"ประยุทธ์" นำทัพครม. ประชิดกำแพงอโยธยา ฐานที่มั่น "เสื้อแดง-เพื่อไทย" เดิมพัน 5 ว่าที่ ส.ส. ชวนคนกรุงเก่าอย่าไปม็อบ แต่อย่าเกลียดนักการเมือง

"ประยุทธ์" นำทัพครม. ประชิดกำแพงอโยธยา ฐานที่มั่น "เสื้อแดง-เพื่อไทย" เดิมพัน 5 ว่าที่ ส.ส. ชวนคนกรุงเก่าอย่าไปม็อบ แต่อย่าเกลียดนักการเมือง

เพจเฟซบุ้ค...."อีกา" ได้วิเคราะห์การเดินทางลงพื้นที่เพื่อประชุมครม.สัญจรนอกสถานที่ของพล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และการลงพื้นที่ของครม.ที่ จ.อยุธยา อย่างน่าสนใจว่า..... "ประยุทธ์" นำทัพปลาไหล ประชิดกำแพงอโยธยา ฐานที่มั่น เสื้อแดง-เพื่อไทย เดิมพัน 5 ว่าที่ ส.ส. ชวนคนอยุธยาอย่าไปม็อบ แต่อย่าเกลียดนักการเมือง หัดลีลาปราศรัย ...มธุรสวาจา “ผมจะสู่เพื่อทุกท่าน”

การประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ครั้งที่ 34/2560 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 4 ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ในวันเดียวกันนี้(19 ก.ย.) ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมืองกรุงเก่า 

"ประยุทธ์" นำทัพครม. ประชิดกำแพงอโยธยา ฐานที่มั่น "เสื้อแดง-เพื่อไทย" เดิมพัน 5 ว่าที่ ส.ส. ชวนคนกรุงเก่าอย่าไปม็อบ แต่อย่าเกลียดนักการเมือง

"ประยุทธ์" นำทัพครม. ประชิดกำแพงอโยธยา ฐานที่มั่น "เสื้อแดง-เพื่อไทย" เดิมพัน 5 ว่าที่ ส.ส. ชวนคนกรุงเก่าอย่าไปม็อบ แต่อย่าเกลียดนักการเมือง

 

 

“หากประชาชนพบเห็นการทุจริตขอให้มาบอกผม จะดำเนินการให้ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ แล้วใครที่อ้างชื่อตน อ้างชื่อรองนายกฯ เพื่อรับผลประโยชน์ มันทุเรศ ล่าสุดพบคนชื่อเสธ.อ. อ้างว่าเป็นเพื่อนตน

ซึ่งดูแล้วไม่ใช่เพื่อนผม เพราะผมจำหน้าเพื่อนได้ทุกคน แต่ไอ้บ้านั่นไม่ใช่เพื่อนผมแน่นอน ขอให้จำเอาไว้ว่ารัฐบาลต้องดูแลทั้ง 70 ล้านคน ประเทศเราไม่ได้มีแค่จังหวัดสุพรรณบุรี อยุธยา และการบริหารงานไม่มีใครมาหลอกผมได้ ผมไม่ใช่รัฐบาลที่หลับหูหลับตาใครจะขออะไรก็ให้ไป แต่เรามาดูทุกอย่าง ผมไม่ท้อ เพราะทุกคนเป็นกำลังใจให้ แม้จะมีคนเกลียดบ้างก็ตาม แต่ผมก็รักทุกคน และผมก็รับฟังทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องไร้สาระ

การเลือกตั้งอำนาจไม่ได้อยู่ที่ผม แต่อยู่ที่ท่านว่าจะกาอย่างไร กาให้ดีก็แล้วกัน อย่าหลงเชื่อคารมณ์ แล้วก็ไปกาเลือกเขา" พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ และว่า "เราจะเกลียดนักการเมืองไม่ได้ เพราะทุกคนเป็นคนไทย การเลือกตั้งเป็นไปตามกลไกของประชาชนผมขอเพียงเวลาและโอกาสเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ

โดยรัฐบาลจะแก้ไขปัญหาทั้งระบบ ทั้งการบริหารงานและอื่นๆ ในอนาคตจะต้องไม่มีการโกง ที่ผ่านมาไม่รู้จะโกงอะไรกันหนักหนา บางเรื่องไม่น่าจะโกงก็ยังโกงกันเลย" 

น้ำเสียงของ “พล.อ.ประยุทธ์” ที่กล่าวระหว่างการพบปะประชาชนนับพัน หลังการประชุมครม.นั้นส่งสัญญะบางอย่างชัดเจน กลิ่นอายของ การเมือง โชยมาอีกครั้ง...

