- 06 ก.ย. 2560
“บิ๊กตู่” ยันกรณี “สตึงนัม”...ไม่คิดเอื้อประโยชน์ให้ใครยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก หลังคนไทยหวั่นเป็น “ค่าโง่กัมพูชา”
“บิ๊กตู่” ยันกรณี “สตึงนัม”...ไม่คิดเอื้อประโยชน์ให้ใครยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก หลังคนไทยหวั่นเป็น “ค่าโง่กัมพูชา” เตรียมนำครม.บินถกครม.ร่วมกัมพูชา ลงนาม 2 ฉบับก่อนกลับไทย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงการเดินทางไปร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีไทยกับกัมพูชาที่กรุงพนมเปญในวันพรุ่งนี้ว่า มีหลายประเด็นที่ต้องหารือกัน เช่นการสัญจรข้ามแดน การค้ามนุษย์ การเกษตร เป็นต้น ทั้งนี้ขอสื่ออย่าจับประเด็นเล็กน้อยมานำเสนอข่าว เพราะยืนยันว่าจะไม่ทำให้ประเทศเสียหาย และสมเด็จฮุน เซน นายกฯกัมพูชา ก็มุ่งหวังพัฒนากัมพูชา ขณะเดียวกันไทยก็ต้องคิดเพื่อพัฒนาประเทศตัวเอง เรื่องใดสามารถทำได้ก็ทำ หากยังทำไม่ได้ก็เอาไว้ก่อน เพราะการทำงานระหว่างประเทศเป็นเช่นนี้
สำหรับปัญหาโครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำสตึงนัม ขนาด 24 เมกะวัตต์ในประเทศกัมพูชา ที่กระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ อ้างว่ามีความจำเป็นเพื่อผันน้ำไปใช้ในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โดยต้องลงทุนมูลค่า 9 พันล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมการลงทุนในโครงการต่อเนื่องอีกหลายหมื่นล้านบาท เช่น ระบบส่งน้ำจากเขื่อนมายังอ่างเก็บน้ำประแสร์ สายส่งไฟฟ้าแรงสูงจากเขื่อนมาไทย การสร้างอ่างเก็บน้ำใหม่เพื่อเก็บน้ำที่ผันมาจากเขื่อนสตึงมนัม
รวมเบ็ดเสร็จไทยอาจต้องลงทุนเป็นแสนล้านบาท เพื่อแลกกับ ไฟฟ้า 24 เมกกะวัตต์ และ น้ำฟรี 300 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี แถมยังต้อง ฝากอนาคต EEC ไว้กับกัมพูชาอีกด้วย งานนี้หลายคนเลยเกรงว่าจะกลายเป็นกรณี “ค่าโง่กัมพูชา” หรือ “ค่าโง่สตึงมนัม” ล่าสุดได้มีการสั่งชะลอเรื่องนี้โดยพล.อ.ประยุทธ์ให้ความเป็นในเรื่องนี้ว่า เดิมทีเรื่องนี้ฝ่ายปฏิบัติได้หารือกันแล้วเสนอให้รัฐบาลสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก 24 เมกะวัตต์ อาจถือว่ามีกำลังผลิตน้อย แต่ก็ต้องแยกระหว่างเรื่องน้ำกับเรื่องไฟ ถ้ามองถึงการใช้ประโยชน์ด้านน้ำ ก็จะต้องหารือกัน โดยโรงไฟฟ้าเป็นการลงทุนของบริษัทไทยกับรัฐบาลกัมพูชา จึงต้องยึดกติกาของรัฐบาลกัมพูชา
“ยืนยันว่าผมไม่รู้จักใครทั้งสิ้น ใครรู้จัก แต่นายกฯไม่รู้จัก ก็ไม่อนุมัติให้อยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องของกลไกกติกา เรื่องนี้กัมพูชามีน้ำใจ บอกว่าหากไทยอยากได้น้ำ ก็ให้ลงทุนตรงโน้นตรงนี้ และต้องดูว่ากัมพูชาจะทำให้หรือไม่ เมื่อมีน้ำก็ต้องสร้างโรงส่งน้ำด้วย เมื่อลงทุนก็ต้องมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น จึงอยู่ที่เราจะรับได้หรือไม่ ถ้ารับไม่ได้ก็ให้ศึกษาก่อน ไม่ใช่จะเออออห่อหมกทุกเรื่อง ประเด็นเหล่านี้ละเอียดอ่อน จะทำกระทบความสัมพันธ์และความรู้สึกดีต่อกัน
ยืนยันว่าจะไม่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่ให้บริษัทไทยไปลงทุนแล้วได้ค่าก่อสร้างจากทางกัมพูชา และเมื่อนำน้ำเข้ามา บริษัทเดิมก็จะได้รับเหมาก่อสร้างอีก ที่ไหนเขาให้กัน หากจะทำจะต้องประมูลทีละขั้นตอน ใครนั่งหน้าห้องใครผมไม่รู้ ไม่มีส่วนตัว ถ้านายกฯไม่อนุมัติและไม่เอาเข้า ครม.ก็จบ”นายกกล่าวยืนยัน
ด้านพล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ นายกฯพร้อมคณะประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีกำหนดการเดินทางเยือนราชอาณาจักรกัมพูชาอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาลกัมพูชา ตามคำเชิญของสมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน และจะเข้าร่วมการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ ไทย – กัมพูชา ครั้งที่ 3 เวลา 07.30 น. โดยในช่วงเช้านายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศมีกำหนดหารือทวิภาคี และเป็นประธานร่วมในการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ ไทย – กัมพูชา ครั้งที่ 3
โดยการหารือจะครอบคลุมประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชาในทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยนายกรัฐมนตรีจะย้ำความร่วมมือในการสานต่อการพัฒนาเครือข่ายความเชื่อมโยงทางบกและทางน้ำ การเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษ การพัฒนาพื้นที่บริเวณชายแดน ความร่วมมือด้านแรงงาน การส่งเสริมการค้าและการลงทุน ความร่วมมือด้านสินค้าเกษตร และความร่วมมือด้านวิชาการ
พล.ท.วีรชนกล่าวว่า จากนั้นในช่วงบ่าย นายกฯมีกำหนดการเข้าเยี่ยมคารวะสมเด็จวิบูลเสนาภักดี สาย ชุม ประธานวุฒิสภา และรักษาการแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และวางพวงมาลาถวายสักการะแด่พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ พระบรมรัตนโกศ
หลังจากนั้น นายกฯทั้งสองประเทศจะร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดสวนมิตรภาพกัมพูชา – ไทย ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สำคัญกลางกรุงพนมเปญ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศจะร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสาร 2 ฉบับ ได้แก่ (1) แถลงการณ์ร่วมสำหรับการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ ไทย – กัมพูชา ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นการแสดงเจตนารมณ์จะขยายความร่วมมือภายใต้หุ้นส่วนเพื่อสันติภาพและการพัฒนา และ (2) ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนไทย – กัมพูชา ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย และส่งเสริมการลงทุนระหว่างกันต่อไป โดยนายกฯและคณะจะเดินทางกลับในเวลา 17.15 น.
//////////////
