โรงเรียนดังเชียงใหม่สั่งปิดเรียนหลังพบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นกับนักเรียน

โรงเรียนดังเชียงใหม่สั่งปิดเรียนหลังพบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นกับนักเรียน

จากสัปดาห์ที่แล้วเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้มีลูกชาย นายกอบต.จ.ตากได้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ H1N1 หลังจากที่เดินทางไปพม่ากลับมา และมีชาวเมียนมาจำนวนมากได้ข้ามประเทศมารับบริการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ H1N1 ที่ รพ.แม่สอด อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งขณะนี้วัคซีนได้ขาดแคลนแล้ว

วันนี้ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ทางเว็บไซต์ของโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ แจ้งว่า ขอปิดทำการเรียนการสอนเฉพาะนักเรียนชั้น ม. 1 - ม. 3 หลักสูตรปกติ ระหว่างวันพุธที่ 23 - วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม 2560 เพื่อทำความสะอาดอาคารเรียนและห้องเรียน เนื่องจากพบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นกับนักเรียนชั้น ม.1 - ม.3 หลักสูตรปกติ โดยให้นักเรียนกลับมาเรียนตามปกติในวันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ 2560

โรงเรียนดังเชียงใหม่สั่งปิดเรียนหลังพบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นกับนักเรียน
ทั้งนี้ทางโรงเรียนได้มีมาตรการ ดังนี้
1. การเฝ้าระวัง ครูประจำชั้น จัดระบบการติดตามการขาดเรียนของนักเรียนทุกวัน โดยตรวจสอบหาสาเหตุการขาดเรียนของนักเรียน พร้อมกับส่งรายงานข้อมูลให้ครูงานพยาบาล เพื่อรวบรวมข้อมูล
2. ระบบการคัดกรอง หากพบนักเรียนที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ (หมายถึง ผู้ป่วยที่มีอาการมีไข้ >38°C ร่วมกับ ไอ/เจ็บคอ หรืออาจมีอาการอื่น ๆ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล ปวดเมื่อย อาเจียน ท้องเสีย) ให้ครูประจำชั้นแยกนักเรียน ออกจากกลุ่มนักเรียน สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือทันที และให้พักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนหาย
3. กิจกรรมรณรงค์การล้างมือ มีสบู่ เจลล้างมือ ที่เพียงพอตลอดเวลา ตามโรงอาหาร ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องน้ำทุกแห่ง และห้องที่มีการเรียนการสอนใช้รวมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกครั้งหลังการไอจามหรือเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ด้วยสบู่หรือเจลล้างมือบ่อย ๆ
4. กิจกรรมรณรงค์ทำความสะอาด การทำความสะอาดอุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใช้ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่น โต๊ะเรียน ลูกบิดประตู โทรศัพท์ ราวบันได คอมพิวเตอร์ ฯลฯ โดยการใช้น้ำผงซักฟอกเช็ดทำความสะอาด และใช้น้ำยายูโมเนียม Umonium Advance ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว สามารถใช้ผสมกับน้ำร้อนหรือน้ำอุณหภูมิห้อง
การล้าง: เตรียมน้ำยาฆ่าเชื้อความเข้มข้น 0.5% (น้ำยา 25 มล. กับน้ำ 5 ลิตร)
การล้างเพื่อฆ่าเชื้อ: น้ำยาฆ่าเชื้อ 25 มล. ที่ผสมในน้ำ 1 ลิตรแช่ไว้เป็นเวลา 10 นาที
5. เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และแสงแดดส่องได้ทั่วถึง ในห้องเรียน ห้องประชุม ห้องประชุม โรงอาหาร ห้องสมุด ฯลฯ

โรงเรียนดังเชียงใหม่สั่งปิดเรียนหลังพบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นกับนักเรียน

โรงเรียนดังเชียงใหม่สั่งปิดเรียนหลังพบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นกับนักเรียน

โรงเรียนดังเชียงใหม่สั่งปิดเรียนหลังพบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นกับนักเรียน

 

 

โรงเรียนดังเชียงใหม่สั่งปิดเรียนหลังพบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นกับนักเรียน

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายนพพร คำแยง เลขานุการ นายกอบต.ด่านแม่ละเมา ตำบลด่านแม่ละเมา ป่วยเสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ H1N1 ซึ่งได้รับผลจากการยืนยันจากหน่วยงานวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว ซึ่งแพทย์ยังต้องเฝ้าติดตามผู้ใกล้ชิดนายนพพร ซึ่งมีทั้งหมด 15 คน หากพบว่า มีอาการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ พร้อมที่จำติดตามการเข้าไปตรวจสอบ และรักษาทันที

สำหรับ นายนพพร เป็นบุตรชายนายกอบต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก ได้ป่วยเป็นไข้หวัดเพียง 24 ชั่วโมง ทั้งที่มีร่างกายที่แข็งแรงมาตลอด และก่อนเข้ารับการรักษาได้เดินทางไปฝั่งประเทศเมียนมา ตรงข้ามอำเภอแม่สอด บ่อยครั้ง ประมาณ 10 วัน เพราะทำธุรกิจอยู่ในฝั่งเมียนมาด้วย  หลังจากมีอาการป่วยญาติได้นำส่งตัวมายังโรงพยาบาลแม่สอด แพทย์พบว่ามีอาการไอ มีน้ำมูก มีไข้สูงมาก ต่อมาอาการทรุดลงเร็วมาก และเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มากในอำเภอแม่สอด และวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นา ๆ โดยเฉพาะการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่เอช.1 เอ็น.1 ในประเทศเมียนมา ยังไม่สามารถควบคุมได้ดีพอ แม้รัฐบาลเมียนมาและเจ้าหน้าที่ป้องกันการระบาดทั่วประเทศ

