- 25 ส.ค. 2560
"ยิ่งลักษณ์" บอกกองเชียร์ล่วงหน้ามาศาลก็ไม่เจอกัน
โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า "โรคน้ำในหูชั้นในผิดปกติ" (Meniere’s disease) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของหูชั้นใน พบได้ค่อนข้างบ่อยในคนทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่ 20-50 ปี เพศชายและเพศหญิงมีอัตราการเกิดโรคนี้ในสัดส่วนที่พอๆ กัน ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดโรคอย่างแน่ชัด แจากกรณีวันที่ 25 ส.ค. เวลา 09.30 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้องค์คณะผู้พิพากษา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแน่งทางการเมือง โดยทนายจำเลยยื่นคำร้อง'ยิ่งลักษณ์'ไม่สามารถเดินทางได้ นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเปิดเผยภายหลังจากรับทราบว่านางสาว ยิ่งลักษณ์ ถูกศาลออกหมายจับเนื่องจากไม่เดินทางมาศาลเพื่อรับฟังคำพิพากษาวันนี้ว่า ตัวเองก็เพิ่งได้รับทราบว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ป่วยเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันเมื่อเวลาประมาณ 8.00 น. ของเช้าวันนี้ โดยเป็นการติดต่อผ่านตัวแทนของนางสาว ยิ่งลักษณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่ทราบมาก่อนว่า นางสาว ยิ่งลักษณ์ มีอาการป่วยเพราะช่วง 2-3 วัน ที่ผ่านมา จะติดต่อนางสาว ยิ่งลักษณ์ ผ่านทางตัวแทนเท่านั้น อัยการโจทก์ ได้ยื่นคัดค้านเห็นว่าอาการป่วย จำเลยน่าที่จะสามารถเดินทางมาฟังคำพิพากษาได้ และไม่มีใบรับรับแพทย์ องค์คณะพิจารณาแล้วไม่น่าเชื่อว่าอาการป่วยของจำเลย จะไม่สามารถเดินทางมาฟังได้อีกทั้งไม่มีใบรับรองเเพทย์ อันเชื่อได้ว่าจำเลยมีพฤติการณ์หลบหนี จึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับยิ่งลักษณ์ และปรับนายประกันเต็มจำนวนต่พบว่าอาการของโรคเป็นผลมาจากความผิดปกติของน้ำที่อยู่ภายในหูชั้นใน อาการหลัก ได้แก่ อาการเวียนศีรษะ มีความรู้สึกหมุน คลื่นไส้อาเจียนร่วมกับการสูญเสียสมดุลของร่างกาย ทำให้เซหรือล้มได้ง่าย
หากย้อนกลับไป ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา นางสาว ยิ่งลักษณ์ ได้เดินสายเข้าวัดทำบุญถึง 9 ครั้ง โดยในแต่ละครั้งไปทำบุญถึง 2 วัด โดยจะเลือกพื้นที่ทางภาคเหนือ และ ภาคอีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีฐานคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทย
25 กุมภาพันธ์ 2560 ยิ่งลักษณ์ เดินทางพร้อมแกนนำเดินทางไปกราบสักการะพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรวิหาร สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก ก่อนไปวัดนางพญา ซึ่งมีพระเครื่องที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
9 มีนาคม 2560 เดินทางไปกราบหลวงปู่พิบูลย์ อดีตเกจิอาจารย์ชื่อดังสายวัดป่าแห่งวัดพระแท่น เป็นที่เคารพนับถือของชาว อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี และ สักการะ "เจ้าปู่ศรีสุทโธ" แห่งวังนาคิด "คำชะโนด โดยพ่อพรามหณ์ประจำคำชะโนด ได้ตั้งเครื่องสักการะต่อหน้าองค์เจ้าปู่ศรีสุทโธ10 เมษายน ไปทำบุญวัดนิเวศธรรมประวัติ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และต่อด้วยวัดศาลาปูน เพื่อไหว้พระและทำบุญเสริมศิริมงคล
14 เมษายน 2560 เดินทางขึ้นภาคเหนือ ไปวัดดับภัย ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาเคยบูรณะวัดแห่งนี้ และมีชื่อเสียงในการสะเดาะเคราะห์ ดับทุกข์ภัยและเสริมบารมี
