- 29 ส.ค. 2560
ด่วนที่สุด!! ศาลอุทรณ์ ยืนตามศาลชั้นต้น จำคุกสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา 13ปี 4เดือน โกงเงิน อสมท 138 ล้าน!! (รายละเอียด)
จากกรณีเมื่อเวลา 09.00 ศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.พิชชาภา เอี่ยมสะอาด อดีตพนักงานบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรชื่อดัง อดีตนักเล่าข่าว บริษัท ไร่ส้ม จำกัด และ น.ส.มณฑา ธีระเดช พนักงานบริษัท ไร่ส้มฯ เป็นจำเลยฐานร่วมกันยักยอกทรัพย์
คดีนี้คือ คดีที่ศาลอาญาเคยมีคำพิพากษาก่อนหน้านี้ เมื่อ29 ก.พ.59 เป็นคดีที่ อัยการฟ้อง นายสรยุทธ และเจ้าหน้าที่ อสมท.รวมถึงเจ้าหน้าที่บริษัทไร่ส้มฯ เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันทุจริตจากกรณีไม่ชำระค่าโฆษณาส่วนเกินของ อสมท. ซึ่ง นายสรยุทธ ถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก13 ปี 4 เดือน และได้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์สู้คดี
สุดท้ายหากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น นายสรยุทธอาจจะขอประกันตัวยากขึ้น
ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลชั้นต้น จำคุกสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา 13ปี 4เดือน รอประกันตัว
โดยรายละเอียดของคดีอัยการโจทย์ยื่นฟ้อง ระบุพฤติการณ์ของจำเลยว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2548-28 เม.ย. 2549 พิชชาภา จำเลยที่ 1 พนักงานจัดทำคิว โฆษณาของบริษัท อสมท ได้ จัดทำคิวโฆษณารวมในรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ใช้อำนาจ หน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อ เรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลา จากบริษัท ไร่ส้ม จำเลย ที่ 2 จำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บริษัท อสมท เสียหาย 138,790,000 บาท และยังได้เรียกรับเอาเงิน 658,996 บาท จากจำเลยที่ 2-4 เพื่อเป็นการตอบแทนที่ พิชชาภา จำเลยที่ 1 ไม่รายงานการโฆษณา จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 2 ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิต ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นพิธีกรจัดรายการ ได้ทำสัญญากันเป็นลายลักษณ์อักษรระบุชัดว่าถ้ามี โฆษณาเกินกว่าส่วนแบ่ง จำเลยที่ 2 ต้องขอซื้อโฆษณาส่วนเกินย้อนหลังและชำระค่าโฆษณาเกินให้แก่บริษัท อสมท โดยจำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิแบ่งค่าโฆษณาส่วนเกินคนละเท่าๆ กับ บริษัท อสมท
นอกจากนี้ จำเลยที่ 1 ยังใช้น้ำยาลบคำผิดลบรายการโฆษณาที่เกินเวลาในส่วนของจำเลยที่ 2 ออกจากใบคิวโฆษณารวม แสดงถึงการปกปิดข้อเท็จจริง เมื่อจำเลยที่เป็นพนักงานมีหน้าที่จัดการทรัพย์และรับเงินตามเช็ค เป็นการต้องห้าม จึงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502
ส่วน นาย สรยุทธ จำเลยที่ 3 เป็นผู้มีอำนาจจัดการและเป็นพิธีกรจัดรายการมาโดยตลอด ดังนั้นจำเลยที่ 3 น่าจะทราบเนื้อหางานเป็นอย่างดี การใช้เงินแม้จะให้โดยเสน่หา แต่ไม่รายงานให้ทราบก็เป็นการ สนับสนุน ศาลเห็นด้วยกับคณะ กรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า จำเลยจ่ายเช็คเพื่อจูงใจให้กระทำหรือไม่กระทำการใดทำให้หน่วยงานของรัฐได้รับความเสียหาย ศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุก สรยุทธ กับพวก 20 ปี แต่ลดเหลือ 13 ปี 4 เดือน ส่วนพิชชาภา อดีตพนักงาน อสมท ตัดสินจำคุก 30 ปี ลดเหลือ 20 ปี ทั้งหมดไม่รอลงอาญา และปรับบริษัท ไร่ส้ม 8 หมื่นบาท
