- 10 ก.ย. 2560
หลายคนนั้นมีความสงสัยว่า การใช้รถยนต์ ที่เป็นระบบเกียร์ออโตเมติก และมีการสลับการใช้เกียร์ D มาเป็น N บ่อยครั้ง
หลายคนนั้นมีความสงสัยว่า การใช้รถยนต์ ที่เป็นระบบเกียร์ออโตเมติก และมีการสลับการใช้เกียร์ D มาเป็น N บ่อยครั้งแทนการเหยียบเบรกค้างไว้นาน ๆ แบบนี้เกียร์รถยนต์ มีสิทธิพังหรือไม่
กูรู รถยนต์ ได้ให้ความรู้ เรื่องดังกล่าว คือ กรณีที่ค้างเกียร์ D แล้วเหยียบเบรกไว้ คอมเพลสเซอร์แอร์จะตัดต่อการทำงานรอบเครื่องยนต์จะสวิงไปมาจากการชดเชยรอบเดินเบา ส่งผลให้รถมีกำลังแรงบิดมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล จังหวะนี้ถ้าเหยียบเบรกที่น้ำหนักไม่มากพอ รถมีสิทธิที่จะไหลไปชนรถคันข้างหน้าได้ กรณีนี้ เพื่อความปลอดภัยถ้าเจอรถติดไฟแดงเราสามารถเลื่อนจากเกียร์ D มาเป็น เกียร์ N และสลับกลับมา เป็น เกียร์ D ได้ตลอดเวลา ขณะที่อยู่ตำแหน่งเกียร์ N ดึงเบรกมือค้างไว้ เพื่อความปลอดภัย แถมยังช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย
ดังนั้นเมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปว่าการสลับเกียร์ D มาเป็นเกียร์ N จะทำให้เกียร์รถยนต์แบบออโตเมติก จะพังเร็วเหมือนที่หลายคนวิตกอีกแล้ว
neverdiecar.com ได้นำเสนอ "5 วิธีใช้งานเกียร์ออโตอย่างถูกต้อง" ไว้ดังนี้
1. เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามการใช้งาน
การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามการใช้งาน คือหนึ่งวิธีช่วยถนอมเกียร์ออโตให้อยู่กับเราไปนานๆ โดยปกติรอบการเปลี่ยนน้ำมันเกียร์จะอยู่ที่ 20,000-30,000 กิโลเมตร แต่สำหรับคนที่ใช้รถบ่อยขับรถในพื้นที่ที่รถติดบ่อยๆอย่างในกรุงเทพ หรือต้องขับรถขึ้นเขาลงห้วยที่ต้องเปลี่ยนเกียร์บ่อยๆ อาจเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ที่ 10,000 กิโลเมตรก็ได้ ขึ้นอยู่กับการใช้งานเป็นหลัก บางคนสงสัยแล้วถ้าไม่ค่อยได้ใช้รถควรเปลี่ยนตอนไหน ผมว่าอย่างน้อย 1 ปีควรเปลี่ยนครั้งหนึ่ง ถึงไม่ได้ใช้แต่น้ำมันเครื่องมันก็สามารถเสื่อมสภาพได้เหมือนกัน ถ้าอยากให้เกียร์อยู่กับเราไปนานๆ อย่าละเลยเรื่องน้ำมันเกียร์เป็นอันขาด
2. เปลี่ยนเกียร์บ่อยไป พังไวแน่นอน
สิ่งแรกที่ต้องทำถ้าอยากถนอมเกียร์ออโตให้อยู่กับเราไปนานๆคือ อย่าพยายามยามเชนเกียร์หรือเปลี่ยนเกียร์บ่อย บางคนชอบความเร้าใจเปลี่ยนเกียร์เองเป็นว่าเล่นเหมือนขับรถเกียร์แมนนวลอยู่ หรือบางคนขับมาเร็วไม่ชอบเหยียบเบรคแต่ใช้การเชนเกียร์ต่ำเพื่อชะลอความเร็วแทน ซึ่งเป็นการกระทำที่ทำร้ายเกียร์ระบบออโต้อย่างแรง ดังนั้นถ้าใครไม่อยากให้เกียร์ไปไว พยายามอย่าเปลี่ยนเกียร์ในระหว่างการขับบ่อย ใช้เกียร์ D ให้ระบบสมองกลมันช่วยเปลี่ยนเกียร์ให้ นอกจากช่วยถนอมเกียร์แล้ว ยังช่วยประหยัดน้ำมันอีกด้วย
