นายกบิ๊กตู่ลั่นคนผิดต้องติดคุก !!! ไม่มีคำว่าคนจนติดคุก คนรวยไม่ติด  เพราะมีแต่พวกหนีคุก

นายกบิ๊กตู่ลั่นคนผิดต้องติดคุก !!! ไม่มีคำว่าคนจนติดคุก คนรวยไม่ติด เพราะมีแต่พวกหนีคุก

เช้าวันนี้ เวลา 9.00น.พล.อ ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด และ ปาฐกถาพิเศษ เตรียมความพร้อมก่อนประกาศวาระแห่งชาติภายใต้หัวข้อ "สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand4.0เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพ ตอนหนึ่งว่า

ทำอย่างไรที่จะทำให้ความคิดที่แตกต่างมาทำให้สังคมปกติได้ อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ วันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดก็มา หลายองค์กรก็มาก็ต้องมาช่วยกัน  ตนทำคนเดียวไม่ได้ในทุกๆเรื่อง และงานสิทธิมนุษยชน รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ  หลายอย่างที่ติดค้างมา รัฐบาลนำมาขับเคลื่อน

แน่นอนความขัดแย้งยังคงมีอยู่ แต่มันขัดแย้งจากอะไร ก็จากบุคคล ตัวบุคคลบ้าง อะไรบ้าง จากระเบียบ จากกฎหมาย จากความร่วมมือ จากนานาชาติ ก็ขออย่าไปฟังคำบิดเบือนให้มากนัก เพราะรัฐบาลทำทุกอย่าง หลายอย่างอยู่ที่เราจะแยกประเด็นสิทธิมนุษยชนออกมาอย่างไร ว่าอะไรอยู่ตรงไหน และอะไรเรื่องอะไร กระทำผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าผิดต้องดำเนินการตามกฎหมาย จะผิด จะถูกไปว่ากันมา ตนไม่เคยไปยุ่งเกี่ยว ยืนยัน เราต้องทำให้บ้านเมืองมีความเป็นปกติ มีสันติสุขเกิดขึ้นกับคนในชาติ

หลายคนบอกรัฐบาลไม่ทำ ตนจะทำได้อย่างไรคนเดียว ตนสั่งให้คนเลิกเทลาะกันได้ไหม หรือสั่งให้ศาลยุติธรรมยกเลิกคดีทั้งหมด ให้อภัยกันหมด มันได้ไหมล่ะ มันทำไม่ได้ ประเทศไหนก็ทำไม่ได้ ถ้าหมายความว่าเราต้องยกเลิกเพื่อความปรองดองทั้งหมด ไม่ว่าจะคดีความ หรือ เรื่องอะไรต่างๆก็ตาม ให้ยกเลิกทั้งหมด ก็ต้องยกเลิกผู้ต้องหา เอาออกมาทั้งหมด มันทำได้ไหม ไม่มีประเทศไหนทำได้ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญวันนี้คือเราใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะเข้าถึงสิทธิมนุษยชน ด้วยความเป็นธรรม ด้วยความทั่วถึง 

 

 

"ไม่ใช่อย่างที่บอกว่าคนจนติดคุก คนรวยไม่ติดคุก ติดทุกคนนั่นแหละ มันอยู่ที่ว่าจะอยู่ให้ติด หรือจะหนีไป เรื่องจริงมันเป็นอย่างนั้น ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครคิด ว่าอะไรมันจะเกิดขึ้น " แต่สิ่งสำคัญคือ เราไปโดนมองแล้วว่า ถ้าเราไปทำอะไรก่อนจะเกิดการตัดสินคดีความ คือไปเพ่งเล็งใคร ก็โดนเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชน นี่คือความขัดแย้งที่เกิด พอทำอะไรต่างๆ ที่จะนำสู่กระบวนการ ก็ไม่สามารถจะแตะต้องอะไรกันได้ จึงถือเป็นความยากในการทำงานของเจ้าหน้าที่ 
 

และนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เราต้องมีความรักความสามัคคี รู้ในสิทธิ รู้ในหน้าที่ มีความเคารพในสิทธิซึ่งกันและกัน โดยไม่ไปละเมิดสิทธิผู้อื่น ถ้ามองรัฐธรรมนูญ ทุกคนจะเคลื่อนไหว จะทำอะไรก็ได้ ถ้าอ้างรัฐธรรมนูญฉบับเดียว แต่ขอให้ไปดูกฎหมายลูก ในแต่ละข้อ

แต่ละมาตรา มันมีกฎหมายลูกอีกกี่ฉบับ รัฐธรรมนูญมี 330มาตรา กฎหมายมีอยู่5หมื่นกว่าฉบับ กฎหมายลูกอีกแสนกว่าฉบับ เป็นสิ่งที่คนไทยต้องรู้ ทุกประเทศก็ต้องรู้ว่ากฎหมายเป็นอย่างไร และเราเกี่ยวข้องตรงไหน ถ้าทุกคนมองแต่ว่ารัฐธรรมนูญ300มาตราทำได้ทุกอย่าง ถ้าอย่างนี้อะไรก็ไม่สำเร็จ สิทธิมนุษยชนก็ทำไม่ได้ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง 

 

 

     กฎหมายไม่ได้มีไว้เล่นงานคนดี กฎหมายไม่ได้มีไว้ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม กฎหมายเค้ามีไว้คุ้มครอง คุ้มครองคนทุกคน ให้มีโอกาสได้เข้าถึงทรัพยากร ประโยชน์ เค้าไม่ได้มีไว้แกล้งใคร เพียงแต่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดกติกาก็ต้องถูกพิจารณาในกระบวนการยุติธรรม ถ้าไม่มีสาเหตุ ไม่มีเรื่อง ไม่มีหลักฐาน ไม่มีใครทำอะไรได้หรอก ก็หลุดคดีกันไปเยอะแยะ  

บางครั้งอาจไม่ตรงกับสิ่งที่สังคมได้ตัดสินไปแล้ว วันนี้เราตัดสินกันเองซะเยอะ ตัดสินด้วยความรู้สึก ตัดสินกันในระบบโซเชียล ตัดสินกันในสื่อ มันเลยวุ่นวายไปหมด สิ่งดีๆเกิดขึ้นตั้งเยอะ คือเอาคนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มันมากขึ้นหรือเปล่า ถ้าเราทำให้สิ่งเหล่านี้มีความชัดเจน เวทีจะเปิดกว้าง และคนจะเข้าสู่เวทีนี้ได้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นสิทธิของเค้า ไม่ใช่เป็นการรังแกใครทั้งสิ้น เป็นการเปิดเวทีให้ทุกคนได้เข้าถึง นี่แหละคือสิทธิมนุษยชนของชุมชน และพื้นที่ให้กับคนทุกคน

แต่เราจะดูแลคนเหล่านี้ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างไร "คนดีติดคุก คนรวยไม่ติดคุก คนจนติดคุก ส่วนใหญ่คนจนหนีไปไหนไม่ค่อยได้ ใช่ไหมยอมรับตรงนี้สิ ต้องไปดูแลเค้าว่าจะทำอย่างไร ติดคุกเค้าผิดไหม ถ้าผิดต้องติดคุก แต่เค้าไม่หนีเพราะเค้าหนีไม่ได้ ไอ้บางคนผิด-ไม่ผิดยังไม่รู้ ก็หนีแล้ว ไอ้อย่างนี้ ตนว่ามันไม่ใช่ อย่าไปสร้างการรับรู้ผิดๆนี่ตนไม่ได้พูดถึงใครเลยนะ เดี๋ยวจะหาว่าตนไปว่าใคร ตนไม่พยายามไปยุ่งเกี่ยว เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม แต่อย่ามายุ่งกับรัฐบาล และคสช.มากเกินไป

" คือทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จบหน้าที่ตนแล้ว และคดีที่มีอยู่ขณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย แต่เป็นเรื่องเดิม คดีเดิม ที่นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะได้จบ ปัญหาใหม่ คดีใหม่รอมาอีก คดีเก่าไม่จบก็ไปข้างหน้าไม่ได้ ก็ติดขัดกันอยู่อย่างนี้ อีรุงตุงนังไปหมด สิทธิมนุษยชนไม่เกิดขึ้น