ทั้งนี้ประเทศพม่ามีผู้เสียชวีต 26 คน ติดเชื้ออีกกว่า 400 คน(ข้อมูลเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2560)   เมื่อวันที่ 19 ที่ผ่านมาได้มีชาวเมียนมาจากจังหวัดเมียวดี ตรงข้ามอ.แม่สอด จ. ตาก ได้เดินทางข้ามประเทศมาใช้บริการในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่  H1N1 มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแม่สอด อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่าทาง รพ. ให้วัคซีนป้องกันโรคเฉพาะผู้ป่วยมชที่มารับบริการวัคซีนที่โรงพยาบาลเท่านั้น และรับบริการได้1ครต่อ 1 เข็ม ซึ่งขณะนี้วัคซีนได้ขาดแคลนแล้ว เพรราะส่วนมากชาวเมียนมาได้เข้ามาใช้บริการที่โรงพยาบาลจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้เริ่มมีชาวไทยเริ่มตื่นตัวแล้ว

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ (H1N1) เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ของมนุษย์ เกิดขึ้นจากการผสมข้ามสายพันธุ์กันของไข้หวัดนก ไข้หวัดหมู และไข้หวัดใหญ่ของมนุษย์ โดยเริ่มมีการระบาดครั้งแรกที่ประเทศสเปน ในปี พ.ศ. 2461-2462 ซึ่งขณะนั้นรู้จักกันในชื่อของ "ไข้หวัดสเปน" และจากการระบาดในครั้งนั้นได้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 20-30 ล้านคนทั่วโลก
ารแพร่เชื้อไข้หวัดใหญ่ H1N1 ก็เหมือนการแพร่ระบาดของไข้หวัดทั่วไป กล่าวคือตัวเชื้อจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก และน้ำลายของผู้ป่วย ซึ่งจะแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้โดยการไอ จามรดกันในระยะใกล้ชิด หรือติดจากมือหรือสิ่งของที่มีเชื้อปะปนอยู่ ซึ่งหากเราจับโดนเชื้อเหล่านั้น แล้วเผลอเอามือมาขยี้ตา จมูก หรือหยิบอาหารเข้าปาก ก็อาจติดเชื้อไข้หวัด H1N1 ได้ และต้องอธิบายให้เข้าใจด้วยว่าเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ H1N1 จะไม่ติดต่อจากการสัมผัสเนื้อหมูหรือรับประทานเนื้อหมูนะคะ แต่เป็นระยะการแพร่เชื้อจากคนสู่คนเท่านั้น เนื่องจากไม่พบเชื้อนี้ในเนื้อหมูทั่วไปแต่อย่างใด
เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1 หรือไข้หวัด2009 จะมีระยะฟักตัวอยู่ในร่างกายเราประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นผู้ติดเชื้อจะเริ่มมีอาการของไข้หวัดใหญ่ให้เห็น แต่อาการไข้หวัดใหญ่ H1N1 จะมีความรุนแรงมากกว่า อาการไข้หวัดใหญ่ H1N1 ได้ดังนี้
- มีไข้สูงราว 38 องศาเซลเซียส หรือมากกว่านี้
 - ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตามข้อ
 - ไอ และมีเสมหะ
 - มีน้ำมูก
- ปอดบวม
- เบื่ออาหาร
- ท้องเสีย (ในบางราย)
- คลื่นไส้ (ในบางราย)
- อาเจียน (ในบางราย)
อย่างที่บอกว่าอาการไข้หวัดใหญ่ H1N1 คล้ายกับอาการไข้หวัดใหญ่ทั่วไปมาก ดังนั้นหากสงสัยว่าจะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ก็อย่าได้นิ่งนอนใจ แนะนำให้รีบไปตรวจกับแพทย์ให้แน่ชัด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว เช่น ผู้ป่วยโรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคเรื้อรังต่าง ๆ ซึ่งเชื้อไข้หวัดใหญ่ H1N1 อาจส่งผลให้เกิดอาการปอดบวม หัวใจวาย และอันตรายกับชีวิตได้
การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่จะรักษาแบบประคับประคองโดยให้รับประทานยาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ไอ หรือยาลดน้ำมูก แต่ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการรุนแรงหรือเป็นกลุ่มเสี่ยงจะมีการใช้ยาต้านเชื้อไวรัส ซึ่งก็คือยาอะแมนตาดีน (Amantadine) และยาไรแมนตาดีน (rimantadine)

นอกจากนี้ยังมียาซานามิเวียร์ (Zanamivir) และโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) ที่สามารถรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ H1N1 ได้ แต่ควรใช้เท่าที่จำเป็นโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ ดังนั้นผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่จึงไม่ควรหามารับประทานเองเพราะอาจเกิดผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ได้

อ่านเพิ่ม  ไข้หวัดใหญ่ H1N1 

 

ขอบคุณภาพจาก Montfort College Secondary Section