สำหรับนัยยะแห่งบรรยากาศ ถึงแม้ไม่มีกลุ่มก้อนทางการเมืองประจำถิ่นมาคอยพะเน้าพะนอ เหมือนกับบรรยากาศที่จังหวัดสุพรรณบุรีถิ่นฐานของเหล่าขุนพล “พรรคชาติไทยพัฒนา” แต่ก็มีสีสันฉูดฉานให้พอครื้นเครงสไตล์ชาวบ้านร้านตลาดให้ได้ติดตาม ทั้งการร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ พร้อมถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึกร่วมกับชาวบ้านที่มาต้อนรับ นั่งรถรางชมทัศนียภาพอันงดงามของอุทยานประวัติศาตร์พระนครศรีอยุธยา พิธีเปิดตลาดกรุงศรี 

โดยเฉพาะในงานเปิดตลาด พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวชื่นชม “แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์” ศิลปินแห่งชาติ ที่มาร้องลำตัดต้อนรับ พร้อมเข้าโอบกอด รวมทั้งให้กำลังใจบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่พร้อมใจกันแต่งชุดไทย แถมยังชิมข้าวแกงขนมครก น้ำผลไม้ต่างๆภายในตลาด และร่วมร้องลิเกกับพ่อค้าขายน้ำซึ่งสวมชุดลิเกและร้องลิเกเพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาชิมอีก

หมุนเข็มนาฬิกาทวนกลับไปมองถิ่นฐานการเมืองในอดีตของ เมืองกรุงเก่า ซึ่งสะสมประวัติศาสตร์มาค่อนข้างยาวนาน มีกลุ่มการเมืองหลายตระกูลผลักดันขึ้นครองอำนาจ เห็นได้จากบันทึกข้อมูลทำเนียสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เริ่มตั้งแต่ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 กระทั่ง พ.ศ.2476 มีการเลือกตั้งทั่วไปเป็นครั้งแรกของประเทศ

หลังจากประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีการเลือกตั้งส.ส.เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2476 เป็นการเลือกตั้งทางอ้อมครั้งแรกและครั้งเดียวของไทย โดยจังหวัดพระนครศรีอยุธยามี ส.ส.คนแรก คือ “นายเลมียด หงสประภาส” ส่วนนักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากครั้งที่สุด คือ 9 สมัย ได้แก่ “นายมนตรี พงษ์พานิช” และ “นายบุญพันธ์ แขวัฒนะ” ส่วนส.ส.หญิงคนแรก คือ “นางสาวสุวิมล พันธ์เจริญวรกุล” (จากการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544)

สำหรับตระกูลการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งมากที่สุด คือ 1.ตระกูล “หงสประภาส” ได้รับการเลือกตั้ง 2 คน ได้แก่ นายเลมียด หงสประภาส และ หลวงประสิทธิ์นรกรรม(เจี่ยน หงสประภาส) 2.ตระกูล “สภาวสุ” ได้รับการเลือกตั้ง 2 คน ได้แก่ นายประมวล สภาวสุ และ นายกุมพล สภาวสุ 3.ตระกูล “ตรีสุขี” ได้รับการเลือกตั้ง 2 คน ได้แก่ นายสมพงษ์ ตรีสุขี และ นายพงษ์อุดม ตรีสุขี และ 4.ตระกูล “พันธ์เจริญวรกุล” ได้รับการเลือกตั้ง 2 คน ได้แก่ นางสาวสุวิมล พันธ์เจริญวรกุล และ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

ในบันทึกการเมืองของเมืองกรุงเก่า มีบุคคลสำคัญทางการเมืองโลดเล่นสลับสับเปลี่ยนกับเป็นส.ส.มากมาย โดยเฉพาะบุคคลชื่อดัง อาทิ “พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์” “นายปรีดี พนมยงค์” “นายประมวล สภาวสุ” “พันเอกณรงค์ กิตติขจร” “นายมนตรี พงษ์พานิช” “นายบุญพันธ์ แขวัฒนะ” เป็นต้น เหล่านี้ถือเป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยทั้งสิ้น

ส่วนพรรคการเมืองที่เคยโลกแล่นอยู่ในสนามเมืองกรุงเก่า ก็มีอาทิเช่น “พรรคเสรีมนังคศิลา” “พรรคสหภูมิ” “พรรคสหประชาไทย” “พรรคกิจสังคม” “พรรคสันติชน” “พรรคสังคมชาตินิยม” “พรรคเกษตรสังคม” “พรรคชาติไทย” “พรรคเสรีนิยม” “พรรคสามัคคีธรรม” “พรรคชาติพัฒนา” รวมถึงพรรคในตำนานของการควบรวมส.ส.อย่าง “พรรคไทยรักไทย” รวมทั้ง “พรรคพลังประชาชน” และ “พรรคเพื่อไทย” ในปัจจุบัน