28 เมษายน 2560 ไปกราบขอพรหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
16 พฤษภาคม 2560 อดีตนายกฯหญิงพร้อม ทีมทนายความไปทำบุญที่วัดท้าวอู่ทอง จ.ปราจีนบุรี
21 มิถุนายน 2560 ยิ่งลักษณ์ ทำบุญวันคล้ายวันเกิดครบ 50 ปี ถวายสังฆทาน ห่มผ้าองค์พระธาตุ พร้อมกับถวายผ้าป่าที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ไฮไลท์ของการเดินสายทำบุญครั้งนี้ คือ การให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตานองหน้า "คาดหวังว่าศาลจะเมตตาให้ความเป็นธรรม ในโครงการรับจำนำข้าว และมีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต
11 กรกฎาคม 2560 สักการะ "หลวงพ่อแก่นจันทน์" และร่วมพิธีทำบุญที่วัดช่องลม พระอารามหลวง จ.ราชบุรี
14 สิงหาคม 2560 ถวายสังฆทานที่วัดนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ซึ่งมีการนำดอกไม้จันทน์กว่า 5,000 ดอกมาถวายให้พระครูธีรพัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนวลจันทร์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9
20 สิงหาคม 2560 ตั้งแต่ช่วงเช้า เดินทางไปวัดมะขาม ทำบุญถวายสังฆทาน และ ลอยเทียน ก่อนจะปที่ท่าน้ำของวัด เพื่อปล่อยปลา และให้อาหารปลา และไปวัดศาลเจ้า ไหว้ศาลเซียนแปะ เพื่อขอพรจากนั้นล่องเรือ ไปวัดชินวรารามวรวิหาร เพื่อกราบพระมงคลวโรปการ เจ้าอาสวัด โดยพระมงคลวโรปการได้มอบ "พระชัย" ให้ "ยิ่งลักษณ์" ซึ่งความหมายของพระที่มอบให้คือ ขอให้มีชัยชนะ
ตลอดการทำบุญ มีประชาชนซึ่งมาทำบุญในวันหยุดจำนวนมากเข้ามาทั้งสวมกอด จับมือให้กำลังใจโดยบางคนถึงกับร้องไห้ขอ ยิ่งลักษณ์ ผ่านพ้นอุปสรรค ในช่วงเวลาที่เกิดทุกข์ในใจ"
และในวันที่ 24 ที่ผ่านมาก่อนวันนัดฟังคำพิพากา 1 วัน นางสาวยิ่งลักษณ์ได้เคลื่อนไหวผ่านทางเฟสบุ๊กส่วนตัว โดยระบุข้อความว่า ดิฉันขออนุญาตกล่าวถึงวันฟังคำพิพากษาคดีของดิฉันที่ศาลฎีกาฯ ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ดิฉันทราบถึงความห่วงใย และความเมตตา ของพี่น้องประชาชนที่รับรู้ถึงความทุกข์ร้อน และความยากลำบากที่ดิฉันประสบอยู่ แต่ดิฉันเห็นว่าการเดินทางมาศาลเพื่อให้กำลังใจดิฉันนั้น ครั้งนี้เราจะไม่ได้พบปะ เห็นหน้า หรือสื่อความรู้สึกถึงกันได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ด้วยเหตุที่ฝ่ายความมั่นคงได้จัดระเบียบของผู้ที่จะเดินทางมาศาลผิดไปจากทุกครั้ง ทั้งที่เจตนาของพวกเราทุกคนเพียงต้องการมาให้กำลังใจซึ่งกันและกันเท่านั้น
ทั้งนี้ ดิฉันมีความห่วงใยต่อทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน หรือแฟนเพจ และไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายอันอาจเกิดจากมือที่สาม ดังเช่นที่ฝ่ายความมั่นคงให้เหตุผลมาโดยตลอด
ขอขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ
ซึ่งบางส่วนในข้อความ ระบุว่า ดิฉันจึงขอให้ทุกท่านที่ห่วงใย และต้องการให้กำลังใจดิฉัน ไม่ต้องเดินทางมาศาลฯในวันพรุ่งนี้ และขอให้ทุกท่านให้กำลังใจดิฉันโดยการรับฟังข่าวสารอยู่ที่บ้าน เพื่อความไม่สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาอันไม่คาดคิดจากผู้ที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมือง และต่อพวกเราทุกคน หรือนี่อาจเป็นสิ่งที่นางสาวยิ่งลักษณ์ได้ส่งสัญญาณให้ทราบล่วงหน้าว่าถึงมาก็ไม่ได้เจอกันเพราะเจ้าตัวจะไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษาในคดีโครงการรับจำนำข้าวในวันที่ 25 สิงหาคม