3. รถติดบ่อยเข้าเกียร์ N บ้างก็ได้
หลายคนมีความเชื่อว่าเวลารถติดไฟแดง หรือติดหนักๆอย่างในกรุงเทพ ถ้าไม่อยากให้เกียร์พังเร็วไม่ควรเข้าเกียร์ N บ่อยๆ ให้ค้างเกียร์ D ไว้แล้วเหยีบเบรคเอา ช่วยยืดอายุการใช้งานเกียร์ออโต้ได้ดี ซึ่งไม่เป็นความจริงเสมอไป การเข้าเกียร์ในตำแหน่ง N ไป D D ไป N นั้น เป็นการเข้าเกียร์แบบปกติซึ่งมีผลต่อการสึกหรอน้อยมากเมื่อเทียบกับ กับเชนเกียร์ในความเร็วสูง หรือการลากเกียร์ให้รอบสูงๆ หรือแม้กระทั่งการไม่เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามอายุการใช้งาน ซึ่งการกระทำเหล่านี้ส่งผลให้เกียร์พังไวมากกว่าการเข้าเกียร์ N-D บ่อยๆซะอีก แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเวลาหยุดรถให้เข้าเกียร์ N ทุกครั้งนะครับ ผมว่ามันบ่อยไป ดูจากสถานการณ์เป็นหลักแล้วกัน ถ้าดูแล้วว่ารถติดไม่นานคาเกียร์ D แล้วเหยียบเบรคไว้ เวลาออกตัวจะได้ไม่ต้องเชนเกียร์ให้เสียเวลา แต่ถ้าติดไฟแดงหรือดูแล้วคงติดอีกนาน เข้าเกียร์ N แล้วดึงเบรคมือกันรถไหลอีกแรงดีกว่า นอกจากช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าแล้ว ยังปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย
4. อย่าเปลี่ยนเกียร์เร็วเกินไป
คนขับรถบางคนใจร้อน ชอบเปลี่ยนเกียร์ในขณะที่รถยังไม่หยุดสนิท โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากเกียร์ D ไป R รถยังไม่หยุดรีบเปลี่ยนเกียร์ถอยซะแล้ว ซึ่งแน่นอนครับพฤติกรรมอย่างนี้ทำให้เกียร์พังไงอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าไม่อยากเสียตังค์ซื้อเกียร์ลูกใหม่เร็ว อย่าเปลี่ยนเกียร์เกียร์เร็วเกินไป ให้รถหยุดสนิทแล้วค่อยเปลี่ยนก็ได้ มันจะได้อยู่กับเราไปนานๆ
5. ขับเกียร์ออโตไม่ต้องลากเกียร์ก็ได้
คนไทยส่วนใหญ่ขับรถเร็ว ยิ่งเดี๋ยวนี้รถรุ่นใหม่ๆให้ฟังก์ชัน Paddle Shift มาให้เปลี่ยนเกียร์เองได้เหมือนการขับรถเกียร์แมนนวล ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ขึ้นอยู่กับปลายนิ้วของเรา ซึ่งบางคนชอบลากเกียร์ให้รอบขึ้นไปสูงๆก่อนแล้วค่อยเปลี่ยน เป็นความสะใจเล็กๆที่อาจสนุกสนานเร้าใจในช่วงสั้นๆ แต่ผลที่ตามมาคือ คลัตช์ของเกียร์มันจะไปไว ทำให้เราต้องเปลี่ยนเกียร์ก่อนเวลาอันควรได้ ดังนั้นถ้าไม่อยากให้เกียร์ออโต้พังไว อย่าลากเกียร์ยาวไปมันไม่ดี
เกียร์ออโตลูกหนึ่งไม่ใช่ถูกๆ ถ้าต้องมานั่งซ่อมหรือเปลี่ยนเกียร์บ่อยๆโรคทรัพย์จางคงถามหาแน่นอน ดังนั้นถ้าอยากให้เกียร์ออโตอยู่กับรถเราไปนานๆ ควรใช้งานให้ถูกวิธี และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามรอบการใช้งาน รังรองว่าได้ใช้เกียร์จนคุ้มค่าเงินที่เสียไปแน่นอน