มาถึงวันนี้ แน่นอนว่าท่ามกลางทิศทางการปฏิรูปของคสช. รวมถึงกระแสการเมืองระดับชาติ ผ่านกลไกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเฉพาะกฎหมายลูกซึ่งเป็นสัญญานของการคืนอำนาจ นำสู่การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ ตามที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ได้ลั่นวาจาไว้ว่า น่าจะเป็นในช่วงราวปลายปี 2561 (หากไม่มีปัจจัยอื่นเข้ามาแทรกแซง) สำหรับสนามเมืองกรุงเก่า ต้องถือว่าดุเดือดแน่นอน

"ประยุทธ์" นำทัพครม. ประชิดกำแพงอโยธยา ฐานที่มั่น "เสื้อแดง-เพื่อไทย" เดิมพัน 5 ว่าที่ ส.ส. ชวนคนกรุงเก่าอย่าไปม็อบ แต่อย่าเกลียดนักการเมือง

เพราะในปัจจุบันถือเป็นฐานที่มั่นของ “พรรคเพื่อไทย” โดยในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ในปี 2544 ในจำนวนส.ส. 5 คน “พรรคเพื่อไทย” กวาดที่นั่งไปถึง 4 ที่นั่ง ส่วนที่เหลืออีก 1 ที่นั่งเป็นของ “พรรคชาติไทยพัฒนา” ซึ่งเป็นพื้นที่เขตเมือง
 

 

"ประยุทธ์" นำทัพครม. ประชิดกำแพงอโยธยา ฐานที่มั่น "เสื้อแดง-เพื่อไทย" เดิมพัน 5 ว่าที่ ส.ส. ชวนคนกรุงเก่าอย่าไปม็อบ แต่อย่าเกลียดนักการเมือง

"ประยุทธ์" นำทัพครม. ประชิดกำแพงอโยธยา ฐานที่มั่น "เสื้อแดง-เพื่อไทย" เดิมพัน 5 ว่าที่ ส.ส. ชวนคนกรุงเก่าอย่าไปม็อบ แต่อย่าเกลียดนักการเมือง

"ประยุทธ์" นำทัพครม. ประชิดกำแพงอโยธยา ฐานที่มั่น "เสื้อแดง-เพื่อไทย" เดิมพัน 5 ว่าที่ ส.ส. ชวนคนกรุงเก่าอย่าไปม็อบ แต่อย่าเกลียดนักการเมือง

 

โดยอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย 4 ที่นั่ง ได้แก่ นายพ้อง ชีวานันท์ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล นายวิทยา บุรณศิริ และ นายองอาจ วชิรพงศ์

ส่วนอีก 1 ที่นั่งของ “พรรคชาติไทยพัฒนา” ก็คือ นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ซึ่งปัจจุบันมีคนเห็นไปป้วนเปี้ยนอยู่แถว “พรรคเพื่อไทย” แล้ว  

พิเคราะห์ไปพิเคราะห์มา หาก 1 ที่นั่งที่เคยมีจะหนีไปซบอก “พรรคเพื่อไทย” ก็ไม่แปลกนักเพราะอัตราส่วนเดิมคือ 5 รุม 1 อยู่แล้ว 

แต่ที่น่าจับตาไปกว่านั้น คือปรากฎการณ์ “พรรคปลาไหล” ที่เข้าโอบรัดรอบตัว “พล.อ.ประยุทธ์” ที่ถิ่นสุพรรณในวันก่อน จะเป็นการส่งสัญญานร่วมหอลงโรงอะไรกับคสช.หรือไม่? 

หากจะมีความร่วมมืออะไรบางอย่าง เพื่อเปิดปฏิบัติการรุกคืบขยายฐานมากินแดน เคลื่อนพลประชิดกำแพงเมืองอโยธยา  ด้วยเดิมพันอันหอมหวล จำนวน 5 เก้าอี้ส.ส.เดิม แห่งเมืองกรุงเก่า 

ปฏิบัติการเข้าตีหัวเมืองเพื่อไทย เมืองเสื้อแดงแห่งนี้...หากจะเกิดขึ้นจริง ย่อมน่าจับตายิ่ง!!!
 

"ประยุทธ์" นำทัพครม. ประชิดกำแพงอโยธยา ฐานที่มั่น "เสื้อแดง-เพื่อไทย" เดิมพัน 5 ว่าที่ ส.ส. ชวนคนกรุงเก่าอย่าไปม็อบ แต่อย่าเกลียดนักการเมือง

"ประยุทธ์" นำทัพครม. ประชิดกำแพงอโยธยา ฐานที่มั่น "เสื้อแดง-เพื่อไทย" เดิมพัน 5 ว่าที่ ส.ส. ชวนคนกรุงเก่าอย่าไปม็อบ แต่อย่าเกลียดนักการเมือง

"ประยุทธ์" นำทัพครม. ประชิดกำแพงอโยธยา ฐานที่มั่น "เสื้อแดง-เพื่อไทย" เดิมพัน 5 ว่าที่ ส.ส. ชวนคนกรุงเก่าอย่าไปม็อบ แต่อย่าเกลียดนักการเมือง

 

 

 

เครดิต.....เพจเฟซบุ้ค  อีกา