทัพสื่อมวลชน เบ็ดเสร็จแล้วก็ 2 -3 พันคนในแต่ละครั้ง   แทบจะเรียกว่าทำให้จังหวัดที่เป็นเจ้าภาพและจังหวัดใกล้เคียงที่ไปจัดประชุมมีรายได้คึกคักประชาชนลืมตาอ้าปากขึ้นมากันเลยทีเดียว  หนึ่งในกิจกรรมที่ทำให้นายทักษิณกลายเป็นนายกฯยอดนิยมของชาวบ้านรากหญ้าในต่างจังหวัดก็เพราะได้ “ตัวช่วย” จากการลงพื้นที่จัดการประชุมครม.สัญจรในต่างจังหวัดบ่อยๆนี้เองในช่วงเป็นนายกฯ 2 สมัยที่ทำให้เขากลายเป็น      นายกฯ ขวัญใจคนจนถึงบัดนี้

 

 

เพราะลงพื้นที่แต่ละทีก็มีการจัดกิจกรรมในพื้นที่มากมาย ไม่ใช่แต่พบชาวบ้านเอาใจรากหญ้าอย่างเดียว ยังมีการจัดประชุมข้าราชการในพื้นที่  ซึ่งนายทักษิณจะใช้วิธีโชว์ออฟสั่งการข้าราชการแบบ “วัน แมน โชว์” ในการนั่งหัวโต๊ะประชุมหัวหน้าส่วนราชการ  แม้จะถูกมองว่าเป็นการสร้างภาพจัดดราม่าขายความเป็นผู้นำแต่การประชุมในลักษณะนี้ก็มีประโยชน์ที่นายทักษิณสามารถโชว์การสั่งงานเคาะนโยบายต่างๆแบบเบ็ดเสร็จได้ด้วยตัวคนเดียวในการประชุมเรียกว่า “เคาะโต๊ะสั่ง” เหมือน"ซุปเปอร์ซีอีโอ" ระหว่างประชุมกันเลยทีเดียวซึ่งเป็นโมเดลที่เจ้าตัวถนัดสมัยเป็นประธานบริษัทและเอามาประยุกต์ใช้บริหารราชการแผ่นดิน  นอกจากนี้ก็ยังมีวงประชุมกับนักธุรกิจ ภาคเอกชน พ่อค้าในจังหวัดที่ไปจัดการประชุมครม.สัญจรและจังหวัดบริเวณใกล้เคียงด้วย  เพราะเอกชนทุกคนก็อยากมาพบอยากมาเจอนายกฯเจอคณะรัฐมนตรีที่บริหารประเทศ  หนำซ้ำการประชุมครม.สัญจรในแต่ละคราวนายทักษิณยังมีนโยบายให้จังหวัดเจ้าภาพและกลุ่มจังหวัดนั้นๆ เสนอโครงการในอนาคตหรือโครงการเร่งด่วนที่อยากจะทำให้ครม.พิจารณาด้วย  และสุดท้ายนายทักษิณและครม.ก็จะมีการอนุมัติงบประมาณอนุมัติโครงการให้แต่ละจังหวัดทำ  

โดยสรุปการไปประชุมครม.สัญจรแต่ละคราวนายทักษิณและคณะก็จะได้ครบ ทั้งภาพผู้นำประเทศที่รวยล้นฟ้าแต่เท้าติดดิน  การเอาใจรากหญ้ารากแก้วแบบไม่ลืมคนจน  การกระจายรายได้ให้คนในจังหวัดช่วยโปรโมตการท่องเที่ยวท้องถิ่น แถมยังได้เช็คกระแสคะแนนนิยมได้ฟังรับรู้ปัญหาจากชาวบ้าน  มีแต่บวกกับบวกไม่แปลกที่นายทักษิณจะกลายเป็นนายกฯขวัญใจคนต่างจังหวัด เพราะมีกุศโลบายมีการตลาดมาช่วยมากมาย  แม้แต่การไปประชุมครม.สัญจรแต่ละครั้งก็มีธีมมีกิจกรรมกำหนดไว้หมดทุกขั้นตอนทั้งตัวนายกฯและรัฐมนตรี  ทั้งหมดที่ว่าจึงกลายเป็น “ต้นแบบ” การประชุมครม.สัญจรที่นายกฯคนต่อๆมานำมาปรับใช้และนำมาเป็นตัวอย่าง  อย่างน้อยๆก็มีนายกฯหลายคนทั้งทหาร ทั้งนักการเมืองใช้วิธีนี้ของนายทักษิณในการเข้าหาชาวบ้านและบริหารประเทศ  อาทิ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่วนรายละเอียดแต่ละคนเป็นอย่างไรก็แล้วแต่สไตล์ของแต่ละผู้นำ

////////////////////